เมื่อ ‘ไลก้า’ สร้าง Community ใหม่ เลือกไทยเปิด Lifestyle Cafe แห่งที่ 2 ของโลก งานนี้สาวกห้ามพลาด!!

เพราะ ไลก้า” (Leica) ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ที่สร้างสรรค์กล้องถ่ายภาพระดับลักชัวรี่ ด้วยนวัตกรรมมาตรฐานระดับโลกเท่านั้น แต่ยังได้สร้างไลฟ์สไตล์และเปลี่ยนความลุ่มหลงของช่างภาพ ให้กลายเป็นภาพถ่ายสุดพิเศษ เต็มไปด้วยเสน่ห์ และสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างครบถ้วน

ประกอบกับปัจจุบัน “ภาพถ่าย” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การบันทึกความทรงจำ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ นำมาสู่การเปิด “Café Leitz by Pacamara” (คาเฟ่ ไลท์ซ บาย พาคามาร่า) ไลฟ์สไตล์คาเฟ่ สำหรับคนรักไลก้า แห่งที่ 2 ของโลก ที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์ชีวิตคนรุ่นใหม่ใจกลางเมือง อย่างการถ่ายภาพ อาหาร กาแฟ และมิตรภาพ รวมไว้ในที่เดียว และยังเป็นคอมมูนิตี้ของกลุ่มคนรักไลก้าและการถ่ายภาพได้มาแชร์ความรู้ เทคนิค ประสบการณ์การถ่ายภาพ และฟังก์ชั่นสุดล้ำจากไลก้าที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะอีกด้วย

เส้นทางแบรนด์ Leica ก่อนดังระดับโลก

โดยชื่อของ คาเฟ่ ไลท์ซ นั้นมีที่มาจาก Leitz Family ซึ่งถือว่าเป็นผู้ให้กำเนิด Leica Camera ก็ว่าได้ จากจุดเริ่มต้นคือ Mr. Ernst Leitz ผู้เป็นพ่อเริ่มบริหารธุรกิจในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเลนส์ในปี 1869 และตั้งชื่อว่า Ernst Leitz Optische Werke ผลิตกล้องจุลทรรศน์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์ (นี่จึงเป็นเหตุผลที่ LEICA มีความเชี่ยวชาญเรื่องเลนส์เป็นอย่างดี)

ต่อมาในปี 1905, Mr. Oskar Barnack วิศวกรและนักออกแบบซึ่งทำงานให้กับ Ernst Leitz ในขณะนั้น เกิดไอเดียในการย่อขนาดฟิล์มเนกาทีฟให้เล็กลง แต่สามารถเก็บรายละเอียดได้คมชัดชึ้นผ่านเลนส์คุณภาพสูง เพื่อให้สามารถขยายขนาดภาพให้ใหญ่ขึ้นได้โดยไม่สูญเสียความคมชัด เป็นแนวความคิดที่ว่า small negative, large picture”, เพราะในขณะนั้นขนาดของฟิล์มเนกาทีฟจะแปรผันกับขนาดของรูปภาพที่ต้องการ

จนถึงปี 1914 Mr. Oskar Barnack ได้ประสบความสำเร็จในการคิดค้นกล้องตัวแรก โดยบริษัท Leitz โดยใช้ชื่อว่า UR-LEICA แต่ด้วยขณะนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้การผลิตกล้องชนิดนี้ต้องหยุดไป

ซึ่งที่มาของชื่อ LEICA นั้นก็เป็นการสนธิกันของสองคำคือ LEI(tz) + CA(mera) เป็นความหมายว่ากล้องจากบริษัทไลท์ซนั่นเอง

แต่จุดพลิกประวัติศาสตร์ในอุตสาหกรรมธุรกิจกล้อง ของ Leica จริงๆ นั้น เกิดขึ้นเมื่อปี 1924 เมื่อ Ernst Leitz II ตัดสินใจนำกล้อง UR-LEICA ที่ Oskar Barnack คิดค้นขึ้นมาไปผลิตเป็นกล้อง LEICA 1 โดยใช้ฟิล์มขนาด 35 มม. แบบเดียวกับที่ใช้ถ่ายภาพยนตร์ ถึงแม้ LEICA จะไม่ใช่บริษัทแรกที่ใช้ฟิล์ม 35 มม. ในกล้องถ่ายรูป แต่เป็นบริษัทแรกที่ทำออกมาแล้วสามารถใช้งานได้จริง ถือว่าเป็นการเปลี่ยนอุตสาหกรรมการถ่ายภาพให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และเป็นที่มาของฟิล์มขนาด 35 มม. ซึ่งเป็น Format ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจนถึงปัจจุบัน

อย่างที่เราทราบกันว่าในยุคสมัยหนึ่งกล้องเป็นอุปกรณ์ที่มีรูปร่างเป็นกล่องขนาดใหญ่บนขาตั้ง และต้องเปลี่ยนฟิล์มไปในทุกๆ ภาพ แต่หลังจากการคิดค้น UR-LEICA และเปิดตัว LEICA 1 ในเวลาต่อมานั้น ประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมการถ่ายภาพก็ต้องจดบันทึกหน้าใหม่ เมื่อกล้องขนาดใหญ่ถูกย่อส่วนลงมาให้พกพาได้ไปในทุกที่ ประกอบกับเลนส์คุณภาพสูงได้ทุกรุ่น ที่สำคัญคือ พร้อมในทุกๆ สถานการณ์ ทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง

ดังนั้นชื่อ Leitz จึงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้น และดีเอ็นเอสำคัญของ LEICA ที่แฟนตัวจริงของแบรนด์จะเข้าใจ และตื่นเต้นเมื่อมีการหยิบใช้ชื่อนี้ไปใช้กับผลิตภัณฑ์ใดของบริษัท รวมทั้งสำนักงานใหญ่ของ Leica ที่เมือง Wetzlar และทั้งศูนย์ได้ถูกเรียกว่า the Leitz Park เพื่อเป็นเกียรติและเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และนอกเหนือจากนั้นใน Leitz Park ก็มี Cafe Leitz และ Ernst Leitz Hotel

ทำความรู้จัก LEICA Community

วัฒนธรรมของ LEICA ในปัจจุบันนั้น เติบโตและพัฒนาไปในวงกว้าง จากเดิมที่กล้อง LEICA ถูกจำกัดไว้ด้วยความเข้าใจที่ว่าเป็นกล้องสำหรับมืออาชีพและใช้ยาก แต่ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหลายที่ต่างกันทำให้ผู้ใช้เปิดใจและเข้ามาสัมผัสเทคโนโลยีและคุณภาพขีดสุดของ LEICA มากขึ้น

เห็นได้จากการที่กล้อง LEICA กลายเป็นเครื่องมือถ่ายทอดภาพไลฟ์สไตล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว พักผ่อน และกินดื่มต่างๆ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เสมือนว่าเป็นศูนย์กลางของกลุ่มคนที่ใช้กล้อง LEICA เพื่อนำเสนอ แลกเปลี่ยนไอเดียของการใช้ชีวิต รวมไปถึงเทคนิคการถ่ายภาพ ผ่านทางภาพถ่ายของตัวเอง

ด้วยเหตุนี้ LEICA CAMERA THAILAND ในฐานะผู้ดูแลแบรนด์ LEICA ในประเทศไทย ตั้งแต่การบริหารแบรนด์ จัดจำหน่าย และสนับสนุนวงการช่างภาพ LEICA ด้วยการเปิด LEICA GALLERY BANGKOK และล่าสุดกับ Café Leitz by Pacamara (คาเฟ่ ไลท์ซ บาย พาคามาร่า) ที่จะเป็นศูนย์กลางของคนรัก LEICA ด้วยการสร้างพื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่เปิดกว้างสำหรับผู้ใช้ LEICA ทุกคนให้เข้ามาพบปะ มีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนทัศนคติ ไอเดีย และเทคนิคต่างๆ ผ่านบรรยากาศเท่ๆ สไตล์ LEICA ในรูปแบบของคาเฟ่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ และนำเสนอสินค้าเหมือนกับร้านไลก้าทุกประการ

ส่วนอีกหนึ่งคำที่เกี่ยวข้องกับ Leica Community  แห่งนี้อย่าง Pacamara (พาคามาร่า) เป็นชื่อของ  Coffee Roaster หรือผู้จำหน่ายเมล็ดกาแฟชื่อดังเจ้าหนึ่งของไทย ในฐานะผู้นำร้านกาแฟประเภท Specialty Coffee ที่เน้นการสร้างประสบการณ์การดื่มกาแฟ ตั้งแต่เพาะบ่มความรู้เรื่องกาแฟอย่างลึกซึ้ง การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์จากแหล่งปลูกต่างๆ ทั่วโลก มาสร้างความพิเศษ มีเรื่องราวการคั่วเมล็ดกาแฟที่หลากหลาย วิธีชงกาแฟแบบต่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือก และสุดท้ายวิธีการดื่มกาแฟ ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละแก้ว ประหนึ่งงานศิลปะที่พาคามาร่าทุ่มเทมอบให้กับวงการกาแฟจนได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

Pacamara Coffee Roasters เริ่มต้นขึ้นจากความตั้งใจอยากสร้างโรงคั่วกาแฟเล็กๆ ที่มีคุณภาพระดับโลก จึงนำชื่อของกาแฟสายพันธุ์ พาคามาร่า ซึ่งเป็นกาแฟสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่กว่ากาแฟทั่วไปถึง 2 เท่า มีกลิ่นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์กว่ากาแฟทั่วๆ ไป มาตั้งเป็นชื่อโรงคั่วฯ จากโรงคั่วขนาดเล็กที่ก่อตั้งในปี 2005 นักชิมกาแฟของโรงคั่วซึ่งเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรองการเป็นนักชิมกาแฟระดับโลก เริ่มออกเดินทางแสวงหากาแฟไปทั่วโลก ตั้งแต่ทวีปอเมริกาใต้ ไปจนถึงทวีปแอฟริกา นำเมล็ดกาแฟเข้ามาเพื่อคั่วหาโปรไฟล์ที่ดีที่สุด จนมีกลิ่นและรสชาติแตกต่างจากทั่วไป และนำมาผสมกับกาแฟไทยจากแหล่งปลูกทางภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกผู้ปลูกกาแฟให้โรงคั่วพาคามาร่าเท่านั้น จนทำให้กาแฟจากโรงคั่ว  พาคามาร่าได้รับรางวัลเหรียญทองอันดับหนึ่งจากประเทศอิตาลีและฝรั่งเศส  ถึงวันนี้ โรงคั่วพาคามาร่าเป็นหนึ่งในสมาชิกนักชิมกาแฟของ Coffee Quality Institute และ Alliance Of Coffee Excellence

พาคามาร่าเริ่มเปิดสาขาแรกที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งใกล้แหล่งปลูกกาแฟของโรงคั่ว จากร้านกาแฟและโรงคั่วกาแฟขนาดเล็กเริ่มได้รับการไว้วางใจจากนักดื่มกาแฟผู้แสวงหากาแฟอันเป็นเลิศของโลก สนับสนุนให้พาคามาร่าได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้นต่อไปที่ กรุงเทพฯ และ นครราชสีมา จนถือเป็นโรงคั่วกาแฟ Specialty Coffee ของไทยรายแรกที่มีจำนวนสาขาให้เข้าถึงได้มากที่สุด

ดังนั้น ทั้ง ไลก้า และ พาคามาร่า คือ การพบกันของจิตวิญญาณการถ่ายภาพที่เหนือชั้นด้วยสมรรถนะมาพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์รสชาติ จุดสมดุลของความเคร่งครัดรักษาคุณภาพกับสุนทรียศาสตร์ของผลงานถูกแสดงออกมาเป็นประสบการณ์ใหม่ที่กระตุ้นเร้าโสตประสาทสัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ใหม่ให้กับผู้บริโภค

จุดเชื่อม Passion -Craftmanship- Exeperience

คุณดนัย สรไกรกิติกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอลิส  ไพรเวต จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ไลก้า แบรนด์กล้องลักชัวรี่ระดับโลก กล่าวถึงการเปิดร้าน คาเฟ่ ไลท์ซ บาย พาคามาร่า ว่า “เราไม่ได้วางตัวเป็นเพียงผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพที่พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสุดเท่านั้น แต่หากต่อยอดคำจำกัดความของความหรูหรา เพื่อยกระดับรสนิยมและการเสพประสบการณ์ เช่นเดียวกันกับเหล่าผลงานชิ้นเอก อันเป็นที่รู้จักภายใต้ชื่อของ ไลก้า ซึ่งเป็นผลลัพธ์ความลงตัวของจุดสุดยอดทางวิศวกรรมการผลิตและงานฝีมือชั้นสูงที่เป็นเอกลักษณ์ของไลก้า เราหลงใหลความสมบูรณ์แบบของภาพถ่ายที่เกิดขึ้นจากความทุ่มเทและมุมมองของช่างภาพผ่านวิวไฟน์เดอร์และเลนส์ไลก้า เพื่อสร้างประสบการณ์หนึ่งเดียวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้”

ที่สำคัญ ไลก้ายังเชื่อในการก้าวไปข้างหน้าเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ  ให้ลูกค้าสามารถมาสนุกกับจิตวิญญาณของไลก้าในบริบทที่แตกต่างไปจากเดิม จากรูปแบบของร้านที่เป็นกึ่งไลฟ์สไตล์สเปซ กึ่งคาเฟ่ จึงเปิดต้อนรับและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้หลากหลายวัย และการจับมือกับ พาคามาร่า ผู้ซึ่งยึดถือไอเดียการสร้างสรรค์งานแบบเดียวกันก็ช่วยเติมเต็มจุดมุ่งหมายนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้สถานที่แห่งนี้จึงไม่ต่างจากการมาบรรจบกันของ Passion (ความหลงใหล) Craftmanship (งานฝีมือ) และ Experience (ประสบการณ์)

สำหรับร้าน Café Leitz by Pacamara (คาเฟ่ ไลท์ซ บาย พาคามาร่า) ไลฟ์สไตล์คาเฟ่สำหรับคนรักไลก้า ตั้งอยู่บริเวณชั้น M อาคารเดอะ เฮลิกซ์ ควอเทียร์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ บนพื้นที่ขนาด 214 ตารางเมตร ถูกออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับคนรักไลก้าโดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิด “Well to Do Well to Live”

ส่วนร้านอาหาร คาเฟ่บาร์ ที่จัดที่นั่งไว้ สถานที่นั่งชิลทั้งโซนภายในร้านในตำแหน่งริมกระจกเพื่อสัมผัสบรรยากาศภายนอก ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งสบาย และเอ้าท์ดอร์ริมระเบียงรับลมธรรมชาติ จัดโต๊ะประชุมขนาดใหญ่กลางร้าน รองรับเวิร์กช็อปของ Leica Akademie และพื้นที่ริมผนังรอบร้านเพื่อจัดนิทรรศการภาพถ่ายจากศิลปินที่มีผลงานน่าจับตาจาก Leica Akademie ที่ออกแบบเป็นผนังสีดำเพื่อขับภาพถ่ายให้โดดเด่น ออกแบบในสไตล์โมเดิร์น คุมโทนด้วยสีหลักอย่าง สีดำ สีขาว สีเทา และสีน้ำตาล ให้อารมณ์โคซี่ รีแล็กซ์และเป็นกันเอง เพื่อการสัมผัสประสบการณ์แบบไลก้าได้ตลอดทั้งวัน ครบทุกประสาทสัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

ร้านค้าและบริการต่างๆ ภายในร้าน

– ร้านคาเฟ่และอาหารนานาชาติที่สร้างสรรค์สุดพิเศษ พร้อมดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟชั้นเลิศจากร้าน Pacamara Coffee Roasters (พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์ส) ผู้นำด้านธุรกิจร้านกาแฟสัญชาติไทยประเภท Specialty สร้างประสบการณ์การดื่มกาแฟจากเมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่คัดเลือกจากแหล่งปลูกสำคัญจากทั่วโลก โดดเด่นด้วยการคั่วเมล็ดกาแฟในรูปแบบคั่วอ่อนถึงคั่วกลาง รสชาติเข้มข้น ไม่เปรี้ยว และไม่ขม กลมกล่อมด้วยนมวัวแท้ที่ผลิตขึ้นเอง เพื่อเติมเต็มกลิ่นหอมและสัมผัสครีมมี่ที่ไม่เหมือนใคร ผสานกับวิธีการชงกาแฟในวิธีที่แตกต่าง ประดุจการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

– คอมมูนิตี้ ที่พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรักไลก้าในบรรยากาศสุดคูลกลางเมือง

– บริการให้ทดลองใช้กล้องไลก้าจากการสัมผัสผ่านประสบการณ์ตรง

– เป็นศูนย์กลางการทำเวิร์กช็อปของ Leica Akademie (ไลก้า อะคาเดมี)

– เป็นสถานที่จัดนิทรรศการแสดงภาพถ่ายผลงานศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามองจาก Leica Akademie (ไลก้า อะคาเดมี) ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง