เปิดอาณาจักร 60 ปี ‘เซียงเพียวอิ๊ว’ ยาหม่องกล่องแดงในตำนาน ที่ต้องมีทุกบ้าน

ยาดม ยาหม่อง นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคคนไทยต่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี และส่วนใหญ่มักจะมีติดกระเป๋าไว้ดมหรือทาในเวลาที่ต้องการความสดชื่น เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ยามวิงเวียน คัดจมูก เคล็ดขัดยอก แมลงสัตว์กัดต่อย

แต่รู้หรือไม่ว่า ผลิตภัณฑ์ยาดมที่เราคุ้นเคยกันดีนี้ มีความสำคัญและส่งผลต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คิด เพราะหากเลือกใช้ยาดม ยาหม่องคุณภาพไม่ดี ไม่ได้รับการผลิตตามมาตรฐาน ก็เท่ากับเรากำลังสูดดมสารพิษ หรือรับเอามลพิษต่างๆ สะสมเข้าสู่ร่างกายไปทุกวันๆ จนทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ตามมาในภายหลัง

และหนึ่งในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด นั่นก็คือ บริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) จำกัด ด้วยนโยบายในการผลิตยาดม ยาหม่อง และยาหม่องน้ำ ที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับประชาชนคนไทย  รวมทั้งในทุกๆ ประเทศที่ขยายการทำตลาดออกไป เพื่อต้องการให้ทุกคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ ตลอดช่วงระยะเวลาที่ทำตลาดมาอย่างยาวนานถึง 6 ทศวรรษ

คุณบุญเจือ เอี่ยมพิกุล ผู้ก่อตั้งเบอร์แทรมเคมิคอล (1982) และคุณสุวรรณา เอี่ยมพิกุล CEO คนปัจจุบัน

พิสูจน์คุณภาพตลอดเส้นทาง 60 ปี  

หลายๆ คนอาจยังไม่คุ้นเคยกับชื่อเบอร์แทรมเคมิคอล (1982) มากนัก แต่ถ้าเอ่ยชื่อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยบริษัทแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นยาหม่องน้ำ ยาหม่อง และยาดมภายใต้แบรนด์ “เซียงเพียว” หรือในชื่อเดิมว่า “เซียงเพียวอิ๊ว” และยาดม “เป๊ปเปอร์มินท์ฟิลด์” เชื่อว่าหลายๆ คนย่อมต้องคุ้นหู หรือเคยมีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้กันมาบ้างอย่างแน่นอน

การอยู่ยั่งยืนในตลาดมาได้ถึง 60 ปี ถือเป็นหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความเป็นตัวจริงในเรื่องคุณภาพได้เป็นอย่างดี และไม่ใช่เพียงแค่ความภาคภูมิใจกับความสำเร็จในอดีตเท่านั้น แต่จากนี้เบอร์แทรมกำลังสานต่อความสำเร็จใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในทศวรรษต่อไป โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จของเบอร์แทรมหรือแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่ดูแลอย่างเซียงเพียว หรือเป๊ปเปอร์มินท์ ฟิลด์ แต่ตั้งใจจะเป็นอีกหนึ่งตัวแทนในการนำพาแบรนด์สินค้าคุณภาพของคนไทยไปบุกตลาดโลก เพื่อสร้างให้ความเป็น Thai Brand ได้รับการยอมรับในเวทีโลกได้อย่างไม่มีข้อกังขา

คุณบุญเจือ เอี่ยมพิกุล ร่วมออกบูธ เซียงเพียวอิ๊ว ในงานที่สวนอัมพร เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน

สำหรับเส้นทางตลอด 60 ปี ของเบอร์แทรม ต่อยอดมาจากตำนานยาแผนจีนโบราณที่ได้รับการยอมรับมากว่าพันปี จากการใช้ยาสมุนไพรธรรมชาติ โดยเฉพาะเป๊ปเปอร์มินท์ที่จัดเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า อาการปวดเมื่อย หายใจติดขัดได้เป็นอย่างดี จนได้รับการยอมรับในหลายมณฑล โดยเฉพาะเป๊ปเปอร์มินท์ที่มาจากแหล่งกำเนิดชั้นดี จนได้ชื่อว่าเป็นภูมิปัญญาแห่งซัวเถา และส่งต่อมาเป็นมรดกการแพทย์แผนจีนที่ล้ำค่ามาจนปัจจุบัน

“ยาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊ว” ถือเป็นหนึ่งแบรนด์ที่พัฒนาสูตรมาจากตำรับยาจีนโบราณโดย คุณบุญเจือ เอี่ยมพิกุล ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและผลิตยาหม่องน้ำ “เซียงเพียวอิ๊ว” เมื่อปี ค.ศ. 1958 ก่อนจะตัดสินใจขยายกิจการด้วยการเปิดห้างหุ้นส่วนจักรินทร์เภสัช เพื่อผลิตและจำหน่าย “เซียงเพียวอิ๊ว” อย่างเป็นทางการ ในปี ค.ศ. 1967 และเมื่อเซียงเพียวอิ๊วเริ่มเป็นที่ยอมรับในวงกว้างทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากขึ้นจนกิจการเติบโตมากขึ้น จึงได้ย้ายสำนักงานจากย่านปากคลองตลาด มาที่ลาดพร้าวและจดทะเบียนเป็นบริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) จำกัด ในปี ค.ศ. 1982

เส้นทางความสำเร็จ และจุดเปลี่ยนสำคัญของเบอร์แทรมตลอด  60 ปี

ต่อมาเมื่อ คุณสุวรรณา เอี่ยมพิกุล เข้ามารับหน้าที่บริหารเบอร์แทรมต่อจากบิดา และได้พัฒนาบริษัทและตราสินค้าให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการรีแบรนด์ “เซียงเพียวอิ๊ว” เป็น “เซียงเพียว” พร้อมให้กำเนิด “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” ในปี 2005 สำหรับทำตลาดยาดมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไลฟ์สไตล์ทันสมัย เพื่อรองกรับการสร้างเบอร์แทรมไปสู่ความเป็นสากล และเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังและยั่งยืน

ทั้งกระบวนการผลิตต้องมาตรฐานสูงสุด

จุดเด่นของการบริหารงานในรุ่นที่ 1 คือ การให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าคุณภาพ หรือเน้นที่ Product Base ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับและแข็งแรงได้ด้วยตัวเอง ก่อนจะส่งต่อมาสู่รุ่นที่ 2 ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Marketing เพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้สินค้าที่ดีเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในวงกว้าง แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องของคุณภาพสินค้าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคงมาตรฐานไว้ในระดับสูงสุดให้ได้เช่นเดิม

ซึ่งหนึ่งใน Turning Point สำคัญของเบอร์แทรม คือการลงทุนกว่าพันล้านบาท ในปี 2014 เพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ ที่ลำลูกกาคลอง 7 จ.ปทุมธานี บนพื้นที่ราว 70 ไร่ ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 300 ชีวิต เพื่อยกระดับการผลิตให้ได้ตามมาตรฐานการผลิตขั้นสูงสุดอย่าง GMP/Pics ซึ่งเป็นโรงงานยาดมยาหม่องเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถทำได้ตามมาตรฐานนี้ ด้วยมาตรฐานเทียบเท่ากับกับการผลิตยา ทั้งสำหรับรับประทานและยาใช้ภายนอก ที่มีข้อกำหนดต่างๆ มากถึง 457 ข้อ เพิ่มขึ้นจากมาตรฐานเดิมอย่าง GMP WHO ที่มีข้อกำหนดมาตรฐานไว้ที่ 77 ข้อ โดยเฉพาะในส่วนการผลิตที่เป็นห้อง Clean Room ได้รับการรับรองความสะอาดของอากาศภายใน ระดับ Class 100,000 หรือเทียบเท่ากับห้องผ่าตัดเลยทีเดียว ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจากเบอร์แทรมนั้น มีคุณภาพและปลอดภัยอย่างแท้จริง

สำหรับโรงงานแห่งนี้เป็นฐานการผลิตสำคัญของ ยาหม่องน้ำ ยาหม่อง และยาดม ทั้งของแบรนด์เซียงเพียว และ เป๊ปเปอร์มินท์ฟิลด์ โดยปัจจุบันมีกำลังผลิตโดยรวมประมาณ 80 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งเป็นการใช้ศักยภาพในการผลิตเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะโรงงานแห่งนี้มี Full Capacity สูงถึง 200  ล้านชิ้นต่อปี เท่ากับสามารถรองรับการเติบโตไปได้อีกถึง 10 ปีเลยทีเดียว รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานด้วยการติดตั้งหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะสามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาทต่อปี และลดปริมาณการสร้าง CO2 ได้ถึง 5.5 แสนกิโลกรัม

กระบวนการต่างๆ ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบสรรพคุณทางยาและหาเชื้อปนเปื้อนที่มากับวัตถุดิบ วัสดุบรรจุ ยารอบรรจุ และยาสำเร็จรูป รวมทั้งการเพาะเชื้อต้นแบบสำหรับหาเชื้อปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์

นอกจากมาตรฐานของกระบวนการผลิตในโรงงานแล้ว ทางเบอร์แทรมเองยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสารปนเปื้อนต่างๆ ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางก่อนส่งผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นไปถึงมือผู้บริโภค ด้วยการสุ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ โดยนักวิทยาศาสตร์ที่มีความชำนาญใน  3 ขั้นตอนผลิตสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบวัตถุดิบและวัสดุบรรจุ  การตรวจสอบในส่วนของยารอบรรจุ และการตรวจสอบในขั้นตอนที่เป็นยาสำเร็จรูป ทั้งการตรวจหาสารปนเปื้อนต่างๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้ รวมทั้งการตรวจสอบสรรพคุณทางยาตามสูตรมาตรฐานที่เบอร์แทรมกำหนดไว้ หากไม่ได้คุณภาพตามกำหนด หรือพบปัญหาสารปนเปื้อนต่างๆ ก็จะทำการ Reject สินค้าที่จะผลิตในล็อตนั้นๆ ทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีและมีคุณภาพสูงสุดให้แก่ผู้บริโภคได้

ไม่เพียงการตรวจสอบคุณภาพในระหว่างการผลิตเท่านั้น เพราะผลิตภัณฑ์ทุกล็อตที่ได้ทำการผลิตเพื่อจำหน่ายได้มีการจัดเก็บตัวอย่างไว้ตลอดอายุการใช้งานรวมทั้งเอกสารในการผลิตยาทุกล็อต เพื่อสามารถเรียกตรวจสอบในกรณีที่เกิดการร้องเรียน หรือแจ้งว่าผลิตภัณฑ์ล็อตนั้นๆ มีปัญหาไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานต่างๆ และตรวจสอบหาสาเหตุได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย

สู่มาตรฐานโลกด้วย One World One Brand

ตลอดเส้นทาง 60 ปีที่ผ่านมา การเดินทางของเบอร์แทรมมักจะให้น้ำหนักกับภาพของผลิตภัณฑ์หลักอย่าง “เซียงเพียว” มาโดยตลอด แต่เพื่อรองรับการขยายแบรนด์ใหม่ๆ ที่จะมีออกมาในอนาคต และทำให้ภาพของแบรนด์แม่อย่างเบอร์แทรม (Bertram) มีความแข็งแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการปูทางเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตและทำตลาดในระดับ Global ผ่านการใช้กลยุทธ์ One World One Brand สะท้อนถึงคาแร็คเตอร์และความมุ่งมั่นของเบอร์แทรมในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้ ภายใต้แนวคิด “มุ่งสู่สังคมที่ดีร่วมกัน”

โดยเรื่องนี้ คุณสุวรรณา เอี่ยมพิกุล CEO เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราต้องการให้ทุกคนนึกถึงแบรนด์เบอร์แทรมมากกว่าแค่ฉลากที่ติดอยู่บนผลิตภัณฑ์แต่นึกถึงสิ่งที่เรามุ่งมั่นหรือมี Passion ในการทำเพื่อสังคมมาโดยตลอด ตั้งแต่การผลิตสินค้าคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับมายาวนาน หรือการช่วยเหลือดูแลผู้ที่อ่อนแอในสังคมอย่างเด็กและสตรี และผู้ที่เดือดร้อนต่างๆ การไปเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่จะนำแนวทางเช่นเดียวกันนี้เข้าไปในทุกๆ ประเทศที่ทำตลาดอยู่หรือจะขยายตลาดต่อไปในอนาคต จากปัจจุบันทำตลาดอยู่ใน 15 ประเทศ และจะขยายตลาดเพิ่มเติมทั้งในจีน ที่สินค้าเราเป็นหนึ่งใน Wish List Product ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อเมื่อมาประเทศไทย รวมทั้งในตลาดตะวันออกกลาง หลังได้รับเครื่องหมายรับรองฮาลาลเรียบร้อยแล้ว”

สิ่งที่ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมที่ดีอย่างหนึ่งคือ การสร้าง Segment ยาดมอะโรแมติกส์ ที่มีเพียงเป๊ปเปอร์มินท์ฟิลด์ ทำตลาดอยู่เพียงรายเดียวมากว่า 10 ปี และสามารถขยายตลาดจนทำยอดขายเติบโตได้เป็นหลักร้อยล้านบาท เนื่องจากให้ความสำคัญกับการผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและปลอดภัย เพราะเห็นกับสุขภาพของผู้คนมากกว่าตัวเลขยอดขาย เพราะแม้จะศึกษาทั้งตลาดและอินไซต์ผู้บริโภคคนไทยมาเป็นอย่างดีว่าต้องการยาดมที่ให้กลิ่นแรง เพื่อความสดชื่น แต่ก็เลือกที่จะใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงและปลอดภัยมากกว่า แม้จะมีต้นทุนสูงกว่าก็ตาม และลดวัตถุดิบที่อาจส่งผลต่อสุขภาพหากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป เช่น การใช้สมุนไพร ธรรมชาติ 100% อย่างเป๊ปเปอร์มิ้นท์และเมนทอลต้องมาจากแหล่งเพาะปลูกที่ได้มาตรฐาน (GMP-PIC/S) เป็นหลัก และใช้ปริมาณการบูรเป็นส่วนผสมในปริมาณน้อยเพียง 2% ในแบรนด์เซียงเพียว และ 4% ในแบรนด์เป๊ปเปอร์มินท์ฟิลด์ ถึงแม้จะเจาะกลุ่มเป้าหมายได้เฉพาะกลุ่มกว่าก็ตาม โดยเลือกที่จะ Educated ตลาดเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจและค่อยๆ ปรับพฤติกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพที่ดีกว่าในอนาคต

ปัจจุบันเบอร์แทรมเคมิคอล (1982) มีแบรนด์ภายใต้การดูแลรวม 4 แบรนด์ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ เซียงเพียว และเป๊ปเปอร์มินท์ฟิลด์ พร้อมตำแหน่งผู้นำในตลาดยาหม่องน้ำ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 90% และส่วนแบ่งในตลาดยาดมโดยรวม 20% แต่เป็นเพียงแบรนด์เดียวในตลาดที่ทำยาดมในกลุ่มอะโรเมติกส์  ส่วนในอีก 2 ธุรกิจบริการ คือ สนามปั่นจักรยานเสือภูเขาใจกลางเมืองอย่าง เป๊ปเปอร์มินท์ ไบค์พาร์ค เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ และร้านอาหาร มินท์คาเฟ่ หน้าสนามไบค์พาร์ค บริเวณซอยโยธินพัฒนา 3 เลียบทางด่วนเอกมัย -รามอินทรา ที่มีหน้าที่ไม่ต่างจากการเป็นบิลบอร์ดให้กับแบรนด์ และยังเป็นอีกหนึ่ง Touchpoint ให้ผู้คนสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้อีกทางหนึ่ง รวมทั้งมีแผนจะแนะนำแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติมอีก 3 แบรนด์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ขณะที่ภาพในการขับเคลื่อนความเป็น One World One Brand จะชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ เพื่อให้ผู้คนในแต่ละประเทศเข้าใจว่า Bertram ไม่ใช่เพียงแค่เข้ามาค้าขายเพื่อกอบโกยเงินทอง แต่จะมุ่งสร้างสังคมที่ดีในทุกพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ เพื่อเป็นรากฐานในการสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป