4 สิ่งที่นักการตลาดต้องเรียนรู้ จากความไม่ตั้งใจ “ลวก-ไม่ลวก” หมี่หยก MK สู่แจกฟรีสาขาละ 100 จาน

หลังจากประเด็น #ทีมไม่ลวกหมี่หยก หรือ #ทีมลวกหมี่หยก ซึ่งเกิดจากการถกเถียงกันของการกินเมนู “หมี่หยก” จานละ 52 บาท จานละ 2 ก้อน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมนูขายดีประจำร้าน เอ็มเคสุกี้ จนกลายเป็นกระแส “Viral Marketing” อันร้อนแรงบนโลกออนไลน์ ทั้งใน Facebook, Twitter หรือ Youtube

ความแรงของ Viral Marketing ดังกล่าว ทำเอาแบรนด์สินค้าซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้อง อย่าง “โรงหนังเมเจอร์” ที่เอาสินค้า ป๊อปคอร์น มาอิงกระแส และ “ท็อปส์” เอาบะหมี่หยก มาฉวยจังหวะขาย เป็นการขอมีเอี่ยวกับกระแสการเลือกข้าง “ลวก-ไม่ลวก” หมี่หยก เพื่อโฆษณาขายสินค้าของตัวเองเข้าไปกับกระแสดังกล่าวด้วย เรียกว่าเป็นการเกาะเทรนด์และเข้าไปมีส่วนร่วม กับความร้อนแรงของประเด็นที่คนบนโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจ

ขณะที่ร้านสุกี้ เอ็มเค เจ้าของแบรนด์ซึ่งเป็นต้นตอของประเด็นดังกล่าว  ในช่วงวันที่เกิดประเด็นการถกเถียงกันบนโลอกออนไลน์  อาจจะออกตัวได้ช้ากว่า “เมเจอร์-ท็อปส์” พอสมควร เพราะถือว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจหรือเซ็ทเอาไว้ตั้งแต่แรก โดยหลังจากร้านสุกี้ เอ็มเค ตั้งสติได้จึงออกมาโพสต์คลิปวิดีโอสั้นๆ ขนาดความยาว 4 วินาที เปรียบเทียบการ “ลวก-ไม่ลวก” หมี่หยก พร้อมแคปชั่น

 

แม้จะมาทีหลัง แต่คลิปวิดีโอดังกล่าว แต่ก็มีคนเข้ามาดูกว่า 570,000 แสนครั้ง แชร์ไปกว่า 5,200 ครั้ง และคนกดไลท์กว่า 27,000 ไลท์  เมื่อรวมกับ #ทีมไม่ลวกหมี่หยก หรือ #ทีมลวกหมี่หยก ที่มีการรีทวีตบน Twitter กว่า 127,000 ครั้งในช่วงวันแรกๆ ที่เป็นประเด็น และยังติดเทรนด์ Twitter

นอกจากนี้ยังมีดาราและคนมีชื่อเสียงบางคน ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโลกออนไลน์ด้วยเช่นกัน อย่างเช่น ภัทร ฉัตรบริรักษ์ น้องชายคนสุดท้องของ บอย ปกรณ์ ที่โพสต์ผ่าน Twitter ส่วนตัว @cmcamel ว่า #ทีมไม่ลวกหมี่ยกเช่นกัน ต้องยอมรับว่า งานนี้ร้านเอ็มเค สุกี้ ได้ฟรีมีเดียไปแบบเต็มๆ

เพื่อไม่ให้กระแสความแรงของ “Viral Marketing” ลดลง ร้านเอ็มเค สุกี้ จึงอัดโปรโมชั่นกระตุ้นความแรงให้ยังเป็นกระแสต่อเนื่อง กับการแจกฟรีๆๆ กันไปเลย หมี่หยก 100 จาน ในวันที่ 8 มกราคมนี้ วันเดียวเท่านั้น ในทุกสาขากว่า 436 สาขา ยกเว้น MK Gold, MK Live, Express และ Delivery เพียงแค่มาให้ไว และทำตามกติกา คือ  กด Like เพจ MK Restaurants และแสดงโพสต์กิจกรรมนี้ให้แก่พนักงาน MK สาขาที่ไปรับประทาน โดยลูกค้าจะได้รับฟรีบะหมี่หยก 1 จาน จำนวน 2 ก้อน และไม่สามารถเปลี่ยนเมนูได้  ซึ่ง จำกัดสิทธิ์ 100 โต๊ะแรก ต่อสาขา เท่านั้น โดยจำกัด 1 สิทธิ์ ต่อ 1 โต๊ะ ต่อ/ 1 ใบเสร็จ  และรับประทานเฉพาะที่ร้าน MK Restaurants เท่านั้น และไม่จำกัดว่าจะเป็น #ทีมไม่ลวกหมี่หยก หรือ #ทีมลวกหมี่หยก

ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ คงเป็นกรณีตัวอย่างให้กับนักการตลาด ได้เรียนรู้และต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของคนบนโลกออนไลน์ ใน 4 ประการสำคัญดังนี้

– ความใส่ใจในกระแสที่มีต่อแบรนด์ ถึงแม้ว่าประเด็น #ทีมไม่ลวกหมี่หยก หรือ #ทีมลวกหมี่หยก จะเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่ แบรนด์ MK ก็ถือว่าจับกระแสไม่ทันท่วงที ไม่ว่าแบรนด์ของคุณจะมีทีมงานภายในองค์กร หรือเอเจนซี่ การมอนิเตอร์ Voice ของผู้บริโภคในโลกออนไลน์ เป็นเรื่องที่ต้องเกาะติดอยู่ตลอดเวลา และรีแอ็คชันอย่างเหมาะสม ทั้งดี -ร้าย ในกรณีนี้ ไม่ใช่แค่การตอบโต้อย่างทันท่วงทีแล้ว นักการตลาดยังต้องรู้จักวิธีการต่อยอดและใช้ประโยชน์จากกระแสที่กำลังร้อนแรง ให้เป็นผลบวกกับแบรนด์หรือสินค้าของตัวเองด้วย ทั้งในส่วนของ MK, Major, Tops ซึ่ง 2 รายหลังนั้นได้ถูกจับตามองเรื่องความทันกระแส หรือ Real-Time Marketing อยู่แล้ว

 

– ผู้บริหารกล้าตัดสินใจ หลังจากเกิดกระแสขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในวันนี้(จันทร์ที่ 7 มกราคม) MK ก็ประกาศว่า ในวันที่ 8 มกราคมจะแจกฟรีบะหมี่หยก 100 จาน ต่อสาขา นับว่าเป็นความรวดเร็วในการตัดสินใจ

จะว่าไปแล้ว หมี่หยกที่ราคาจานละ 52 บาท MK มีสาขาทั้งสิ้น 436 สาขา เมื่อคำนวณแล้ว แปลว่างานนี้ MK ใช้งบประมาณการตลาดราว 2.26 ล้านบาท(ถ้าคิดตาามราคาขาย) แต่โพสต์ที่ประกาศแจกฟรีนี้ มีกดไลท์กว่า 4,800 ไลก์ คนแชร์กว่า 2,000 แชร์ และคนมาคอมเมนต์กว่า 920 ข้อความ ยังไม่นับการที่มีผู้อื่นกล่าวถึงกรณีนี้ ซึ่งถือว่างานนี้ MK สร้างกระแสได้อย่างมหาศาล

– แนวทางการตลาดไม่อาจจะแบ่งแยก โลกออนไลน์และออฟไลน์ออกจากกันได้ จากกรณีนี้เห็นได้ว่า มันเป็นพฤติกรรมการกินบะหมี่ภายในร้าน แต่เรื่องราวที่เป็นประเด็นถูกหยิบมาสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ ดังนั้น นักการตลาด คงต้องรู้จักลูกค้าของตนเองจริงๆ ว่าในชีวิตประจำวันของพวกเขาเหล่านั้น มีพฤติกรรมอย่างไร “ชอบ-ไม่ชอบ” อะไร ดร.เอกก์ ภทรธนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยกล่าวในงานสัมมนาประจำปี BRAND TALK ครั้งที่ 16 “UNLOCK THE FUTURE 2019 : ปลดล็อคอนาคตสู่การตลาดยุคใหม่” ของ BRAND BUFFET.IN.TH ในหัวข้อ Marketing Traps 2019: กับดักการตลาดปี 2019 ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่เป็นกับดักทางการตลาดในปีนี้ คือ การแบ่งแยกโลก Online or Offline ซึ่งแนวทางที่นักการตลาดควรให้ความสำคัญ คือ Onlife หรือ เข้าไปในอยู่ในชีวิตของลูกค้า (อ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี่) ในเคสนี้ก็เช่นกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ MK กำลังผลักดันกระแสนี้มาสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคมา ลวก – ไม่ลวกหมี่หยก ที่ร้าน ซึ่งในธุรกิจร้านอาหาร การกระตุ้นให้ลูกค้ามาดื่มกินที่ร้านได้ นับเป็น Key Success ที่สำคัญ

ธุรกิจยุคปัจจุบัน แข่งกันด้วย Speed หรือความเร็ว สิ่งหนึ่งที่นักการตลาดต้องให้ความสำคัญ คือ เรื่องของความเร็วในการทำธุรกิจ การปรับตัวให้ได้อย่างรวดเร็ว ตามสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป คือ หัวใจสำคัญของการยืนหยัดอยู่บนโลกธุรกิจยุคดิจิทัล ไม่ใช่ขนาดความใหญ่-เล็ก ขององค์กรอีกต่อไป เพราะด้วยโลกยุคปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และดิจิทัล ซึ่งการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว คงต้องไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งคนทำงานและคนที่มีอำนาจการตัดสินใจด้วย นี่อาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องหลักๆ ที่นักการตลาดควรจะได้เรียนรู้ และนำเอาไปปรับใช้ เพื่อทำให้แบรนด์สินค้าสามารถมีที่ยืนบนโลกออนไลน์ และประสบความสำเร็จบนโลกธุรกิจยุคดิจิทัล