ผลวิจัยเผย ประโยชน์ที่แท้ทรูของ “รถยนต์ไร้คนขับ” คือ ช่วยให้มี Sex ในรถ

เกือบ 60% ของคนอเมริกันมีเพศสัมพันธ์กันบนรถยนต์อยู่แล้ว แล้วถ้าหากรถยนต์บนท้องถนนทั้งหลายกลายเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ(Driverless-car) ล่ะ…นั่นแแปลว่า “คนขับ” ก็ว่างสิ! 

แน่นอน หากรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสามารถใช้งานได้จริง วิธีการเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไป แต่จากนักวิจัยที่ทำการศึกษากิจกรรมที่เป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางในรถยนต์อัตโนมัตินี้ พวกเขากลับพบว่ามันอาจจะกระทบต่อการมีเซ็กส์ด้วย

จากงานวิจัยล่าสุดพบว่ากว่า 60% ของคนอเมริกันเคยมีเซ็กส์ในรถยนต์แล้ว ตัวเลขดังกล่าวอาจจะมีเพิ่มขึ้นหากรถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้อัตโนมัติ เมื่อคุณพิจารณาว่ารถยนต์เปรียบได้เสมือนห้องที่เคลื่อนที่ได้ห้องหนึ่ง นี่คือ insight ที่ได้มาจาก Annals of Tourism Research ซึ่งเจาะลึกลงไปถึงความเชื่อมโยงระหว่าง “เมือง” กับ “รถยนต์ไร้คนขับ” เพื่อคาดเดาถึงเทรนด์ใหม่ที่กำลังจะมาในอนาคต

“หนึ่งในจุดเริ่มต้นที่อาจจะเกิดขึ้นก็คือ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัตินั้นอาจจะกลายมาเป็นคู่แข่งของโรงแรมและร้านอาหารได้ คนอาจจะเริ่มนอนและรับประทานอาหารในรถยนต์มากขึ้น” Scott Cohen หัวหน้าแผนกวิจัยจาก School of Hospitality and Tourism Management แห่ง University of Surrey จากสหราชอาณาจักร กล่าว นอกจากนี้เขายังเสริมอีกว่า “และนอกจากการกินนอนบนรถแล้ว อะไรคือสิ่งที่คนอาจจะทำกันตอนนอนหล่ะ ก็แหง่ล่ะ ก็เซ็กส์นั่นไง”

บนสรุปที่ได้จากงานวิจัยชี้ว่าการมาถึงของรถยนต์ขับเคลื่อนเองได้นั้นจะเปลี่ยนแปลงวิถีการท่องเที่ยวของพวกเราไปเลย และอาจจะเข้ามาจัดการการวางผังเมืองเขต red light district ใหม่ โดยการนำหมอนวดหรือโสเภนีติดล้อไปเลย ในอัมสเตอร์ดัม รายได้จากโสเภณีมีมูลค่าต่อปีสูงถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

“โดยเฉพาะเมืองที่รัฐบาลสามารถจัดการกับธุรกิจนี้ได้ แล้วทำให้การขายบริการทางเพศเป็นเรื่องถูกกฎหมาย และหากยอมให้มีการขายแบบติดล้อนี้เกิดขึ้นได้ เราจะเห็นอุตสาหกรรมนี้โตขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะยุโรป และมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ที่จะเห็นเขตโซนไฟแดงติดล้อได้ ที่ผ่านมาผู้ขายบริการทางเพศบางคนยังไม่ถูกกฎหมายเลย และยังมีอีกหลายกิจกรรมที่ทำบนรถยนต์แล้วผิดกฎหมาย” อาจารย์ Cohen คาดการณ์ต่อ 

แน่นอนว่าการที่ทำให้ย่านสีแดง(red light district ) เคลื่อนที่ได้จะส่งผลกระทบต่อผู้ขายบริการโดยตรงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัย รวมทั้ง Cohen เองก็ยอมรับว่างานวิจัยของเขายังไม่ครอบคลุมถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหากคุณมีเซ็กซ์บนรถยนต์

Cohen นำเสนองานวิจัยนี้ได้อย่างถึงพริกถึงขิง แต่ประเด็นที่น่าติดตามคือ เนื่องจากคนขับรถไม่ต้องไปโฟกัสที่ถนนอีกแล้ว แล้วกิจกรรมอะไรที่คนจะทำกันในรถยนต์กันต่อไป? ซึ่งการตั้งคำถามนี้มีประโยชน์ต่อแนวคิดการออกแบบห้องโดยสารรถยนต์ว่ามันควรจะถูกดีไซน์ให้ใช้พื้นที่ทำอะไรได้บ้าง

Cohen ยังเสริมปิดท้ายว่า ถึงแม้ว่าผู้ผลิตรถยนต์จะไม่เคยศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ในการใช้รถยนต์เพื่อนำไปออกแบบภายในรถยนต์แล้ว การศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ในปัจจุบันเองก็ยังมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมของมุษย์ในช่วงกลางวันเท่านั้น โดยที่ละเลยพฤติกรรมที่เกิดขึ้นตอนกลางคืนไป และ Cohen ได้ทำนายไว้ว่าคนจะมีเซ็กส์บนรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติได้อย่างเสรีก็ปาเข้าไปในปี 2040 เพราะในตอนนั้นรถยนต์ทุกคันก็จะเป็นรถยนต์ไร้คนขับไปแล้ว และมีแนวโน้วเกิดเร็วขึ้นไปอีก ถ้าหากกฎหมายและเทคโนโลยีก้าวเดินไปด้วยกัน

Source