เบื้องหลัง SC Asset กับโปรเจกต์ใหม่ “Neighbourhood บางกะดี” ที่สร้างขึ้นจากเสียงของชุมชน

หากพูดถึงไฮไลท์ของการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) โปรดักท์ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียมล้วนมีความโดดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง ดีไซน์การออกแบบ ฟังก์ชันของบ้านตลอดจนบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ความต้องการของ “ลูกบ้าน” อย่างแท้จริง

แต่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ SC Asset วันนี้มองไกลไปอีกขั้นเพราะมีการมุ่งมั่นยกระดับสู่การพัฒนาย่านชุมชน โดยการสร้างขึ้นบนที่ดินแปลงใหญ่มีศักยภาพตั้งแต่หลักหลายสิบไร่ไปจนถึงหลักหลายร้อยไร่ให้ครบครันด้วยโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ และหนึ่งในโครงการ “ใหญ่ยักษ์” ที่ SC Asset กำลังปลุกปั้น และเพื่อพลิกโฉมสู่การเป็น “Living Solutions Provider” คือการนำที่ดินบนทำเลศักยภาพแห่งใหม่ “บางกะดี” เนื้อที่กว่า 200 ไร่ มาพัฒนาร่วมกับผลวิจัยของสถาบันการศึกษาอย่าง Redek หรือศูนย์บริการวิจัยและออกแบบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยใช้แนวคิดของการพัฒนาชุมชนควบคู่ไปกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนในชุมชนสามารถใช้ร่วมกันได้

การพัฒนาโครงการใหญ่ในย่านชุมชน ทำให้เห็นมุมมองและวิธีการคิดใหม่ๆ ของ “เอสซีฯ” ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่การสร้างบ้านตอบโจทย์ลูกค้า แต่กลับคำนึงถึง “ชุมชน” รอบข้างในย่านบางกะดีด้วย ซึ่งเห็นชัดขึ้น เมื่อ SC Asset
ลุกขึ้นมาทำโครงการ “Neighbourhood บางกะดี” นำเสนอมุมมองและความต้องการของคนในชุมชน สะท้อนให้ Developer ได้รับรู้ โดยการประเดิมปล่อยหนังโฆษณา 2 เรื่อง ได้แก่ “…ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว?” เรียกได้ว่าสร้าง Impact ให้คนดู และช่วย “กระตุก” ต่อมคิดของคนได้เห็นความเป็นไปของสังคมไทยที่ลงตัวจริงหรือและถ้าชีวิตไม่ลงตัว ผู้คนในชุมชน สังคม ต้องการอะไร จะเห็นได้จากหนังโฆษณาอีกตัว “Wish Box” ออกมาเปิดพื้นที่ให้คน “ขอ” ในสิ่งที่อยากได้

หนังโฆษณาทั้ง 2 ตัว เป็นผลงานของผู้กำกับมือหนึ่ง “เป็นเอก รัตนเรือง” ที่นำเสนอเรื่องราวจนกระแทกใจคนดูอย่างมาก ยิ่งกว่านั้นผลงานโฆษณายังเตะตากรรมการจนกวาดรางวัลต่างๆ มาครองมากมาย ทั้งรางวัล Silver จากเวที B.A.D Awards 2018 จาก 2 สาขา ได้แก่ รางวัล Silver สาขา Film, รางวัล Silver Film Craft Copywriting สาขา Film Craft และรางวัล Silver Film Craft Directing สาขา Film Craft ซึ่งรางวัลอาจเป็นผลพวงของการทำงานที่ดี แต่มากกว่านั้น บอกเลยว่า งานโฆษณาทั้ง 2 เรื่องนั้น เจ๋ง! โดนใจ ซึ่งระดับ “เป็นเอก” นำเสนอแล้ว ให้อะไรกับคนดูมากกว่าที่เห็นอย่างแน่นอน

ย้อนกลับมาพูดถึงที่มาของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย บางกะดี จะพบว่า “วิธีคิด” หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป แบรนด์ตระหนักในเรื่อง “ความต้องการของผู้บริโภค” มากขึ้น มีการทำวิจัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจคนในพื้นที่มากสุด เช่น การแบ่งปันพื้นที่ 6 ไร่ ให้กับคนในชุมชนโดยรอบมีโอกาสได้ใช้ เมื่อมีวิจัยมาเป็นกรอบในการทำงาน ทำให้การออกแบบพื้นที่ยากกว่าที่คิด เพราะผู้คนมีความ “คาดหวัง” ที่จะได้อะไรไปเสริมชีวิตความเป็นอยู่ แต่ที่แน่ๆ เจตนารมณ์หนึ่งของ SC Asset คือ การมีส่วนยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนในชุมชน เช่น มีไฟทางเดินสว่างไสว เพิ่มความปลอดภัยในชีวิต วินมอเตอร์ไซต์มีที่ทางเหมาะสม มีป้ายบอกราคาชัดเจน เป็นต้น

ภาพบรรยากาศส่วนหนึ่งในการทำวิจัย

เมื่อ SC Asset มองเห็นทำเลกรุงเทพฯ โซนเหนือ มีศักยภาพ เปิดตัวโครงการทาวน์โฮม “เวิร์ฟ ติวานนท์” และบ้านเดี่ยว “เวนิว ติวานนท์-รังสิต” แค่เปิดขายเท่านั้น สามารถมียอดขายไปแล้ว 400 ล้านบาท จนสต๊อกไม่เหลือเลย ความสำเร็จหนึ่งในการทำตลาดครั้งนี้ คือ การเลือกฟังเสียงและวิเคราะห์ความต้องการเชิงลึก(Insight) ของผู้บริโภคมาเป็นธงหรือศูนย์กลาง(Customer centric) ในการพัฒนาโครงการการจัดฟังก์ชันที่อยู่อาศัยให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ผู้อยู่มากที่สุด นั่นจึงได้เห็นบ้านมีฟังก์ชันหลากหลาย ปรับแต่งเปลี่ยนได้ตามต้องการ รวมทั้ง Facilities ในโครงการมีความครบครัน ทั้ง Co-working space, Playground, Virtual aerobics เป็นต้น จากเดิมแบรนด์จะเป็นคนคิด ออกแบบดีไซน์แทนลูกค้าทุกอย่าง

SC Asset พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มานาน มีโครงการเกิดขึ้นมากกว่า 120 โครงการ มีลูกบ้านสมาชิก 20,000 ราย การบริการหลังการขายเป็นหนึ่งใน “กุญแจความสำเร็จ” ของบริษัทและแม้โครงการบางกะดีจะเป็น Big Project แต่บริษัทไม่ยอมอ่อนข้อด้านบริการและพยายามทลาย Pain point ให้กับลูกบ้านด้วย เช่น การแจ้งซ่อมต่างๆผ่านแอปพลิเคชัน “รู้ใจ” มีล็อกเกอร์อำนวยความสะดวกในการรับส่งสินค้า เป็นต้น

Baan Rue Jai Application

เมื่อสร้างครอบครัวใหญ่ SC Asset ยังสร้างโปรเจกต์ดีๆ เพื่อเชื่อมกับชุมชน เช่น ปลูกผัก ปลูกเพื่อน สร้างมิดชิดรั้ว Pop-up Store ที่แบ่งปันสิ่งดีๆ ซึ่งเกินความจำเป็นไปให้ผู้อื่น เป็นต้น

ทั้งหมดไม่ใช่แค่การพัฒนาโปรดักท์ สร้างแบรนด์แล้วจบ แต่สิ่งที่มุ่งมั่น คือนำไอเดียดีๆ ไปสร้าง Impact ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่งเราสามารถรับชมส่วนหนึ่งของความตั้งใจต่างๆได้จากวีดีโอซีรีย์ “What’s in Neighbourhood บางกะดี?” ทั้ง 3 ตอนจากคำบอกเล่าของ ผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวของต่างๆของบริษัท

จากการถ่ายทอดเรื่องราว..ชีวิตดีๆที่ลงตัว สู่ Wishbox และขยายต่อยังเนื้อหาที่บอกเล่างานวิจัยที่เกิดขึ้นในบางกะดี การสร้างบ้านบางกะดี และดูแลผู้อยู่อาศัยแบบคน “รู้ใจ” เนื้อหาเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างน่าสนใจ และยังนำเสนอต่อเนื่องออกมาเป็นซีรีย์ “What’s in Neighbourhood บางกะดี”

ใครไม่อยากพลาด หรือต้องการติดตามว่าโปรเจ็คต์ใหม่นี้ว่ามีอะไรที่น่าสนใจอีกในอนาคต สามารถติดตามได้ที่ www.youtube.com/scassetonline หรือ www.scasset.com/theneighbourhood