ทำความรู้จัก BIKKU ตัวต่อแบรนด์ญี่ปุ่นหัวใจไทย กับเป้าหมาย “ตัวต่อระดับโลก”

ประโยค “เด็กฉลาดด้วยของเล่น” ยังคงเป็นคำกล่าวที่จริงเสมอ เพราะแม้จะได้ชื่อว่าเป็นเพียงของเล่น แต่กลับมีประโยชน์มากกว่าที่คาดคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อพัฒนาการสำหรับเด็กวัยต่างๆ ไม่ว่าจะในเชิงของการพัฒนาทางด้านร่างกาย ทักษะการเรียนรู้ รวมทั้งการพัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ ทำให้การเลือกของเล่นที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละวัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นมากกว่าเพียงแค่เรื่องเล่นๆ ที่ไม่สามารถจะมองข้ามไปได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตถึงขีดสุดอย่างปัจจุบัน พ่อแม่ผู้ปกครองหลายรายเลือกที่จะให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ แทปเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ รวมทั้งยังกลายเป็นของเล่นในยุคดิจิทัลเพราะมีทั้งความสนุก ความบันเทิง และเกมต่างๆ ให้เลือกเล่นอย่างมากมาย โดยอาจไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเด็ก หากปล่อยให้เด็กๆ อยู่ติดหน้าจอมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อสายตา อารมณ์ที่อาจจะฉุนเฉียวและก้าวร้าวได้ง่าย การมีสมาธิสั้นลง รวมทั้งยังขาดการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัวอีกด้วย

ดังนั้น การหาของเล่นที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับวัย จึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องให้ความสำคัญไม่ต่างจากการดูแลในเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เล่นของเล่นคุณภาพที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งการให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กได้อย่างเหมาะสม                              

BIKKU แตกต่างด้วยตัวต่อสายพันธุ์ญี่ปุ่น   

ของเล่นประเภทตัวต่อ (Building Toy) เป็นของเล่นอีกหนึ่งกลุ่มที่เมื่อเด็กๆ ได้เล่น จะได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการทำงานของสมองทั้งทางด้านของหลักการและเหตุผล ช่วยให้ฝึกการคิด เรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาด้วยการลองผิดลองถูก และยังเสริมสร้างจินตนาการ ทำให้มีสมาธิและฝีกความอดทน สร้างความฉลาดทางอารมณ์ รวมทั้งยังสร้างความภาคภูมิใจให้แก่เด็กๆ เมื่อสามารถต่อได้เสร็จสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นตัวการ์ตูนหรือคาแร็คเตอร์ที่ตัวเองชื่นชอบก็จะยิ่งมีความสุขและภาคภูมิใจมากยิ่งขึ้น

แต่ของเล่นในกลุ่มตัวต่อที่มีคุณภาพดี และปลอดภัยตามมาตรฐานทั้งการออกแบบชิ้นส่วนหรือการเลือกใช้สีที่ไม่เป็นอันตรายมักจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งรูปแบบของตัวต่อมักจะเป็นสไตล์เดิมๆ ตามแบบตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ บิคคุ (BIKKU) แบรนด์สินค้าของเล่นเด็กในกลุ่มตัวต่อจาก Keak Japan Co., Ltd. ซึ่งเจ้าของและผู้ก่อตั้งเป็นคนไทยที่มีความชื่นชอบทั้งการเล่นตัวต่อและชื่นชอบตัวการ์ตูนอะนิเมะสไตล์ญี่ปุ่น จึงอยากรวมสิ่งที่ตัวเองมี Passion เข้ามาไว้ด้วยกัน นำมาสู่การสร้างแบรนด์บิคคุ และยังเป็นการเติมเต็มช่องว่างในตลาดของเล่นที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนอีกด้วย

นายขจรเดช ชัยขจรเดช กรรมการผู้จัดการ Keak Japan Co., Ltd.

บิคคุ จัดเป็นตัวต่อในกลุ่ม Premium Mass เพียงรายเดียวในตลาด ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยไม่ต่างจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ทำตลาดอยู่ในขณะนี้ แต่มีจุดเด่นที่ระดับราคาสามารถจับต้องและเอื้อมถึงได้มากกว่า รวมทั้งรูปแบบคาแร็คเตอร์ที่ออกแบบมาในแต่ละซีรี่ส์ ค่อนข้างแปลกใหม่ มีเรื่องราวที่น่าสนใจ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับของการสร้างคาแร็คเตอร์ดังๆ มากมาย และยังเป็นศูนย์รวมทั้งในเรื่องของแฟชั่น ทำให้มีข้อมูลของตัวการ์ตูนที่น่าสนใจจำนวนมาก ซึ่งทางทีมผู้ออกแบบได้สอดแทรกตำนาน เรื่องราวความเป็นญี่ปุ่นให้มาอยู่ภายในตัวสินค้าและบนแพกเกจ ทำให้ภาพลักษณ์ของบิคคุมีความชัดเจนในการเป็นตัวต่อสายพันธุ์ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง สร้างความแตกต่างและโดดเด่นจากแบรนด์อื่นๆ ในตลาด และยังเป็นอีกหนึ่งรูปแบบในการเรียนรู้วัฒนธรรมของญี่ปุ่นผ่านสินค้าของบิคคุได้ด้วย จึงเชื่อว่าจะเป็นที่ถูกใจของเด็กๆ ทั่วโลกได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กผู้ชาย อายุ 6-12 ปี หรือแม้แต่กลุ่มผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบและรักการสะสมคาแร็คเตอร์ต่างๆ ก็มีโอกาสที่จะกลายมาเป็นแฟนพันธุ์แท้ของบิคคุได้เช่นเดียวกัน

นอกจากความน่าสนใจของแต่ละคาแร็คเตอร์ที่หยิบมาผลิตเป็นซีรีส์ต่างๆ ของบิคคุแล้ว ผู้ออกแบบยังคำนึงถึงความสวยงาม การเลือกใช้สีสันที่ลงตัว และเทคนิคในการประกอบที่เหมาะสมพอดี ไม่ยากไม่ง่ายจนเกินไป รวมทั้งลูกเล่น หรือ Gimmick ต่างๆ ที่สามารถเล่นได้เมื่อประกอบเสร็จสมบูรณ์แล้ว ภายใต้การออกแบบและพัฒนาโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความชื่นชอบและมีประสบการณ์ในการพัฒนาของเล่นจากการทำงานในบริษัทระดับโลกมายาวนาน ซึ่งเด็กไทยจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์จากตัวต่อสายพันธุ์ญี่ปุ่นเช่นนี้ เนื่องจากบริษัท เกี๊ยกทอยส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาสินค้าของเล่นลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ได้นำแบรนด์ BIKKU (บิคคุ) เข้ามาทำตลาดประเทศไทยในเดือนกันยายนนี้แล้ว ซึ่งนับเป็นประเทศแรกของโลกอีกด้วย

ปูทางดันแบรนด์สู่ระดับโลก

ด้วยมาตรฐานการผลิตและการออกแบบให้บิคคุมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน และแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ในตลาด ทำให้โอกาสที่บิคคุจะเติบโตได้ในระดับโลก เทียบชั้นกับแบรนด์ชั้นนำในตลาดมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง ทั้งโอกาสจากการเติบโตของกลุ่ม Building Toy ในตลาดโลกที่ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 10% ในแต่ละปี และยังเป็นกลุ่มของเล่นที่เติบโตได้สูงที่สุดในตลาดประเทศไทยอีกด้วย จึงเป็นโอกาสให้บิคคุมีช่องว่างเข้าไปสร้างการเติบโตได้ทั้งในตลาดไทยและระดับโลก โดยจะเริ่มจากการทำตลาดในประเทศไทยช่วงเดือน ก.ย. ก่อนจะขยายไปในประเทศญี่ปุ่นเป็นลำดับต่อไป ราวเดือน พ.ย.  และต่อด้วยฮ่องกงในช่วงปลายปี 2561 นี้

ขณะที่ก่อนหน้านี้ บิคคุปูทางเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแนะนำแบรนด์ในงานของเล่นระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าครั้งแรกที่งาน London Toys Fair 2018 ประเทศอังกฤษ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หรือในงาน Nuremberg Toys Fair 2018 ที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งถือเป็นงานแสดงสินค้าของเล่นที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งยุโรป รวมทั้งงาน Tokyo International Toys Show 2018 ซึ่งทุกครั้งที่ไปออกงานก็สามารถเรียกความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน รวมทั้งตัวแทนนำเข้าสินค้าของเล่นจากทั่วโลกได้อย่างมาก โดยได้วางแผนออกงานแสดงสินค้า Toy Show ในประเทศต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นในฮ่องกง เยอรมัน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น รวมทั้งการพัฒนาสินค้าใหม่เพิ่มมากขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 50 รายการ และจะเร่งขยายตลาดเพื่อให้บิคคุสามารถทำตลาดได้ครอบคลุมทั้งในเอเชียและตลาดโลกได้ไม่ต่ำกว่า 10 ประเทศ ภายในปี 2020

ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดในการสร้างแบรนด์ของบิคคุ คือ การทำให้แบรนด์บิคคุเป็นแบรนด์ในใจผู้บริโภค โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงกลุ่มสินค้าที่เป็น Building Toy และภาพของความเป็นแบรนด์ผู้นำในกลุ่มพรีเมี่ยมแมส ที่มีคุณภาพทัดเทียมแบรนด์ระดับโลกที่เป็นผู้นำในตลาด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้มากกว่า โดยจะเน้นทั้งการสร้างให้เกิดการรับรู้แบรนด์รวมทั้งเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายมีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับการทำ Content Marketing ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การรีวิวสินค้าของกลุ่ม Influencer ต่างๆ รวมไปถึงการจัดอีเวนท์และโปรโมชั่นบริเวณพื้นที่ขายสำคัญๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น ร้านทอยอาร์อัส ซีเอ็ดบุ๊ค ลาซาด้า ช้อปปี้ เป็นต้น

สำหรับตัวต่อชุดแรกที่บิคคุเตรียมแนะนำมาสู่ตลาดคือ บิคคุ  วีฮีเคิลเวิล์ด ซีรี่ย์ 1 (BIKKU Vehicle World Series1) ซึ่งจะมีทั้งหมด 8 แบบ โดยทั้ง 8 แบบ จะมียานพาหนะที่แตกต่างกัน พร้อมฟิกเกอร์เป็นคนขับยานคู่ใจ รวมทั้งลูกเล่นพิเศษแตกต่างกันไปในแต่ละแบบ เพื่อสร้างความประทับใจและน่าสนใจให้ผู้เล่น เช่น ชุดนินจากบ จะมีคัมภีร์แห่งความลับ ที่สามารถดึงคัมภีร์และม้วนเก็บได้จริง เป็นการช่วยกระตุ้นการสร้างจินตนาการในการเล่นได้มากยิ่งขึ้น

ส่วนสาเหตุที่ซีรีส์ชุดแรกนี้ออกมาเป็นกลุ่มยานพาหนะ เนื่องจากบิคคุได้ศึกษาข้อมูลเพื่อหาคาแร็คเตอร์ที่น่าจะได้รับความนิยมและสะท้อนความเป็นคาแร็คเตอร์ญี่ปุ่นออกมาได้ดีที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มรถยนต์ หุ่นยนต์ และนินจา จึงเป็นที่มาของสินค้าในซีรีส์แรกผ่าน Design Concept ในกลุ่ม Vehicle world  โดยสินค้าทั้ง 8 แบบ ประกอบด้วย

  1. Ninja Frog นินจากบธาตุไฟ มาพร้อมกับคนขี่กบคู่ใจจิไรยะ และอาวุธมีดดาบซามูไร
  2. Police Striker รถตรวจแห่งอนาคต มาพร้อมกับเคย์ตำรวจเมือง ที่มีปืนคู่ใจเป็นอาวุธ
  3. Cyber Wolf หมาป่าไซบอร์กผู้เดียวดาย มาพร้อมกับจินโรที่มีปืนเป็นอาวุธ
  4. Power Roid หุ่นรบสุดแข็งแกร่ง มาพร้อมกับคนขับคู่ใจคือเรย์ ที่มีปืนยาวเป็นอาวุธ
  5. Space Fighter ยานรบแปลงร่างข้ามจักรวาล มาพร้อมกับยูคนขับคู่ใจที่มีดาบเลเซอร์เป็นอาวุธ
  6. Assault Tank รถถังไร้เทียมทาน มาพร้อมกับแม็กซ์ที่มีปืนบาซูก้าเป็นอาวุธ
  7. Dino Speeder ไดโนเสาร์ผู้รักธรรมชาติ มากับชาร์ลีที่มีทั้งปืนและวิทยุสื่อสารคู่กาย
  8. Alien Attacker เอเลี่ยนยูเอฟโอผู้ชั่วร้าย มาพร้อมคุโมทรอนที่มีปืนเป็นอาวุธ

สำหรับผู้สนใจอยากสัมผัสประสบการณ์ตัวต่อสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ๆ จากบิคคุ  สามารถหาซื้อได้ที่ 7-11, SE-ED, Robinson, Toys R Us และ Shopee นอกจากนี้ยังสามารถติดตามเรื่องราวและกิจกรรมร่วมสนุกได้ที่ www.keaktoy.com/bikku และ facebook/bikkuthailand

สามารถดูรีวิวสินค้าเพิ่มเติมได้ที่.