ดี-แลนด์ จับเทรนด์ “ทาวน์โฮม” ผุดโปรเจกต์ 1,300 ล้าน ‘บ้านดี เดอะแฮมิลตัน’ ยกสถาปัตยกรรมอังกฤษสู่ไทย

ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีแรก ผ่านไปอย่างสดใสเมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แรงกระตุ้นตลาดอสังหาฯ​ ให้เติบโต คงเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการผ่อนคลายความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ภาพรวมเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้น ราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวดีขึ้น ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค แม้ว่าตลาดอสังหาฯ​ จะไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่ก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สิ่งสำคัญ คือ ความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยของการแยกออกมาสร้างครอบครัวใหม่ และการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้ามาทำงานในจังหวัดกรุงเทพฯ​ และปริมณฑล ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ  ทำให้ดีเวลลอปเปอร์ยังคงพัฒนาโครงการรูปแบบต่างๆ ออกมาตอบรับกับดีมานด์ที่ไม่ได้ลดลง

ปัจจุบันภาพรวมประเภทของอสังหาฯ ที่ถูกพัฒนามากสุด คงหนีไม่พ้น คอนโดมิเนียมที่มีกว่า 40% ของตลาด โดยเฉพาะโครงการตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปตามไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคปัจจุบัน ที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นระบบคมนาคมหลักในการเดินทางไปทำงาน รองลงมาเป็นกลุ่มทาวน์โฮม สัดส่วน 30% ตามมาด้วยบ้านเดี่ยว สัดส่วน 15% และประเภทอื่นๆ อีก 15% หากวัดตลาดที่มีดีมานด์สูง ยังไม่เข้าสู่ภาวะเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาฟองสบู่ในบางทำเล และยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวใหม่ คงหนีไม่พ้นกลุ่มทาวน์โฮม

เหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อทาวน์โฮมมากสุดคงเป็นเพราะ

1.ทำเลที่ตั้งไม่ห่างจากใจกลางเมืองมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นทำเลกรุงเทพฯ รอบนอก หรือปริมลฑลที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อเข้าไปยังใจกลางเมืองได้ไม่ลำบาก

2.ราคาของทาวน์โฮม เป็นราคาระดับกลางๆ และไม่แตกต่างจากห้องชุดของโครงการคอนโดมิเนียม ที่อยู่ใจกลางเมืองมากนัก แต่ทาวน์โฮมมีขนาดพื้นที่ใช้สอยมากกว่าหลายเท่าตัว

3.มีขนาดและฟังก์ชั่นการใช้งาน เหมาะสมกับครอบครัวใหม่ มีการออกแบบและดีไซน์ที่ ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านเดี่ยว  แต่ราคาถูกกว่าด้วยขนาดที่เหมาะสมต่อการพักอาศัย

4.โครงการส่วนใหญ่มักมีพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย มากกว่าการอยู่อาศัยในโครงการคอนโดฯ​ เพราะมีขนาดพื้นที่โครงการมากกว่า ทำให้มีสาธารณูปโภคที่หลากหลายไว้คอยบริการ

5.การพัฒนาโครงการสามารถ ตอบสนองความต้องการในเรื่องความสะดวกสบาย แบบครบวงจร ด้วยการผสมผสานโครงการอื่นๆ เข้ามาไว้ อาทิ คอมมูนิตี้มอลล์  หรือพื้นที่รีเทล เป็นต้น

คุณศิริพงษ์ สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด  กล่าวแสดงความเห็นว่า การเลือกที่อยู่อาศัยของยุคปัจจุบัน ยังคงเป็นเรื่องทำเลที่ตั้งใกล้สถานที่สำคัญ ไม่ว่าจะที่ทำงานหรือโรงเรียนลูก หลังจากนั้นจะมาพิจาณาในเรื่องของโปรดักส์ว่าตอบโจทย์ความต้องการหรือไม่ ราคาเป็นอย่างไร แต่จากปัจจุบันที่ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มีขนาดครอบครัวที่เล็กลง จึงมีความต้องการที่จะเลือกอยู่ทาวน์เฮ้าส์หรือทาวน์โฮมมากที่สุด เพราะมีขนาดพื้นที่เหมาะสมต่อการพักอาศัย 2-3 คน ไม่ต้องดูแลและบำรุงรักษามากนัก เนื่องจากมีเวลาจำกัด แต่ขณะเดียวกันต้องการโครงการที่ตอบสนองความต้องการของชีวิตที่อยู่นอกบ้าน และมีความสะดวกสบายรองรับแบบครบวงจร เทรนด์การพัฒนาโครงการของดีเวลลอปเปอร์ที่มีศักยภาพจึงมุ่งตอบโจทย์ดังกล่าวเป็นหลัก

สำหรับ ดี-แลนด์ เองก็มุ่งพัฒนาโครงการไปในทิศทางดังกล่าวด้วยเช่นกัน และมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยในหลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัย ในหลากหลายฟังก์ชั่น โดยยังคงเน้นทำเลศักยภาพในโซนกรุงเทพฯ ใต้และภาคตะวันออก ในจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ อย่างเช่น ชลบุรีและระยอง เป็นหลัก ซึ่งในแต่ละทำเลที่บริษัทฯ เลือกเข้าไปพัฒนาโครงการจะอยู่ใกล้ แหล่งชุมชน แหล่งงาน รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย

อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่รองรับการขยายตัว ทางด้านคมนาคมของภาครัฐ ซึ่งแต่ละโครงการของบริษัทฯ ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าในหลากหลายรูปแบบที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์คอนโดมิเนียม หรือแม้แต่โครงการมิกซ์ยูส เนื่องจากบริษัทฯ มีกลยุทธ์ ในการพัฒนารูปแบบโครงการที่อยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด “Global Highlight” ที่นำจุดเด่นและคอนเซ็ปต์ของเมือง สำคัญๆ ระดับโลกมาพัฒนาเป็นคอนเซ็ปต์บ้านและโครงการ

โดยในไตรมาส 3 ปีนี้ บริษัทฯ​ มีโครการที่เตรียมเปิดตัวล่าสุด คือ โครงการบ้านดีเดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน มูลค่า 1,300 ล้านบาท บนเนื้อที่ 49 ไร่2 งาน 27.8 ตารางวา ตั้งอยู่บนถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี มีจำนวนทั้งหมด 496 ยูนิต ซึ่งเป็นโครงการทาวน์โฮมที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์อิงลิชคอทเทจ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์อันสวยงามของประเทศอังกฤษ โครงการครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและภายนอกมากมาย อาทิ อาคารพาณิชย์ด้านหน้าโครงการ ที่ครบครันด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และบริการ ที่อำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ สวนสาธารณะส่วนกลางสไตล์อังกฤษ มากกว่า 1 ไร่ พื้นที่สีเขียวขนาดย่อมกระจายอยู่ทั่วโครงการ, สนามเด็กเล่น, คลับเฮ้าส์พร้อม Co-Working Space , สระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกาย พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน

ด้านที่ตั้งโครงการ อยู่ใกล้สถานที่สำคัญต่างๆ  อาทิ หน่วยงานราชการ, โรงพยาบาล, โรงเรียน, ห้างสรรพสินค้า ทั้ง เซ็นทรัลเวสเกต, อิเกีย บางใหญ่, พลัสมอลล์, บิ๊กซี, แมคโคร เป็นต้น โครงการยังได้พัฒนาฟังก์ชั่นของตัวบ้านและโครงการ  ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ภายในบ้านอีกด้วย อาทิ ระบบสมาร์ทโฮม, ระบบสมาร์ทซีเคียวริตี้รวมถึงสมาร์ทฟังก์ชั่น

สำหรับแนวคิดในการพัฒนาโครงการของดี-แลนด์นั้น  มุ่งเน้นภายใต้แนวคิด “To Give Before..” ที่เรา เริ่มคิดจากการให้ และใส่ใจเพื่อชีวิตอีกขั้น รวมทั้งแนวคิดเรื่อง “Customer Centric” การให้ความสำคัญและ ใส่ใจลูกค้าและลูกบ้านของเราเป็นอันดับ 1 ในทุกมิติ  โดยคุณศิริพงษ์ เล่าว่า “เรามีวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดถือร่วมกันมา 16 ปีแล้ว นั่นคือ CARE(SS) หรือว่า  ความใส่ใจ​ ที่เรามีความยินดีและภูมิใจมาตลอด ที่จะมอบความใส่ใจนี้ไปยังคนทุกกลุ่มที่เราดูแล ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน, ลูกค้า, ชุมชน, Supplier หรือพันธมิตรทางธุรกิจอื่นๆ และด้วยความใส่ใจนี้ ดี-แลนด์จึงได้จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพรายต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับ ผู้บริโภค ว่าในทุกโครงการของดี-แลนด์ เราได้ใช้ใจคิด ใส่ใจ และให้ยิ่งกว่า ด้วยนวัตกรรมการอยู่อาศัย ที่ดีที่สุดเสมอ”

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นการร่วมมือกับพันธมิตร ผู้นำทางธุรกิจด้านวัสดุสีทาอาคารปกป้องพื้นผิวที่มีศักยภาพสูงที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในประเทศไทยอย่างแบรนด์สีทีโอเอ (TOA) เพราะด้วยแนวคิดและความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจที่สอดคล้องกันในเรื่อง “ความใส่ใจ” ทางดี-แลนด์จึงยินดีที่จะนำสีทางอาคารภายใต้แนวคิด “Greenovation” นวัตกรรมสีปลอดภัยเพื่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม (Clean Green Save)

โดยการเลือกใช้สีทาอาคารคุณภาพสูงที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในโครงการดังกล่าว ทั้งสีทาภายนอกและภายใน ภายใต้แบรนด์ “สีขวัญใจมหาชน สีทนได้ โฟร์ซีซั่นส์ (4 Seasons)” ซึ่งเป็นนวัตกรรมสีน้ำอะคริลิกแท้ 100% ผสานเทคโนโลยี Advanced Washable จาก 3M ประเทศสหรัฐอเมริกา ลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ช่วยทำให้ฟิล์มสีลื่น เช็ดล้างได้ ช่วยป้องกันคราบสกปรก คราบน้ำ และคราบน้ำมัน พร้อมเทคโนโลยี Cooling and Energy Saving ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงเบอร์ 5 จากกระทรวงพลังงาน จึงช่วยสะท้อนความร้อนให้บ้านสูงถึง 95.4% และช่วยลดอุณหภูมิให้บ้าน ประหยัดค่าไฟได้จริง พร้อมรับประกันสีสวย ทนทาน นาน 8 ปี จึงสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกที่อยู่อาศัยคุณภาพดีจากดี-แลนด์

ด้านคุณพงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  บริษัทมีการพัฒนานวัตกรรมสีทาอาคารและวัสดุปกป้องพื้นผิวอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพราะเราไม่ใช่เพียงผู้ผลิตสีอย่างเดียว แต่เรายังคิดคำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย รวมถึงสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม เพื่อเป็นสีสันเติมเต็มความสุขให้ทุกชีวิต

นอกจากนี้ ทีโอเอยังทำกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การนำองค์ความรู้เรื่องสีสันที่เราเชี่ยวชาญไปพัฒนาสถานที่สำคัญต่างๆ  ของประเทศไทย รวมถึงการสนับสนุนสีทาอาคารเพื่อการศึกษาไทยในโรงเรียน ชุมชน สถานที่สำคัญต่างๆ ที่เป็นสาธารณประโยชน์ เป็นต้น

นอกจากการเตรียมเปิดตัว โครงการบ้านดีเดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน  แล้ว  ดี-แลนด์ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย รวมถึงโครงการคอนโดมิเนียมที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรีเพิ่มอีก 1 โครงการในช่วงปลายปีนี้ โดยปีนี้คาดว่าจะสามารถทำยอดขายและยอดรับรู้รายได้ประมาณ​1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ​15% ขณะเดียวกันยังมีแผนเปิดตัวโครงการประเภททาวน์โฮมแบรนด์ใหม่ ที่อยู่ในทำเลกลางเมือง ระดับราคา 7-8 ล้านบาทต่อยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 1-2 ไร่ เนื่องจากมีโอกาสทางการตลาดและความต้องการสูงด้วย