
หลังจากปี 2567 “ไปรษณีย์ไทย” ต้องเจอกับภาวะขาดทุน 186 ล้านบาท ปัจจัยหลักการแข่งขันราคาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น มาในปี 2568 กลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง และครึ่งแรกปี 2569 ก็ยังคงเติบโตได้แม้มีสถานการณ์ท้าทายจากต้นทุนน้ำมันสูงขึ้น
ย้อนดูรายได้และกำไร “ไปรษณีย์ไทย”
– ปี 2564 รายได้ 21,226 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,730 ล้านบาท
– ปี 2565 รายได้ 19,546 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 3,018 ล้านบาท
– ปี 2566 รายได้ 20,934 ล้านบาท กำไรสุทธิ 78 ล้านบาท
– ปี 2567 รายได้ 20,993 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 186 ล้านบาท
– ปี 2568 รายได้ 22,173 ล้านบาท กำไรสุทธิ 120 ล้านบาท
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่าปี 2568 ไปรษณีย์ไทยมีรายได้รวม 22,173 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 120 ล้านบาท (กำไรก่อนจ่ายโบนัส 450 ล้านบาท และ EBITDA 2,501 ล้านบาท)
ปี 2568 มีทั้งสถานการณ์น้ำท่วม ปัญหาความขัดแย้งชายแดน จึงให้กำลังใจพนักงานด้วยการจ่ายโบนัส เพื่อให้เครือข่ายไปรษณีย์ไทย 40,000 คน เติบโตไปด้วยกัน
แม้ปี 2569 ยังมีความท้าทายทั้งเรื่องต้นทุนน้ำมันจากสถานการณ์สงคราม แต่ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 11,368 ล้านบาท เติบโต 2.98% โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ 51.33% (เติบโต 8%) รองลงมาคือบริการไปรษณียภัณฑ์ 34.92% และบริการระหว่างประเทศ 7.86% ทั้งนี้ บริการส่งด่วน EMS ซึ่งครบรอบ 40 ปีในปีนี้ ยังคงเป็นบริการหลักขององค์กร
ครึ่งปีแรกปี 2569 ปริมาณชิ้นงานเพิ่มขึ้น 1.90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการและการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยคาดว่ารายได้ EMS ตลอดปี 2569 จะสูงกว่า 10,000 ล้านบาท
วาง 4 แนวคิด POSTsible Next
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่าการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี AI และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กำลังเปลี่ยนโจทย์การเติบโตขององค์กร จากการแข่งขันด้วยประสิทธิภาพและขนาดธุรกิจ ไปสู่การสร้างคุณค่าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ และการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่
ปีนี้ “ไปรษณีย์ไทย” เดินหน้ายกระดับทิศทางองค์กร ภายใต้แนวคิด POSTsible Next ขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 4 แนวทาง
1. POSTsible Productivity การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการใช้ศักยภาพของเครือข่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2. POSTsible People การสร้างโอกาสและยกระดับการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ
3. POSTsible Planet การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม
4. POSTsible Positive Impact การต่อยอดศักยภาพขององค์กรเพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
POSTsible Next ไม่ใช่เพียงแนวคิดในการพัฒนาองค์กร แต่เป็นกรอบการสร้างการเติบโตในระยะยาว ที่ต่อยอดจากบทบาทของไปรษณีย์ไทยในฐานะ Companionship Navigator อยู่เคียงข้างผู้ใช้บริการในทุกช่วงของชีวิตและการดำเนินธุรกิจ ผ่านเครือข่ายที่เข้าถึงทุกชุมชนทั่วประเทศ ตั้งแต่การส่งสิ่งของ การเชื่อมโยงผู้ประกอบการสู่ตลาด
อย่างเช่น การให้บริการ Thailand Post Mart แพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ ที่มีของดีของชุมชน สินค้าท้องถิ่นส่งมาจำหน่ายผ่านอีคอมเมิร์ซของไปรษณีย์ไทย โดยไม่ต้องเสียค่า GP อัตราสูงเหมือนแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสอื่นๆในตลาด ขณะที่ไปรษณีย์ไทยก็ทำหน้าที่เป็นผู้จัดส่ง
การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการภาครัฐ ไปจนถึงการพัฒนาบริการและโซลูชันใหม่ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตในยุคดิจิทัล โดยใช้ศักยภาพของเครือข่ายพี่ไปรฯ 20,000 คน บุคลากร ข้อมูล และความร่วมมือกับพันธมิตร มาสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการ และสังคม
ปักธงกลยุทธ์ RelationSHIFT
ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่าการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้ใช้บริการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไปรษณีย์ไทยจึงกำหนดกลยุทธ์ RelationSHIFT เพื่อปรับรูปแบบการสร้างการเติบโตขององค์กร จากการขับเคลื่อนด้วยปริมาณการขนส่ง สู่การสร้างคุณค่าจากข้อมูล ความเข้าใจผู้ใช้บริการ และความร่วมมือกับพันธมิตร
โดยนำระบบ CRM ข้อมูล และทุก Touch Point มาต่อยอดเป็นบริการโซลูชันใหม่ และโมเดลธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างแม่นยำ เปลี่ยนการเติบโตจาก Volume-Based Growth สู่ Value-Based Growth เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ RelationSHIFT ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
สรุป 3 แนวทางขับเคลื่อนองค์กรในช่วงปี 2569–2570
1. Trusted Data-Driven Infrastructure การยกระดับศักยภาพองค์กรด้วยข้อมูล เทคโนโลยี AI และระบบการดำเนินงาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์
2. Customer-Centric Growth Enabler การต่อยอดข้อมูลและความเข้าใจผู้ใช้บริการ เพื่อพัฒนาบริการและสร้างการเติบโตร่วมกับลูกค้า ผู้ประกอบการ และพันธมิตร
3. National Trust-Based Social Infrastructure การยกระดับเครือข่ายและความเชื่อมั่น สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสังคมที่เชื่อมโยงประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน
Lifestyle Logistics Brand คือเป้าหมายการเติบโตระยะต่อไปของไปรษณีย์ไทย ที่จะนำแบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ผู้คนทุก Gen มากขึ้น มุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ สู่ผู้เชื่อมโยงสินค้า บริการ ข้อมูล และโอกาสทางธุรกิจ ผ่านเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจของคนไทย พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน






