New Milestone รอบ 136 ปี ‘ไปรษณีย์ไทย’ จากขาดทุนสู่บัลลังก์ผู้นำขนส่งพัสดุ และการขยับไปโตในน่านน้ำใหม่ๆ

หนึ่งองค์กรที่สามารถหยิบยกเป็น Case Study ​ในแง่ของการทรานสฟอร์มธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับธุรกิจที่ดำเนินมายาวนานกว่าศตวรรษจะประสบความสำเร็จในการสร้าง ​New S Curve ​จนทำให้ธุรกิจอายุ 136 ปี อย่าง ไปรษณีย์ไทย สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด จากวันวานที่ธุรกิจตกอยู่ในสภาวะขาดทุนมาโดยตลอด แม้ว่าจะอยู่ในตลาดที่ไม่มีคู่แข่งเลยก็ตาม

แต่ไปรษณีย์ไทยในวันนี้ กลับมาแข็งแรงทั้ง Size และ Sell แม้ว่าจะแวดล้อมอยู่ท่ามกลางคู่แข่งมากหน้าหลายตา​ รวมทั้งการถูกไล่ล่าจากเทคโนโลยีทั้งหลาย​ แต่ยังคงรักษาการเติบโตทั้งรายได้และกำไรมาได้อย่างต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งรักษาความเป็นผู้นำในตลาดขนส่งพัสดุ อีกหนึ่งสมรภูมิ Red Ocean ที่แข่งขันอย่างรุนแรงจากผู้เล่นทั้งรายใหญ่ แบรนด์ดังจากต่างชาติ หรือรายเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่า​ หรือหน้าใหม่ ที่พยายามเข้ามาขอแบ่งแชร์ในตลาดขนส่งพัสดุที่เติบโตอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา

จุดแข็ง ปณท ครองตลาดขนส่งพัสดุไทย

หลายคนติดภาพจำเก่าๆ พร้อมประเมินว่า ปณท น่าจะเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ เทอะทะ ขยับยาก อาจจะไม่คล่องตัวเหมือนกับรายเล็กๆ​ ทั้งหลาย โดยเฉพาะในธุรกิจขนส่งที่ต้องปรับตัวให้เร็วเพื่อให้ทันกับการแข่งขัน จะสามารถต่อกรแข่งขันกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศ หรือจะขยับได้เร็วเท่ารายเล็กหน้าใหม่ๆ ที่รุกตลาดเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่

แต่เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก คุณสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ​ที่ยืนยันว่า ปณท แข็งแรงและแข็งแกร่งกว่าคู่แข่งทุกรายในตลาด ยืนยันว่าไม่มีใครที่รู้จักทุกตารางนิ้วของประเทศไทยไปได้มากกว่า ปณท อีกแล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะการใช้เม็ดเงินในการประชาสัมพันธ์หรือการทำตลาดของภาคเอกชน​ เลยทำให้เสียงพูดอาจจะดังกว่า จนหลายๆ คนมองว่าธุรกิจนี้เป็นตลาดของเอกชนเป็นหลัก

แต่ความจริงแล้ว ปณท เป็นผู้นำในตลาดขนส่งพัสดุของประเทศไทย ครองส่วนแบ่งในตลาดมากกว่า 55% โดยมี Kerry​ ตามมาเป็นอันดับสอง มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 20-30% และเป็น 2 Key Player ที่ครองตลาดหลักๆ ไว้เกือบทั้งหมด ขณะที่รายอื่นๆ ก็ได้ตลาดติดปลายนวมกันคนละนิด คนละหน่อยเท่านั้น

Credit: Facebook บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

“ตัวอย่างเคสที่เคยกลายเป็น Viral สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญพื้นที่ของประเทศไทยเป็นอย่างดี จดหมายหรือพัสดุที่จ่าหน้าซองไม่ครบถ้วน บอกแค่ชื่อ หรือบางครั้งบอกที่อยู่ไม่ชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ก็สามารถนำจ่ายให้ผู้รับได้อย่างถูกต้อง ขณะที่เอกชนบางรายยังต้องโทรไปถามทางผู้รับปลายทางถึงจะไปได้ถูก ดังนั้น จะบอกว่าเราสู้คู่แข่งหรือสู้ภาคเอกชนไม่ได้นั้น ไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน”

สำหรับเหตุผลที่ทำให้ ปณท รู้จักและเชี่ยวชาญพื้นที่ต่างๆ ของประเทศเป็นอย่างดี จนกลายเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในตลาดได้นั้น คุณสมร ให้เหตุผลว่า ​มาจากจุดแข็งต่างๆ ดังต่อไปนี้

การมี Network ขนส่งที่ครอบคลุมเป็นใยแมงมุมทั่วประเทศ จากจำนวนที่ทำการไปรษณีย์ ที่ทำหน้าที่ไม่ต่างกับจุดบริการขนส่งและกระจายสินค้ากว่า 7,000 -8,000 แห่ง ซึ่งนอกเหนือจากจำนวนที่มีมากแล้ว แต่ยังกระจายอย่างครอบคลุม จนถึงพื้นที่ห่างไกลในระดับตำบลหรือหมู่บ้าน ​รวมทั้งพนักงานนำจ่ายอีกไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นคน​ ทำให้มีโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแรง ที่สะสมมาจากการทำธุรกิจในประเทศมายาวนานกว่า 136 ปี ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจขนส่งและยังไม่มีคู่แข่งรายใดในตลาด​สามารถแข่งขันได้

Credit: Facebook บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

​- Speed ในการให้บริการ ผ่านรูปแบบการส่งที่หลากหลาย ทั้งส่งแบบธรรมดาไม่เกิน 7 วัน หรือการส่งแบบลงทะเบียน เพื่อการการันตีว่าถึงมือผู้รับอย่างแน่นอน การส่งแบบด่วน หรือ EMS ที่พยายามพัฒนาศักยภาพในการส่งให้เร็วมากขึ้น ซึ่งมาตรฐานของ EMS ที่สามารถส่งของจากพื้นที่เดียวกันให้ไปถึงมือผู้รับในวันรุ่งขึ้นแบบ Next Day ที่สามารถให้บริการได้อย่างครอบคลุมแล้ว รวมทั้งการพัฒนา​มาสู่ Sameday Delivery ​สำหรับผู้ที่ส่งก่อน 11 โมงเช้า ให้สามารถรับสินค้าได้ภายในวันเดียวกัน รวมทั้งจะเร่งพัฒนาบริการส่ง​แบบข้ามภูมิภาค เข่น ส่งจากภาคเหนือไปยังอีสาน หรือส่งจากภาคอีสานไปภาคใต้ รวมทั้งการส่งจากพื้นที่ต่างๆ ที่อยู่กันคนละภูมิภาคให้สามารถส่งแบบ Next Day​​ ครอบคลุมครบทุกพื้นที่ทั้ง 100% ทั่วประเทศ

การตั้ง Price  Point ให้สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากค่าให้บริการที่อยู่ในระดับค่อนข้างถูก และแทบจะไม่เคยปรับราคาเลย ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะใช้บริการส่งจากไปรษณีย์ไทย ส่งผลให้รายใหม่ๆ ที่เข้ามาในตลาดมักจะใช้กลยุทธ์ด้านราคามาเป็นสิ่งจูงใจ และทำให้เกิด Price War ในตลาด ขณะที่ ปณท เอง เลือกที่จะไม่แข่งด้านราคา แต่เน้นการออฟเฟอร์บริการต่างๆ เช่น การไปรับสินค้าถึงที่ในกรณีที่เป็นธุรกิจที่มีการส่งในปริมาณมาก หรือการมอบส่วนลดค่าบริการบ้างในโอกาสพิเศษ เป็นต้น

ขยับสู่น่านน้ำใหม่เพิ่มโอกาสธุรกิจ 

คุณสมร ​ยังเล่าย้อนไปถึงการพลิกฟื้น ปณท เพื่อกลับมาเดินเกมทำกำไรและสร้างความแข็งแรงให้กับองค์กรได้ ตั้งแต่การแยกธุรกิจไปรษณีย์ออกจาก กสท​ เพื่อตั้งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นอิสระต่อกัน​ พร้อมวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ และรีแบรนด์ไปรษณีย์สู่ยุค 4.0 เพื่อให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน​รวมทั้งการมองหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจอยู่เสมอ โดยไม่ได้ติดกรอบอยู่แค่ชื่อองค์กร ​แต่มองจากศักยภาพที่มีและเสริมจุดแข็งเหล่านั้นเพื่อทำให้ธุรกิจแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ด้วยชื่อ “ไปรษณีย์ไทย”​​ ที่บอกตัวตนและลักษณะเด่นของธุรกิจได้เป็นอย่า​งดี​ว่า คือ ผู้ที่อยู่ในธุรกิจโลจิสติกส์ อยู่ในธุรกิจขนส่ง ซึ่งยังเป็นสิ่งจำเป็นในระบบ Supply Chain ของทุกธุรกิจทุกยุค ทุกสมัย โดยไม่ได้จำกัดกรอบอยู่แค่ว่า ต้องเป็นการขนส่งไปรษณีย์หรือจดหมายเพียงอย่างเดียว เพราะทุกวันนี้หากไม่นับรวมจดหมายทางธุรกิจ เช่น ใบแจ้งเตือนการชำระหนี้ ​ใบเสร็จรับเงิน ​คูปองโบรชัวร์โฆษณาต่างๆ สเกลของการส่งจดหมายเพื่อการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลก็หดตัวลงอย่างมาก ​จากการพัฒนาของเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสาร หากมองการหารายได้จากแค่มิติเดียว ก็ไม่สารถผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

“คำว่า “ไปรษณีย์” หมายถึงธุรกิจโลจิสติกส์ อยู่ในตัวอยู่แล้ว แต่อาจจะค่อนข้างเฉพาะเจาะจง  แต่เราต้องมองภาพให้กว้างกว่าแค่งานไปรษณีย์ เพราะโอกาสของเราคือ การเข้าไปในทุกๆ การขนส่ง เรามีหน้าที่ในการขนย้ายสิ่งหนึ่งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งไม่ว่าจะเป็นจดหมาย สินค้า พัสดุ หรือแม้แต่เงิน ดังนั้น ธุรกิจเราจึงไม่มีทางตัน เพราะทุกๆ การขนส่ง หรือเคลื่อนย้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด จะกลายเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจของเราได้ทั้งหมด”​

เมื่อเข้าใจตัวตนและบทบาทของธุรกิจอย่างถ่องแท้ ประกอบกับสามารถต่อยอดเพื่อเสริมจุดแข็งท่ีมีให้กลายเป็นแต้มต่อในการแข่งขันได้ในที่สุด โดยเฉพาะการเข้าไปเป็นหนึ่งใน Ecosystem ของธุรกิจที่เติบโตได้เป็นเท่าตัวอย่างอีคอมเมิร์ซ จึงไม่น่าแปลกใจถึงการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดของ ปณท ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ​แต่ด้วย Cycle ของธุรกิจ ที่แม้ว่าจะสามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 2 Digit ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่สำหรับในปีนี้นั้น​ แม่ทัพใหญ่อย่าง คุณสมร ก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถนำพาให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่อาจจะลดระดับความร้อนแรงลงมาจากเดิม โดยวางเป้าหมายรายได้ในสิ้นปีนี้ไว้ที่ราว 3 หมื่นล้านบาท

ปัจจัยหลักที่ทำให้การเติบโตชะลอตัวลง​​ มาจากการเริ่มทรงตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซ ซึ่งถือเป็น​หนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อ Performance ของ ปณท เพราะรายได้พอร์ตใหญ่ที่สุดกว่า 40% เป็นรายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจขนส่งพัสดุ​ นอกเหนือจากบียูอื่นๆ ที่มีอยู่รวม 4 กลุ่ม โดยอีก 3 กลุ่มที่เหลือ ประกอบด้วย ธุรกิจไปรษณีย์ ธุรกิจค้าปลีก เช่น การขายสแตมป์ ขายซองจดหมาย กล่องหรือซองบรรจุพัสดุขนาดต่างๆ ​และกลุ่มธุรกิจการเงิน ที่จะเริ่มเชื่อมโยงโอกาสใหม่ๆ จากการเติบโตและการพัฒนาของ FinTech ​ในอนาคต

“​การเริ่มปรับฐานของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ​ที่แม้ภาพรวมจะยังคงเติบโต แต่ก็เติบโตในระดับที่ชะลอตัวลง เพราะฐานที่เริ่มใหญ่มากขึ้น ประกอบกับหากมองเข้าไปในเนื้อในของธุรกิจ ก็จะพบว่าไม่ได้มีร้านค้ารายใหม่ๆ เพิ่มเข้ามามากนัก ด้านผู้ซื้อก็ไม่ได้มีการสั่งซื้อสินค้าในปริมาณที่มากขึ้น ทั้งจากภาพรวมธุรกิจและความมั่นใจที่ลดลงทำให้ผู้บริโภคเริ่มชะลอกำลังซื้อ ​ทำให้โกาสที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ​ จะกลับไปเติบโตร้อนแรงและหวือหวาแบบเดิมจึงเป็นไปได้ยาก ขณะที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเติบโตหลักของไปรษณีย์ไทยมาจากการส่งพัสดุ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงกระทบต่อการเติบโตของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

Credit : www.thailandpost.co.th

ดังนั้น การเติบโตจากบริการใหม่ๆ จึงต้องเพิ่มสัดส่วนเข้ามากขึ้น โดยเฉพาะบริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมา ปณท เริ่มต่อยอดในขาของ FinTech ​จากกลุ่มธุรกิจการเงิน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในสี่กลุ่มธุรกิจหลักของ ปณท ในปัจจุบัน เช่น การให้บริการอีวอลเล็ต ผ่านแอปพลิเคชั่น Wallet@Post, บริการเก็บเงินปลายทาง หรือ COD (Cash on Delivery) ที่ต้องใช้ควบคู่กับอีวอลเล็ต ซึ่งเป็นรูปแบบบริการที่ปรับเปลี่ยนและต่อยอดมาจากรูปแบบของบริการส่งเงินแบบดั้งเดิมในอดีตอย่างธนาณัติ ที่ปัจจุบันแม้จะยังมีคนใช้บริการอยู่แต่ก็มีในปริมาณที่น้อยมากแล้ว

“เรายังสามารถต่อยอดการให้บริการได้อีกมากในทุกๆ บียู อย่างในธุรกิจขนส่งก็เพิ่มศักยภาพในการให้บริการที่สูงขึ้น หรือในกลุ่มรีเทล ก็เริ่มให้บริการแพกเกจที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น โดยล่าสุดมีแพกเกจที่รองรับน้ำหนักในการขนส่งได้ถึง 20 กิโลกรัม หรือในขาของการเงินเอง ที่ตอนนี้เราเริ่มจับมือเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินต่างๆ ในการเป็น Bank Agent เพื่อเป็นตัวแทนในการรับฝากเงินให้ธนาคารต่างๆ ซึ่งในอนาคตอาจจะต่อยอดไปสู่การเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการปล่อยสินเชื่อ (Lending) หรือแม้แต่ตัวแทนให้ธุรกิจประกันต่างๆ ซึ่งในอนาคตเราสามารถต่อยอดธุรกิจไปได้หลากหลายรูปแบบทั้งจากเครือข่ายและโครงสร้างธุรกิจที่เรามีอยู่”

ยกระดับ​ Trusted เพิ่ม Brand Love 

นอกจากเดินหน้ารุกการเติบโตในเชิง Performance แล้ว ปณท ยังสร้างความแข็งแรงในมิติของ Branding ทั้งการสร้างความเชื่อมั่นและการสร้าง Brand Love รวมทั้งความพึงพอใจในการให้บริการต่างๆ ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

Movement ล่าสุดกับการสร้างไมล์สโตนครั้งใหม่ในรอบ 136 ปี เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในการให้บริการสู่ระดับสูงสุดให้กับธุรกิจขนส่งไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศ​ของ ปณท ผ่านการเปิดตัว “การไปรษณีย์ควบคุม” แห่งแรกของโลก ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยระดับสากลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการรักษาความปลอดภัยสากลตามที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO กำหนดไว้

สำหรับ “การไปรษณีย์ควบคุม” แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ศูนย์ไปรษณีย์สุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นศูนย์ไปรษณีย์แห่งเดียวที่ให้บริการขนส่งไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศไปยังปลายทางต่างประเทศ และผ่านมาตรการ​รักษาความปลอดภัยตามมารตรฐานสากลแบบเข้มข้น 3 ด้าน คือ ด้านบุคคล ด้านอาคารและสถานที่ และด้านไปรษณียภัณฑ์ เพื่อยกระดับความมั่นใจว่าไปรษณียภัณฑ์สำหรับขนส่งบนอากาศยาน มีความมั่นคง ปลอดภัย ปราศจากวัตถุระเบิดและวัตถุที่เป็นอันตรายอื่นๆ อย่างแน่นอน

สำหรับมาตรฐาน​ตามข้อบังคับของ กพท. ทั้ง 3 ด้านนั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ไม่ว่าจะเป็น มาตรการรักษาความปลอดภัยด้านบุคคล เช่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องอบรมด้านการรักษาความปลอดภัยสนามบินและได้รับอนุญาต พร้อมทั้งมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม  มาตรการรักษาความปลอดภัยด้านอาคารและสถานที่ ด้วยการติดตั้งรั้วตาข่ายโดยรอบบริเวณท่าขนถ่าย ติดตั้งกล้องซีซีทีวี (CCTV) ที่มีความคมชัดระดับเอชดี (HD) กว่า 36 ตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง ​และสุดท้ายคือ มาตรการรักษาความปลอดภัยด้านไปรษณียภัณฑ์ เช่น การเก็บบันทึกข้อมูลผู้ฝากส่งไปรษณียภัณฑ์ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การใช้สายรัดพลาสติกที่มีหมายเลขกำกับ รัดประตูห้องบรรทุกของรถขนส่งไปรษณีย์จากที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางจนถึงศูนย์ไปรษณีย์สุวรรณภูมิ เพื่อป้องกันความไม่ปลอดภัยระหว่างเส้นทางขนส่ง

“การได้รับรองเป็นไปรษณีย์ควบคุมจะสร้างความมั่นใจให้แก่สายการบินและผู้โดยสารในเที่ยวบินนั้นๆ รวมทั้งยกระดับการขนส่งไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศให้มีความรวดเร็วมากขึ้น เพราะหากมีสินค้าบางชิ้นที่ถูก Reject ทำให้สินค้าทั้งล็อตไม่สามารถส่งไปได้ทั้งหมด ซึ่งกระทบต่อศักยภาพและประสิทธิภาพในการงานทำงานของ ปณท ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจขนส่งพัสดุภัณฑ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยใช้บริการ X-Ray จากเอ้าท์ซอร์สแต่สุดท้ายก็ยังมีสินค้าบางอย่างผ่านเข้ามาในระบบ ทำให้ตัดสินใจควบคุมเองเพื่อความมั่นใจในระดับสูงสุด​”

ทั้งนี้ กิจการไปรษณีย์ถือเป็นหนึ่งในบริการขั้นพื้นฐานที่ประชาชนหรือ SME ที่ต้องการส่งของหรือสินค้าไปต่างประเทศ และหลายคนที่ไม่มีกำลังมากพอสำหรับการใช้บริการ Cargo จากต่างประเทศ ทั้งด้วยค่าใช้จ่ายและสเกลธุรกิจ ขณะที่เรื่องของความปลอดภัยเป็นภัยคุกคามสำคัญที่สุดของการบินในปัจจุบัน ดังนั้น หากมีการควบคุมหรือสกรีนพัสดุต่างๆ ที่ต้องโหลดลงใต้ท้องเครื่อง ก็จะเป็นอีกหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นต่อเที่ยวบินนั้นๆ ได้เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะการสร้างการรับรู้ว่า “สินค้าที่ถูกขนส่งมาจากไปรษณีย์ไทย มีมาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยทีดีมากเพียงพอต่อการขนส่งทางอากาศ”​ 

สิ่งต่างๆ ที่ ปณท เดินหน้าพัฒนาทั้งเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขัน รวมทั้งสร้างความพึงพอใจที่มีต่อบริการและส่งผลมาสู่ความรักและชื่นชมในแบรนด์ที่มากข้ึน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเพราะจากการเช็คสุขภาพแบรนด์ล่าสุด ความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อไปรษณีย์ไทย เพิ่มสูงถึง 85% จากช่วงก่อนที่จะรีแบรนด์ หรือเมื่อราว 5 ปีก่อนหน้า ตัวเลขอยู่ที่เกือบ 80% ซึ่งดัชนีที่ปร้บเพิ่มขึ้นได้นี้สะท้อนถึงการเดินมาอย่างถูกทางแล้วนั่นเอง

“ปฏิเสธไม่ได้ว่า ก่อนหน้านี้ ปณท อาจมีชื่อเสียงในเรื่องของการให้บริการที่ไม่น่าประทับใจ จากการมีคลิปการโยนของในการขนส่งหลุดมาในโลกโซเชียล ซึ่งเป็นความเคยชินของพนักงานที่ทำมานาน เพราะก่อนหน้านี้ ปณท ขนแต่จดหมาย หรือพัสดุที่เป็นกระดาษที่จะไม่ได้รับความเสียหายจากการโยน แต่ในเมื่อธุรกิจเริ่มขนส่งสินค้าที่หลากหลาย ก็ต้องมีความเข้าใจและชี้แจง และปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของพนักงานใหม่ และก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จนไม่มีคำตำหนิในลักษณะเช่นนี้อีกแล้วในระยะหลังมานี้”