PPTV เผยวิธีคิด ทำไมต้อง “ดูด” ทั้งดารา และรายการ ดูดมาแล้วบริหารต่ออย่างไรให้ “ดัง”


ภายหลังจากช่อง PPTV (พีพีทีวี ช่อง 36HD) ของบริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ได้ดึง คุณสุรินทร์ กฤตยาพงษ์พันธุ์ บริหารจากช่อง 3 เข้ามานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560 รอบปีที่ผ่านมาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในช่องพีพีทีวีครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการปรับ Positioning และผังรายการ จากเดิมเป็นรายการประเภทกีฬาและข่าวเป็นหลัก มาสู่รายการต่างประเทศ กีฬา และบันเทิง ภายใต้จุดยืนใหม่ World class TV ด้วยเป้าหมายสำคัญ คือ การนำพาให้ช่องพีพีทีวี ก้าวขึ้นทำเนียบติดอันดับ Top10 กลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่มีมากกว่า 20 ช่อง

เสริมคอนเทนต์รัวๆ ทั้งซื้อ – ทั้งดูด 
เมื่อปักธง “เป้าหมาย” ไว้ว่าต้องทำให้ช่องติดอันดับ Top10 และธุรกิจทีวีดิจิทัลมีอาวุธสำคัญที่ใช้ในการแข่งขัน คือ “คอนเทนต์” เพื่อช่วงชิงเรตติ้งให้ได้มากที่สุด ซึ่งในสงครามทีวี การมีคอนเทนต์เด่นเพียงแค่อย่างเดียว เปรี้ยงเดียว ไม่เคยพอ แต่ต้องเป็นเรื่องของความสม่ำเสมอ ปีที่ผ่านมา PPTV จึงหารายการที่เป็นแม่เหล็กเข้ามาเสริมผังรายการ เพื่อกวาดคนดู รวมทั้งเสริมทัพคอนเทนต์อื่นๆ เพื่อให้เกิดการแข่งขันในระยะยาวตลอดปี รวมทั้งขยายฐานจากกลุ่มผู้ชายที่ดูถ่ายทอดสดฟุตบอล ให้เติบโตไปที่คอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ หลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นการคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดการประกวดนางงามจักรวาล ครั้งที่ 67 ประจำปี 2561 หรือ มิสยูนิเวิร์ส 2018 จากบริษัท ทีพีเอ็น ซึ่งเป็นฟรีทีวีเพียงช่องเดียวที่ได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดวันประกวด และมีการจัดทำรายการพิเศษอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกวดและเหล่านางงาม  ออกอากาศตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 2 ธันวาคมด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น รายการแข่งขันกีฬาแมทซ์สำคัญๆ ระดับโลก ช่องพีพีทีวียังคงเกาะติดและได้สิทธิ์คว้ามาครอง  เพื่อรักษาฐานคนดูสำคัญ คือ กลุ่มผู้ชายทั่วประเทศด้วย เช่น การแข่งขันฟุตบอลอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยน คัพ หรือ ไอซีซี ซึ่งมีทีมใหญ่ๆ อย่าง รีล มาดริด บาเซโลน่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล เป็นต้น การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 26 นัด  และการถ่ายทอดสดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี 2018”

นอกจากรายการกีฬาสำคัญๆ แล้ว  ยังคว้าสิทธิ์รายการประกวดร้องเพลง The Voice  ของค่ายยูนิเวอร์แซลมิวสิค มาออกอากาศตั้งแต่ปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีนี้ และยังจะมีรายการของกลุ่มเดอะวอยซ์ ออกอากาศในปี 2562 อีก 2 รายการด้วย คือ The Voice Kids และ The Voice Senior  รายการใหม่แกะกล่องที่เกิดขึ้นในเมืองไทย โดยเป็นการประกวดร้องเพลงของผู้ใหญ่รุ่นเก๋าที่ยังมีไฟและมีใจรักในการร้องเพลง ขณะเดียวกันปีที่ผ่านมายังมีข่าวออกมาว่า รายการแม่เหล็กสำคัญที่ออกอากาศทางช่อง 7 (ช่อง 35HD) คือ รายการกิ๊กดู๋สงครามเพลงเงาเสียง ของค่ายเจเอสแอล จะย้ายมาออกอากาศในช่องพีพีทีวีด้วย

แนวทางการมุ่งไปสู่ World Class TV และเป้าหมาย Top10 ของคุณสุรินทร์ที่มุ่งหวังไว้ มีความชัดเจนและเป็นจริง  จากผลของการเสริมรายการสำคัญๆ เข้ามาไว้ในผังของช่อง  เพราะก่อนหน้านี้อันดับของช่องพีพีทีวีอยู่ถึงอันดับที่ 13 ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้เป้าหมาย คือ อันดับที่ 11-12 ในช่วงปีที่ผ่านมา และปัจจุบันก็ขยับขึ้นมาอันดับที่ 10 แล้ว แม้จะยังไม่ใช่อันดับที่นิ่งแล้วก็ตาม เพราะเพิ่งเริ่มต้นปีได้เพียงระยะเวลา 2-3 สัปดาห์เท่านั้น พลังการ “ดูด” ที่คุณสุรินทร์ไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายในเบื้องต้นแล้ว

“อย่าไปเรียกว่า ดูด เลย มันไม่เกี่ยวข้อง ทุกๆ คนมาด้วยเหตุผล ไม่ใช่พลังดูด อะไรทั้งสิ้น สุดท้ายแล้วมันเป็นเรื่องธุรกิจ การที่คนๆ หนึ่งตัดสินใจอยู่กับคนคนหนึ่ง มีมากกว่าเรื่องเงิน เงินเป็นปัญหาระยะสั้น ในระยะยาวเวลาเราจะตัดสินใจไปอยู่กับใคร เราเลือกว่าคนนั้น เป็นอย่างไร เช่น การทำงานทีวี เขาต้องดูว่าทีวีช่องนั้นมีความทะเยอทะยานแค่ไหนในการทำรายการของสถานีเขา มีผู้บริหารทีวีที่ถูกต้องแค่ไหนที่จะต้องไปร่วมหัวจมท้าย  มีปัจจัยเรื่องอื่นไหม ที่จะทำให้แข็งแกร่ง ผมว่าเขาเลือกจากตรงนั้น ถ้าวันไหนเขาไปเพราะเงิน การเลือกแต่เงินจะไม่ทำให้แข็งแรง และเขาไม่น่าจะอยู่รอดได้นาน หลักการเป็นอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นดาราเกรด B – C หรือผู้จัด ผู้ผลิต เจ้าของรายการ คิดว่าสิ่งนี้เป็นเบสิคในการเลือกและตัดสินใจ”

Go Big มุ่งสู่ World Class & More ด้วย “ละคร” ฝันใหญ่ Top5 

แม้ปีที่ผ่านมา จะมีการปรับเพิ่มสัดส่วนรายการชั้นหัวกะทิเข้ามาเรียกเรตติ้ง แต่ดูเหมือนยังไม่เพียงพอเพื่อขยับไปถึงเป้าหมาย เพราะช่องพีพีทีวี หวังไกลกว่าแค่ติด Top10 แต่ต้องการไปถึง Top5 แม้ไม่ได้จะมุ่งหน้าไปโค่นแชมป์เบอร์​1 แต่การอยู่ในทำเนียบ 5 อันดับแรกของกลุ่มทีวีดิจิทัล นั่นคงเพียงพอสำหรับการสร้างธุรกิจให้เติบโตและมีกำไร เพราะตลอดระยะเส้นทางที่ผ่านมายังคง “ขาดทุน” แม้รายได้จะเติบโต ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าเติบโตอีกเท่าตัว แต่ธุรกิจทีวีเป็นธุรกิจไม่ได้เห็นผลกำไรที่รวดเร็ว ระหว่างทางยังต้องควักกระเป๋าลงทุนมหาศาล ปีนี้ก็ไม่ได้ต่างจากปีที่ผ่านมา ลงทุนในการซื้อและพัฒนาคอนเทนต์ต่างๆ อีก 2,000 ล้านบาท

แผนงานสำคัญของช่องพีพีทีวีในปีนี้ ถือว่าเป็นความท้าทาย และ Go Big ในการขับเคลื่อนเป้าหมาย Top10 คือ การลงมือผลิตละครเป็นของตนเอง ถือเป็นการต่อเติมความเป็น World Class TV ตามที่อยากจะให้เป็น พร้อมกับต้องการขยายฐานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้หญิง และกลุ่มคนในชนบททั่วประเทศ  เพราะธุรกิจทีวีต้องตอบโจทย์คนทั้งประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดีแล้วกับการนำเสนอรายการเจาะตลาดกลุ่มผู้ชาย แต่หากสำรวจความเห็นของคนทั้งประเทศ ความนิยมของคนไทยกว่า 50  ล้านคนที่ดูทีวี อันดับ 1 ก็คงไม่พ้นรายการละคร ตามมาด้วยรายการวาไรตี้

“ปีนี้จะเป็นปีที่สำคัญที่สุดของเรา เพราะเราก้าวไปหาการเป็นแมส มากขึ้น  เราอยากอยู่ใน Top10 และไปสู่ Top5  นี่จะเป็นก้าวย่างที่ตอบโจทย์ชัดเจน  ไม่ใช่แค่บอกว่าเราอยากจะได้โน้นได้นี่ อะไรที่จะทำให้เราไปอยู่ใน Top10 ได้ นี่จะเป็น Indicator ที่บอกว่าช่องสามารถไปได้ ถ้าเรารักษาเรตติ้งรายการของวันนั้นๆ ได้”

การเข้ามาผลิตรายการประเภท “ละคร” ของ PPTV ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะมีเจ้าตลาดสำคัญผลิตละครแถวหน้าอยู่ในเมืองไทยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่อง 7 ช่อง 3 ช่อง GMM25 ช่อง ONE31 หรือแม้แต่ช่อง 8 ก็ทำได้ดีไม่น้อย ไม่ใช่แค่คู่ต่อสู้ชั้นแนวหน้าของวงการละครไทยเท่านั้น การทำธุรกิจละคร ยังต้องมีความพร้อมเรื่องบุคลากร บทประพันธ์​  ดารานักแสดง และผู้จัดละคร ซึ่งล้วนแต่มีการแข่งขันกันสูงในทุกองค์ประกอบ ผู้บริหารช่องพีพีทีวีรู้ดีแต่เชื่อมั่นในความตั้งใจและความพร้อมของตนเอง

ความพร้อมของพีพีทีวีในขณะนี้ จึงเริ่มต้นการเสริมทีมงานเข้ามา เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกบทละคร คัดสรรนักแสดง ประสานงานกับผู้จัดทำละคร โดยปัจจุบันมีผู้จัดละครกว่า 10 คน ที่เข้ามาร่วมงานกับช่องพีพีทีวี เพราะเตรียมผลิตละครใหม่อย่างน้อย 10 เรื่อง ด้วยเงินทุนถึง 500 ล้านบาท อาทิ วุ่นรักนักข่าว ของบริษัท ทีวันเดอร์ จำกัด (มหาชน)  ฝ่าดงพยัคฆ์ ของบริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด กลับไปสู่วันฝัน ของบริษัท CHANGE2561 จำกัด กามเทพผิดคิว ของบริษัท อันดา 99 จำกัด และ แพศยา ของบริษัท บานไม่รู้โรย โปรดักชั่น เฮาส์ จำกัด เป็นต้น และครั้งแรกของช่องพีพีทีวี ที่มีดาราเข้าสังกัดช่องเป็นของตนเอง โดยมีคนแรกคือ ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์

3 คีย์สำเร็จผลิตละครไทย

สำหรับกระบวนการผลิตละครสักเรื่อง มี 3 ปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จเริ่มต้น คือ  1. ต้องเลือกเรื่องบทประพันธ์ที่ถูกต้อง 2. เลือกผู้จัดผู้ผลิตที่ถูกต้อง และ 3. ดารานักแสดงต้องพร้อม ซึ่งพีพีทีวีถือว่าเป็นช่องทีวีใหม่  การสร้างดาราในสังกัดของตนเองนั้น มี 2 วิธี คือ การได้ดาราจากที่อื่นมาอยู่ในสังกัด กับการสร้างดาราใหม่ขึ้นมาเอง ซึ่งทั้งช่องพีพีทีวีก็ใช้ทั้ง 2 แนวทาง และมีทั้งรูปแบบการเข้าไปติดต่อเพื่อให้เข้ามาสังกัดช่อง และการที่ดาราเข้ามาติดต่อเอง

“การมีดาราในสังกัด ก็ตอบโจทย์ให้ผู้จัดได้ง่ายขึ้น ว่าเขาควรจะมาอยู่กับเราไหม ทุกคนต้องการหาดาราดังๆ มาอยู่กับตัวเอง ถ้าช่องมีให้นั่นคือสิ่งที่ใช่  ดาราคนอื่นก็เช่นเดียวกัน เขาก็มองดาราระดับตัวเอง หรือสูงกว่าตัวเอง ว่าควรจะตามไปอยู่กับดาราคนนั้นไหม นี่เป็นวัฏจักรการคิด”

สำหรับช่วงเวลาออนแอร์ของรายการละคร ถูกจัดวางไว้ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ เช่นเดียวกับรายการกิ๊กดู๋ฯ หรือรายการ The Voice  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะออกอากาศวันไหนบ้างในช่วงวันพุธถึงวันอาทิตย์ ซึ่งต้องดูตัวแปรการถ่ายทอดสดกีฬาฟุตบอลด้วย และคงจะเริ่มออกอากาศได้ในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 ส่วนเรตค่าโฆษณาเริ่มต้นคงไม่สามารถขายได้เท่ากับช่องใหญ่ แต่ไม่น่าจะต่ำกว่านาทีละ 2 แสนบาท ซึ่งรายการกิ๊กดู๋ฯ ปัจจุบันขายนาทีละ 2.5 แสนบาท ส่วนรายการ The Voice  ขายนาทีละ 3 แสนบาท และฟุตบอลพรีเมียร์ลีค ขายมากกว่า 3 แสนบาทต่อนาที

เมื่อผังรายการมุ่งไปทางรายการบันเทิงมากขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนรายการบันเทิงเพิ่มขึ้นมาเป็น 50% จากก่อนหน้ามีสัดส่วนประมาณ 30% ที่เหลือเป็นรายการข่าวสัดส่วน  40% และรายการกีฬาสัดส่วน 20% จากสัดส่วนเดิม 30% ซึ่งกลุ่มรายการบันเทิงในปีนี้ จะมุ่งเน้นจับกลุ่มเป้าหมายผู้หญิง และคนในชนบทมากขึ้น โดยมีรายการสำคัญ อาทิ รายการก่อนบ่ายคลายเครียด ซึ่งเคยออกอากาศช่อง 3 (ช่อง 33HD) รายการเมย์ เอ๋​ โอ๋ รายการทอล์คโชว์เพื่อผู้หญิงยุคใหม่ รายการ KRITCHEN BY ชาคริต รายการอาหารโดยชาคริต แย้มนาม

ในสุดท้าย คุณสุรินทร์ หวังว่าการเตรียมความพร้อมทั้งหมดจะทำให้ ช่องพีพีทีวีอยู่ใน Top10 อย่างมั่นคง แต่หาก “โชคดี” ปีนี้คงขึ้นสู่อันดับ Top5 เลย ความโชคดีที่ว่า ก็ฝากความหวังไว้กับละครที่จะออนแอร์ และดังขึ้นมากับเขาบ้าง เพื่อสร้างชื่อให้กับช่องได้เป็นที่รู้จักกับคนไทยมากขึ้น