Come Back! ทรู วิชั่น กลับมาคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ฤดูกาล 2019/20-2021/22

หลังจากยืดเยื้อมานานกับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่ในตอนแรก Facebook เป็นผู้ที่คว้าสิทธิ์ไป แต่กลับเจรจากับพาร์ทเนอร์อื่นๆ รวมทั้งทำแผนการตลาดเพื่อเผยแพร่คอนเทนต์ได้ไม่ลงตัว ในที่สุด “ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป” ก็หวนกลับมาคว้าชัยชนะดึงเอาสิทธิ์ดังกล่าว ที่เคยเป็นช่องทางสร้างชื่อให้กับแบรนด์กลับมาครอบครองได้สำเร็จอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ทรูฯ จะถ่ายทอดสด 380 แมตช์ ตลอด 3 ฤดูกาล ผ่านทางแพล็ตฟอร์มของทรูครบทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทรูวิชั่นส์ ทรูมูฟเอช ทรูออนไลน์ และทรูไอดี

คุณพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์ และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ได้พยายามอย่างต่อเนื่องในการเจรจาเพื่อให้ได้ลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019/20 – 2021/22 เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนบอลให้ได้เต็มอิ่มครบทุกอรรถรสกับฟุตบอลถ้วยอันดับ 1 ของโลกอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษ”

“เรามีความยินดีที่การเจรจาครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จ โดยทรูวิชั่นส์จะเป็นผู้ให้บริการเพย์ทีวีเพียงรายเดียวของไทยที่ได้รับลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกครบถ้วนแบบเบ็ดเสร็จเต็มรูปแบบ ทั้งการถ่ายทอดสด รีรัน และ ไฮไลท์ ครบทั้ง 380 แมตช์ โดยได้เตรียมเปิดตัว 6 ช่องเพื่อรองรับฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดของโลก ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 ส.ค. นี้ พร้อมกันนั้นเรายังได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดผ่านทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ได้ครบทุกแพลตฟอร์ม”

“โดยสมาชิกที่ใช้บริการในกลุ่มทรู เช่น ทรูวิชั่นส์ ทรูมูฟเอช ทรูออนไลน์ และทรูไอดี จะได้รับชมพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้เต็มอรรถรสเช่นกัน โดยรูปแบบและวิธีการรวมถึงโปรโมชั่นพิเศษในการร่วมรับชมสำหรับทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่จะประกาศให้ทราบต่อไป”

การที่ “ทรูวิชั่นส์” สามารถคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดกลับมาได้อีกครั้ง นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดแพล็ตฟอร์มต่างๆ ของเครือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล่องทรูไอดีที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานนี่ ซึ่งสงครามการใช้บริการคอนเทนต์แบบ Subscription ตัว “คอนเทนต์” นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ฐานลูกค้าของทรูฯ เองก็มีจำนวนไม่น้อยที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากการเป็นลูกค้าเพื่อรับชมฟุตบอล อีกทั้งในปัจจุบันการรับชมฟุตบอลผ่านช่องทางโทรทัศน์ก็ยังเป็นช่องทางที่ให้อรรถรสความบันเทิงสูงสุดอยู่ เพราะ “คอนเทนต์กีฬา” มีความเฉพาะตัว การรับชมสด แบบที่ยังไม่รู้ผล ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมีความสำคัญกับคอกีฬาอย่างมากในแง่ของฟีลลิ่ง

ทางด้าน มร. พอล โมนาร์ ผู้อำนวยการด้านการออกอากาศฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เผยว่า “เรารู้สึกมีความยินดีที่ได้ต้อนรับ ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป มาร่วมเป็นพันธมิตรอีกครั้ง ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษใน 3 ฤดูกาล ข้างหน้า 2019/20 – 2021/22 นี้”

“ทางทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ได้เตรียมแผนการตลาดเพื่อรองรับรายการใหญ่นี้บนหลากหลายแพลตฟอร์มภายใต้กลุ่มทรู ทำให้เรามั่นใจว่าแฟนๆ ผู้ชมชาวไทยจะได้สนุกเต็มอิ่มไปกับฟุตบอลที่ดีที่สุด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างแน่นอน”