แสนสิริ ใช้แนวคิด Agile เพิ่ม Speed ธุรกิจป้องกันดิจิทัล Disruption เดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่น่าทำงานมากที่สุด

โลกยุคดิจิทัล ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ใครจะ “แพ้-ชนะ” ไม่ได้วัดกันที่ขนาด “ความใหญ่” ขององค์กร อีกต่อไปแล้ว แต่วัดกันด้วยเรื่องของ “ความเร็ว”  (Speed) เป็นยุคของ “ปลาเร็วกินปลาช้า”  เห็นได้จากเกิดขึ้นของบรรดาธุรกิจรูปแบบ  “สตาร์ทอัพ” ทั้งเล็ก เร็ว และมีประสิทธิภาพ ที่เกิดขึ้นมาและประสบความสำเร็จอย่างมากมาย 

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  หนึ่งในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  ซึ่งมีการแข่งขันรุนแรง  เพราะมีผู้เล่นทั้งหน้าเก่าและผู้เล่นหน้าใหม่  “เล็ก-ใหญ่” เข้าแข่งขันและทำตลาดกันไม่ได้หยุด หลายองค์กรต้องเพิ่มขีดความสามารถให้ตัวเอง ทั้งภายในและภายนอกองค์กร  ด้วยเครื่องมือการบริหารงานต่างๆ ไม่เพียงรับมือกับการแข่งขัน  แต่ยังต้องรับมือกับ Ecosystem ซึ่งเปลี่ยนไปจากการเข้ามาของเทคโนโลยีและดิจิทัล  เพราะอาจจะเข้ามา Disruption ธุรกิจได้เช่นกัน

สำหรับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของธุรกิจอสังหาฯ​ เมืองไทย  ก็มีโจทย์สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร  ด้วยการมองหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพ และความคล่องตัวในการทำงาน  เพราะหากเพิ่มความเร็วในการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ได้เร็วเท่าไร ภายใต้เงื่อนไขยังรักษามาตรฐานและคุณภาพของโครงการไว้ได้  นั่นหมายถึงต้นทุนจะต่ำลง  ทั้งต้นทุนการบริหารงาน และต้นทุนทางการเงินจากอัตราดอกเบี้ย แต่ทำให้มีอัตรากำไรเพิ่มขึ้น  วงรอบธุรกิจที่เร็วทำให้พัฒนาโครงการออกมาได้มาก  รายได้ก็มากขึ้นตามมาด้วย  ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แสนสิริจึงได้นำเอาแนวคิดการทำงานแบบ “Agile”(เอจาวล์) เครื่องมือการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวให้กับองค์กรมาใช้

คุณปิยะวดี วรรธนาคม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบริหารสำนักงาน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า  ช่วงต้นปีที่ผ่านมาแสนสิริได้นำร่องปรับกระบวนการทำงานในองค์กร ภายใต้แนวคิด Agile จากการทำงานร่วมกับเดอะ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (The Boston Consulting Group) ให้มีความคล่องตัวสูงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน  ที่ตอบโจทย์ทั้งพนักงานและองค์กร  ซึ่งแนวคิดของ Agile เป็นการทำงานร่วมกันของพนักงานจากหลายแผนกแบบข้ามสายงาน (Cross-functional) ในลักษณะโปรเจ็กต์ของโครงการที่จะพัฒนา  พนักงานแต่ละแผนกจะเข้ามาทำงานร่วมกัน  นับตั้งแต่เริ่มต้นแนวคิดในการพัฒนาโครงการจนสามารถส่งมอบบ้านให้กับลูกค้าได้

“เป้าหมายของ Agile คือ ประสิทธิภาพและพัฒนาโครงการได้เสร็จเร็ว  หมุนรอบธุรกิจทำรายได้มากขึ้น  ส่วนหลักการสำคัญของ Agile คือ พนักงานมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ตัดสินใจได้เลย ไม่ต้องกลับไปให้หัวหน้าตัดสินใจ และทำให้พนักงานรู้สึกถึงความเป็น Ownership”

โดยที่ผ่านมาผู้บริหารแสนสิริได้ให้โจทย์กับฝ่าย HR ในการหาวิธีการเพิ่ม Skill การทำงานให้กับพนักงาน  เพื่อไม่ให้ถูก Disruption จากเทคโนโลยีและโลกยุคดิจิทัล  รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบุคลากร  ซึ่งเป็นกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียลมากขึ้น  แสนสิริจึงได้เริ่มสร้างความเข้าใจกับบุคลากรภายในองค์กร  มาตั้งแต่ปี 2016 ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน  ด้วยการนำเอาแนวคิดและวิธีการรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพมาใช้  ให้เกิดการเตรียมพร้อมและยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ปัจจุบันแสนสิรินำแนวคิด Agile มาใช้กับการพัฒนาโครงการ High Rise  โครงการ Low Rise แผนก Digital Marketing ,HR, IT และ  Data เนื่องจากบางแผนกอาจจะไม่เหมาะกับการใช้วิธีการดังกล่าว  เพราะรูปแบบการทำงานซึ่งสามารถดำเนินการได้เบ็ดเสร็จในตัวเอง  เช่น แผนกบัญชี และกฎหมาย เป็นต้น

คุณปิยะวดี เล่าอีกว่า  การใช้แนวคิด Agile เข้ามาใช้บริหารงาน  ทำให้ยกเลิกการบริหารงานรูปแบบไซโล (Silo) เพราะขาดความคล่องตัวในการทำงาน  และ Agile ยังสอดคล้องกับการทำงานของบุคลกรในองค์กรด้วย  โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียล  ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 70% จากพนักงานทั้งกลุ่มแสนสิริ 8 บริษัท รวม 4,000 คน  ซึ่งพนักงานกลุ่มมิลเลนเนียลมีความเป็นตัวของตัวเองสูง  มีพฤติกรรมการทำงานและการใช้ชีวิตรวดเร็ว  จากอิทธิพลของสื่อดิจิทัล เทคโนโลยีและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกเหนือจากการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรแล้ว  แสนสิริ ยังวางเป้าหมายให้เป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุด หรือ Dream Place to Work ภายใน 3 ปี ด้วยการเปิดแผนกลยุทธ์โครงการนักศึกษาฝึกงาน “SANSIRI INTERNSHIP 2018”  เป็นการตอกย้ำแนวคิดการบริหารงานองค์กร Agile Transformation : New Way of Working ซึ่งนักศึกษาที่ได้เข้ามาร่วมฝึกงานกับแสนสิริ จะได้รับมอบหมายโจทย์ในการเรียนรู้ที่ท้าทายมากขึ้น  ด้วยการให้นักศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง  รวมถึงการเรียนรู้และนำแนวทางการทำงานแบบ Agile มาใช้ในการฝึกงานด้านต่างๆ ด้วย

การสร้างให้แสนสิริ เป็นองค์กรที่น่าทำงานมากที่สุด อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องยอดขายหรือรายได้โดยตรง  แต่เป็นการปูพื้นฐานตั้งแต่เริ่มต้น  เพื่อดึงดูดและคัดคนที่มีประสิทธิภาพและความสามารถ ให้อยากเข้ามาร่วมงานกับแสนสิริ  ในการขับเคลื่อนองค์กรให้ได้ตามเป้าหมายในเรื่องยอดขายและรายได้ในอนาคต  ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาฯ​ มีปัญหาเรื่องการดึงตัวพนักงานมีฝีมือไปทำงาน  พบว่าในกลุ่ม Top 5 ของบริษัทอสังหาฯ​ มี Turnover Rate  ในอัตรา 5-25% ส่วนแสนสิริเองอยู่ในระดับกลางๆ ที่ 8% ปัญหาการถูกดึงตัวลดน้อยลงไปจากอดีต  ทำให้ต้องกลับมาเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน  เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด  ปัจจุบันถือว่า แสนสิริเป็นรายแรกและรายเดียวในธุรกิจอสังหาฯ​ ที่ใช้แนวคิด Agile มาบริหารงาน