ระเบิดศึก Craft เบียร์ ครั้งใหม่ “เบียร์หมาป่า” และ “เบียร์มังกร” ไล่ขย้ำ “เบียร์หมี” ค่ายสิงห์

ตลาดเบียร์เมืองไทยช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวให้ลูกค้าได้เห็น และลิ้มรสชาติเบียร์ใหม่กันหลายแบรนด์ นับตั้งแต่ค่ายสิงห์ ปล่อย U Beer ออกมาทำตลาดช่วงปลายปี 2559  ปีที่ผ่านมาออกเบียร์แบรนด์ใหม่ Snowy Weizen by EST 33. (สิงห์ซุ่มเงียบ…อ่านต่อ) และช่วงกลางปีนี้ยังออก Kopper by EST 33. อีกแบรนด์ หลังปล่อยให้ค่ายสิงห์บุกตลาดอยู่พักนึงแล้ว  และล่าสุดในเพจวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างแชร์กันให้กระหน่ำ รูปของ 2 แบรนด์ใหม่ ฮันทส์แมน (Huntsman) ในสัญลักษณ์ “หมาป่า” และแบรนด์แบล็ค ดราก้อน (Black Dragon) ในกลุ่มคราฟท์เบียร์ ที่จะมาไล่ล่ากับ เบียร์หมี Snowy Weizen

ตลาด Craft Beer โตแรง 

เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ออกสินค้าใหม่กลุ่มคราฟท์เบียร์  เป็นเพราะหลายปีที่ผ่านมาตลาดเซกเมนต์นี้มีอัตราการเติบโตสูงถึง 5-7% ต่อปี ถึงแม้ว่าจะมีมูลค่าเพียง 500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่ารวมของตลาด 200,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีสัดส่วนไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ แต่หากเทียบกับเบียร์กลุ่มเมนสตรีม ซึ่งอยู่ในอาการทรงตัวจากปัจจัยเรื่องกำลังซื้อ ภาระหนี้สินภาคครัวเรือน และนโยบายภาครัฐรณรงค์การงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สิ่งที่ “สิงห์-ช้าง” มองเห็นไม่ใช่แค่การเติบโตสูงของกลุ่มคราฟท์เบียร์เท่านั้น  แต่มองเห็นเทรนด์การบริโภคของคนทั่วโลกและไทย ในกลุ่มคนมีการศึกษา มีรสนิยม และรายได้ระดับปานกลางขึ้นไป โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ หันมาเลือกดื่มเบียร์ซึ่งมีรสชาติหลากหลาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นที่ความเป็นตัวของตัวเอง รู้จักค้นคว้าหาข้อมูล และการเดินทางที่ง่ายช่วยย่อโลกทำให้การทดลองอะไรใหม่ๆ เป็นเรื่องง่าย ส่งผลให้มีการนำเข้ากลุ่มเบียร์คราฟท์จำนวนมาก และตีตลาดแย่งส่วนแบ่งจาก 2 ยักษ์ใหญ่แบบเงียบๆ  ทำยักษ์ใหญ่ทั้งเบียร์ “สิงห์-ช้าง” คงอยู่เฉยไม่ได้ รวมถึงธุรกิจหากจะต้องรักษาการเติบโต  ต้องออกไปหาพื้นที่ทางการตลาดใหม่ๆ  จะมาหวังเจาะตลาดแมสเหมือนเดิมคงไม่ได้แล้ว ตอนนี้คนทั่วโลกกำลังหันมาให้ความสนใจกลับเบียร์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นวีทเบียร์  ดาร์กเบียร์  ฟรุ๊ตเบียร์​ หรือเบียร์​ 0% ฯลฯ

ซึ่งมีการประเมินกันว่าภายในอีก 2 ปีข้างหน้าตลาด Craft Beer จะขยายตัวจนมีสัดส่วนถึง 1% หรือมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท จากความนิยมของผู้บริโภคและจำนวนแบรนด์ที่มีการนำเข้ามาทำตลาดจากต่างประเทศอยู่กว่า 50 แบรนด์ และยังมีแบรนด์ของคนไทยผลิตและจำหน่ายอีกกว่า 10 แบรนด์

ดื่มง่ายขึ้น – กลิ่นหอม เสน่ห์มาตรฐาน Craft Beer 

ทำความรู้จักกับ 2 เบียร์แบรนด์ใหม่

  • ฮันทส์เมน (HuntsmanCloudy Wheat Beer สไตส์ Belgian

เบียร์นุ่มต้องล่า แบรนด์นี้เป็น Cloudy Wheat Beer จุดเด่นที่มีความหอม นุ่ม และดื่มง่าย ในสไตล์ Belgian ที่มีปริมาณแอลกอฮอลล์ 4% มีลักษณะเฉพาะ คือ ฟองที่ฟูนุ่ม สีน้ำเบียร์มีความขุ่น จากการใช้ Wheat Malt เป็นส่วนผสมในการหมักนอกเหนือจาก Barley Malt ยังมีเรื่องของ “กลิ่น” จาก Lemon, กล้วย และ Clove  ซึ่งเกิดจากกรรมวิธี Dry Hopping แล้วใช้ Aroma Hop ลงไปในขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะบรรจุ  ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฮันทส์แมน กระป๋องมีผิวสัมผัสด้าน ทำให้เพิ่มอรรถรสในการดื่ม

  • แบล็ค ดราก้อน (Black Dragon) เบียร์แดงจากลมหายใจมังกร

เบียร์แดง รสชาติหวานหอมของมอลต์คั่ว  ดื่มง่าย มีความนุ่มลื่น มีปริมาณแอลกอฮอล์ 4%  เป็นเบียร์ในประเภท Amber Ale ซึ่งมีสีเข้มกว่า Lager ทั่วไป ความพิเศษ คือ ใช้ Caramel Malt และ Crystal Malt (มอลต์ที่ผ่านการคั่วจนมีสีเข้ม) ซึ่งทำให้เกิดสีแดงเข้ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของ Hops ทันทีที่จิบ ตามด้วยกลิ่นคาราเมล และมีกลิ่นหอมของลิ้นจี่เพิ่มความสดชื่นด้วย

 

7-11 สนามทดลองสินค้า อยู่หรือไป

ทั้ง 2 แบรนด์เลือกใช้ 7-11 เป็นพื้นที่ทดสอบกระแสตอบรับ โดยกำหนดระยะเวลาจาก 7-11 โดยตั้งราคาขายอยู่ที่ 55 บาท ในขนาดบรรจุภัณฑ์ 490 มิลิลิตร ทรงสูง เป็นขณะที่เบียร์หมี Snowy Weizen by EST 33. จะอยู่ที่ราคา 60 บาทในร้านสะดวกซื้อ หรืออาจจะขาย 50-55 บาท ในร้านโชว์ห่วยบางร้าน ถือว่าเป็นการตั้งราคาให้ท้าชน ในเซกเมนต์เดียวกันเต็มๆ

สงครามน้ำเมามูลค่า 200,000 ล้าน ในช่วง 2-3 ปีหลัง ถึงแม้ว่าตลาดภาพรวมจะไม่อู้ฟู่เท่าใดนัก แต่ในแง่ของสินค้าใหม่ๆ ที่ถูกนำมาสร้างสีสันให้กับตลาด คงถูกอกถูกใจนักดื่มรุ่นใหม่ ที่มีรสนิยมการดื่มที่แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ในส่วนของผู้ผลิตก็ต้องเดินหน้ามองหาวิธีการจับความต้องการของตลาดให้ได้ ความท้าทายในตลาดนี้นอกจากจะอยู่ที่การสร้างสรรค์สินค้าใหม่ให้โดนใจแล้ว เรื่องของแบรนด์และภาพลักษณ์ของการดื่ม ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน