ต้องดีใจไหม? กระแสแรงไม่ตก Supreme ขึ้นชื่อเป็นแบรนด์ที่ถูกค้นหา “ของปลอม” มากที่สุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

จากรายงานล่าสุดของ SEMrush พบว่าตลาดของเลียนแบบมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ เริ่มเข้ามาเป็นภัยอันตรายต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นของโลกไม่เพียงแต่ในเรื่องของมูลค่าตลาดที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่จำนวนผู้ซื้อของปลอมก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นด้วย

หากเปรียบเทียบข้อมูลของ SEMrush ปี 2017 และ 2018 พบว่ามีการค้นหาออนไลน์อย่างเจาะจงสำหรับสินค้าลอกเลียนแบบสูงขึ้น 15% และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ

เหตุผลที่ยอมซื้อของปลอมคือยินดีที่จะลืมเรื่องของคุณภาพสินค้าเพื่อให้ได้มาของสิ่งนั้นในราคาที่ต้องการ

และ Supreme ก็เป็นแบรนด์ที่คนค้นหาสินค้ามากที่สุดสองปีซ้อน ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตามมาด้วย Ray-Ban, Audemars Piguet, Oakley และ Vans แม้ว่า Supreme จะเป็นแบรนด์ที่คนค้นหาของปลอมมากที่สุดสองปีซ้อน แต่จำนวนการค้นหาแทบไม่มีการเติบโตเลยอยู่ที่ประมาณ 10% ในปี 2018 ในขณะที่ Vans มีการเติบโตมากขึ้นถึง 76.7% และ แบรนด์นาฬิกาหรู Patek Phillippe เพิ่มขึ้น 23%

สาเหตุที่แบรนด์ Supreme มีการค้นหาเพิ่มขึ้นไม่มากจากปีก่อนไม่ใช่เพราะว่าความนิยมในแบรนด์ลดลง แต่เป็นเพราะ Supreme ผ่านช่วงความนิยมสูงสุดไปแล้ว ในปี 2017 ที่มีการเปิดตัวคอลเลคชันคู่กับ Louis Vuitton แต่แบรนด์ยังคงถือว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นอยู่ดีจากการที่สามารถรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งในการค้นหาสินค้าเลียนแบบไว้ได้

ปัญหาสินค้าลอกเลียนแบบของ Supreme ยังคงมีต่อเนื่องจากการเปิดร้าน Supreme Italia และ Supreme Spain ที่ใช้ประโยชน์จากช่องว่างของกฎหมายการจดชื่อเครื่องหมายการค้าทั่วโลกที่มีความแตกต่างกันออกไปสำหรับสิทธิ์ในการใช้ชื่อ “Supreme” ซึ่งผู้ให้กำเนิดแบรนด์คือ James Jebbia ที่นิวยอร์ก ในปี 1994 ดูเหมือนว่าความร้อนแรงและเสน่ห์ของ Supreme จะกลายเป็นทุกขลาภที่ Supreme ตัวจริงต้องต่อสู้ไปอีกนาน ช่วยไม่ได้ ฮิตดีนัก…

Source