“วิชัย ศรีวัฒนประภา” Possible Man ผู้สร้างปาฏิหาริย์ให้เป็นจริงทั้งในไทยและระดับโลก

     

    ภาพนี้เป็นภาพที่ผู้เขียนถ่ายเอง หลังแมตช์การแข่งขันระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ – เวสต์แฮม ซึ่งเป็นนัดเปิดบ้านนัดสุดท้ายของเลสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017/18 และเป็นธรรมเนียมที่นักเตะ สตาฟฟ์โค้ช จะเปิดโอกาสให้แฟนบอลลงมาถ่ายรูปด้วยอย่างใกล้ชิด ถือเป็นการขอบคุณแฟนๆ ที่ให้กำลังใจกันมาตลอดฤดูกาล แต่ไม่บ่อยครั้งนัก ที่ “เจ้าของทีม” จะลงมาขอบคุณแฟนๆ ด้วยตัวเอง และถึงแม้ว่าจะเดินลงมา ก็ไม่ใช่บอสใหญ่ทุกคนที่จะลงมาถ่ายรูปกับแฟนๆ อย่างใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัว แม้ว่าในวันนั้นผลงานของทีมจะไม่ดีนัก แต่ในภาพรวมก็ถือว่ายังมีคนหนุนหลังเขาจำนวนมาก… เพราะความไม่ถือตัวของ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” นี่เอง ที่ทำให้เขาเป็นเจ้าของสโมสรที่แฟนบอลในเมืองต่างก็รักเขา รวมทั้งผลงานที่มาไกลเกินฝันของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ภายใต้การบริหารของเขา เจ้าจิ้งจอกตัวนี้ได้สร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาได้ ชนิดที่จนถึงวันนี้หลายคนก็ยังไม่เชื่อว่ามันเป็นความจริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คงเหมือนกับเทพนิยายเรื่องหนึ่ง เพียงแต่เรื่องนี้ตอนจบ…ไม่ได้แฮปปี้เอนด์ดิ้ง

    การจากไปของเขาในค่ำคืนวันที่ 28 ตุลาคม บริเวณสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม อันเป็นที่รักของเขา ดูเหมือนจะรวดเร็วเกินไปสำหรับนักธุรกิจวัย 60 ปี อย่างคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา แต่สิ่งที่เขาสร้างเอาไว้ยิ่งใหญ่และน่าศึกษาเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นมุมของการทำธุรกิจ หรือมุมมองต่อสังคมที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วม ทุกๆที่ ที่ผู้ชายคนนี้ก้าวเข้าไป ก็ล้วนแล้วแต่มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น เมื่อถอดรหัสเบื้องหลังแนวคิดของเขาแล้ว เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าศึกษาและจดจำ…

    วัฒนธรรมเอเชีย ในสนาม EPL ภาพสะท้อนแนวคิดการทำงาน

    คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ไม่ใช่เจ้าของทีมฟุตบอลในยุโรปคนแรก แต่เขาเป็นคนแรกๆ ที่นำเอาวัฒนธรรมการบริหารแบบเอเชียเข้าไปใช้ในทีมแล้วแถมได้ผลซะด้วย ในวันเกิดเขา หรือวันสำคัญอื่นๆ สโมสรจะมีแจกเบียร์หรือขนมเล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการกุศลอยู่เรื่อยๆ ก็ทำให้แฟนบอลชื่นชอบเจ้าของทีมคนนี้มากขึ้น

    นับตั้งแต่ก้าวแรกที่ทำธุรกิจ เขาเลือก “เลสเตอร์ ซิตี้” ซึ่ง “ทำเล” เหมาะเจาะเดินทางจากลอนดอนไม่ไกลนัก ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ราว 2-3 ชั่วโมง รวมทั้งเมืองแห่งนี้มีทีมสโมสรฟุตบอล “ทีมเดียว” เท่านั้น ไม่เหมือนเมืองใหญ่อื่นๆ ที่มีหลายทีมทำให้ชาวเมืองปันใจเชียร์หลายทีมในเมือง และนั่นทำให้การสร้างฐานแฟนคลับเกิดขึ้นโดยง่าย ต่อมาเมื่อเขาเข้าบริหารสไตล์การทำงานแบบไทยๆ ของคุณวิชัย ถูกนำมาใช้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น “การกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจลงมือ” เขากล้าเปลี่ยนผู้จัดการทีม ไนเจล เพียร์สัน ที่เพิ่งพาทีมเลื่อนชั้น แถมผลงานก็เป็นไปได้สวย แต่เมื่อมีปัญหาด้านภาพลักษณ์กับประเทศไทย The Boss อย่างคุณวิชัยก็กล้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทันทีโดยที่ไม่มีใครรู้ว่า กลับเป็นโอกาสที่เขาได้มือดีอย่าง “เคลาดิโอ รานิเอรี่” และกุนซือมากประสบการณ์คนนี้นี่เองที่มีส่วนสำคัญในการสร้างปาฏิหาริย์พาทีมเลสเตอร์ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกชนิดไม่มีใครคาดคิดให้เกิดขึ้นได้จริง และเมื่อทีมงานได้แชมป์ ก็เป็นอีกครั้งที่คุณวิชัยจัดหนัก ทุ่มโบนัสซื้อใจลูกทีม

    หลักการบริหารแบบเจ้าสัวไทย ที่ทั้งเด็ดขาด แต่ก็ตั้งอยู่บนเหตุ-ผล เมื่อถูกนำมาใช้ให้ถูกที่ถูกเวลา กลายเป็นการสร้างพลังมหาศาลให้กับลูกทีม เช่นเดียวกับการบริหารงานของ King Power การบริหาร “คน” ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยแรก ที่องค์กรให้ความสำคัญ เพราะธุรกิจบริการภาคการท่องเที่ยวหน้าด่านแรกและประตูสุดท้ายส่งแขกกลับบ้าน พนักงานเป็นฟันเฟืองสำคัญ ที่จะก่อให้เกิดความประทับใจ ดังนั้นคุณวิชัยเลยจริงจังเรื่องการดูแลพนักงานให้ดีเป็นพิเศษ (อ่านเพิ่มเติมคลิก) และแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับเหตุการณ์อะไร เขาก็เลือกที่จะดูแลลูกน้องก่อน เช่น เมื่อครั้งมีเหตุการณ์ที่สนามบินจนต้องปิดขายราว 2 เดือน เขาก็ยังคงจ่ายเงินเดือนพนักงานรวมทั้งโบนัสอยู่ แม้ว่าทางบริษัทจะได้รับความเสียหาย

    พาทาเลนท์ไทย โกอินเตอร์

    ไม่ใช่แค่เรื่องของพนักงานที่ทำงานให้กับเขาเท่านั้น แต่เรื่องของ “สังคม” เป็นอีกเรื่องที่คุณวิชัยให้ความใส่ใจ เพราะรู้ดีว่า King Power เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย จนเป็นที่มาของโครงการ King Power Thai Power พลังคนไทย โดยโฟกัสไปที่ 4 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย

    1.ด้านกีฬา (Sport Power) แจกลูกฟุตบอลให้กับเด็กไทยจำนวน 1 ล้านลูก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กได้เข้าถึงกีฬาแบบง่ายๆ รวมทั้งสร้างสนามฟุตบอลให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยดำเนินการไปแล้วมากกว่า 20 สนามและยังเดินหน้าต่อไป โดยมีแนวคิดว่าอย่างน้อยก็ช่วยให้เด็กไทยได้ออกกกำลังกาย สำหรับเด็กผู้มีความสามารถ ทาง King Power ก็จริงจังกับโครงการ Fox Hunt ตามล่าจิ้งจอก สายพันธุ์สยาม เฟ้นหาเยาวชนไทยที่มีความสามารถและทักษะทางด้านฟุตบอลที่โดดเด่น ให้ได้ไปเรียนรู้และพัฒนาการเล่นฟุตบอลอย่างมืออาชีพกับ Leicester City Academy ที่ประเทศอังกฤษ ภายใต้โครงการ “Leicester City International Academy” เป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง ได้รับการตอบรับและประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมามีเยาวชนที่ร่วมโครงการ 40 คน โดยปีนี้ เป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ซึ่งการดูแลนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่เป็นเรื่องความเป็นอยู่ การศึกษา ภาษา ที่ทำให้ทาเลนท์ที่ร่วมโครงการนี้ไม่ใช่แค่ได้ทักษะเรื่องกีฬาเท่านั้น แต่เป็นประสบการณ์การใช้ชีวิต แต่ก็แลกกับการที่โครงการต้องรับผิดชอบชีวิตเด็กนับร้อย การจะทำอะไรแบบนี้ได้ นับว่าหินไม่น้อย

    2.ด้านดนตรี (Music Power) ทำโครงการ การประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติแห่งประเทศไทยประจำปี 2561 (Thailand International Wind Symphonic Competition 2018) มีวงส่งเข้าสมัครร่วมแข่งขันกว่า 80 วง โดยอาศัยพื้นที่โรงละครอักษรา เป็นเวทีให้เด็กที่มีความสามารถได้มีโอกาสมาแสดงให้ผู้ชมได้รับรู้ รวมทั้งให้ความสามารถทางการตลาดจัดทำคลิปไวรัลเพื่อทำให้เด็กๆ ที่ร่วมประกวดได้โชว์ของมากกว่าแค่อีเว้นท์ๆ เดียว

    3.ด้านชุมชน (Community Power) สำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยๆ หรือเคยไปช็อปปิ้งที่ King Power รางน้ำ อาจจะต้องสะดุดตากับสินค้าไทยที่วางจำหน่ายอยู่ เพราะโปรดักท์บางอย่างมีแพ็กเกจจิ้งสวยสะดุดตา แต่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ นอกจากที่ King Power เพราะทางดิวตี้ฟรีแห่งนี้จริงจังกับโครงการ สนับสนุนสินค้า OTOP ที่ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ศาลาไทย และกระทรวงมหาดไทย พัฒนาสินค้าไทย โดยตอนนี้มีสินค้ามากกว่า 100 อย่างที่เข้าร่วมโครงการ ทาง King Power ไม่ใช่แค่หยิบเอาสินค้าเหล่านั้นมาวางขายเท่านั้น แต่คิดรอบด้านตั้งแต่ต้นน้ำ คือจับเอาอินไซท์ของลูกค้าชาวต่างชาติว่าต้องการอะไร แล้วนำไปพัฒนาสินค้าร่วมกับผู้ประกอบการชุมชน พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัย และยังเป็นพื้นที่วางขาย ที่ผ่านมาก็ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพอย่างยั่งยืนให้กับคนไทยหลายพันครอบครัว

    และความภูมิใจอีกอย่างก็คือการนำภูมิปัญญาไทยไปเผยแพร่ให้กับคนต่างประเทศได้รับรู้ ผ่านโครงการ Indigo นำเอาเทคนิคและผ้าย้อมคราม จากจังหวัดสกลนคร ไปดีไซน์ ตัดเย็บเป็นของที่ระลึก เสื้อเชียร์ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้แล้ววางขายที่ช็อปของสโมสร

    4.ด้านการศึกษาและสาธารณสุข (Education & Health Power) ณ วินาทีนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก “ก้าวคนละก้าว” ที่มีตูน บอดี้สแลม เป็นหัวหอกสำคัญของโครงการ ทาง King Power เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลัก ซึ่งไม่ว่าโครงการนี้จะต่อยอดไปทางไหน ทาง King Power ก็เล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมงาน และมองว่าเป็นประโยชน์กับโรงพยาบาลต่างๆ ดังนั้นก็มักจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกๆ ครั้ง

    และไม่ใช่แค่เรื่องโครงการใหญ่ๆ เท่านั้นงานเล็กๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ แต่ทาง King Power ให้ความสนใจ อย่างเช่น โครงการ พลังคนไทย พลังใจให้ชีวิต มอบตู้อบเด็กให้กับ 20 โรงพยาบาลทั่วทุกภูมิภาค ก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการที่ครอบครัว “ศรีวัฒนประภา” เชื่อว่าการให้ชีวิตคนเป็นเรื่องสำคัญ

    ถ้าหากไล่เรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าจะพบว่า คุณวิชัย และกลุ่ม King Power ได้สร้างคุณูปการมากมายให้กับสังคมไทย ทั้งการสร้างชีวิตที่ทุกวันนี้ทาง King Power มีพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนต่างๆ มากกว่า 10,000 คน และยังคงเดินหน้าสร้างอาชีพและตอบแทนผืนแผ่นดินไทยต่อไป โดยอาศัยแนวคิดเรื่อง “การให้” ขององค์กรแห่งนี้ล้วนเชื่อมโยง ต่อยอดซึ่งกันและกัน เช่น การมอบทุนให้กับนักศึกษาไทยไปเรียนที่เมืองเลสเตอร์ ซึ่งจะว่าไปแล้วเมืองนี้มีจุดเด่นเรื่องการศึกษา หรือการที่เด็กไทยในวันนี้ได้เริ่มลงเตะให้กับสโมสรในยุโรปอย่าง ทีมเอาด์ เฮเวอร์เลย์ เลอเวน ในเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของ King Power แล้ว และนี่อาจจะเป็นสปริงบอร์ดสำคัญที่สร้างชื่อให้มีนักฟุตบอลไทยคนแรกที่ลงเตะในพรีเมียร์ลีกในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้ มุมมองด้าน CSR ของ King Power จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าศึกษา เพราะหลักการทำงานในลักษณะนี้มีความยั่งยืนทั้งทางฝั่ง “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” ที่นำไปต่อยอดได้

    Possible Man ทุกอย่างเกิดขึ้นได้

    ในวันนี้ King Power ถึงแม้ว่าจะไม่มีคุณวิชัย ชายผู้สร้างตำนานแต่กลุ่มบริษัท King Power ยังคงเดินหน้าสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการคว้าสัมปทาน “เช็กแลปก๊อก” สนามบินที่ฮ่องกง รวมทั้งการคว้ารางวัลดิวตี้ฟรีอันดับ 1 ของโลก! รับรางวัลชนะเลิศ จาก World Travel Awards 2018 ด้าน Leading Airport Duty Free Operator

    ในส่วนของทีมเลสเตอร์ซิตี้ ก็เป็นทีมที่ติดอันดับร่ำรวยที่สุดอันดับ 20 ของโลก และเดินหน้าก้าวขึ้นไปทีมชั้นนำของยุโรปต่อไป

    “ผมเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ตอนที่ผมเรียนอยู่ที่ ไต้หวัน พ่อแม่ส่งเงินมาให้ผมเท่าไหร่ ผมเอาไปเลี้ยงเพื่อนหมด ไม่คิดว่าตัวเองจะอดอยากอะไร นี่คือคาแรกเตอร์ส่วนตัวของผม พอวันหนึ่งที่ผมเริ่มมีเงินทอง ผมก็ยังคงทำเหมือนเดิม” นี่คือส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ที่คุณวิชัยเคยเล่า

    King Power ถึงแม้ในวันนี้จะไม่มีคุณวิชัยแล้ว แต่แนวคิดการทำงานและการใช้ชีวิตก็ยังคงสืบทอดต่อมา และยังคงเดินหน้า “ให้” กับสังคม และปั้นตำนาน Possible Man ทำทุกอย่างให้สำเร็จตามเป้าหมายต่อไป