3 สิ่งที่ Uniqlo รู้ หลังเปิดโมเดล “ยูนิโคล่ โรดไซด์ สโตร์”

เดือนกันยายนนี้จะครบรอบ 7 ปี ที่แบรนด์เสื้อผ้ายอดนิยมจากญี่ปุ่นแต่ปัจจุบันเติบโตสู่ Global Brand อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว สำหรับยูนิโคล่ กับการขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมจำนวนสาขาในปัจจุบันที่ครบ 40 สาขาแล้ว

โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา การขยายสาขาของยูนิโคล่จะเป็นรูปแบบสาขาที่อยู่ในห้างมาโดยตลอด จนเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้เพิ่มโมเดลใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Roadside Store (โรดไซด์ สโตร์) โดยเลือกไทยเป็นประเทศแรกในการขยายสาขารูปแบบที่อยู่นอกห้างเป็นครั้งแรกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้สะดวกมากขึ้น และเพิ่มบทบาทในฐานะของการเป็นศูนย์กลางให้กับชุมชนในย่านๆ นั้นอีกด้วย (เหตุผลและที่มาที่ไปของการขยายโมเดล Roadside Store ของยูนิโคล่)

ผลตอบรับอย่างดีจากการให้บริการยูนิโคล่ โรดไซส์ สโตร์ สาขาแรกบนถนนพัฒนาการ นำมาสู่การเปิดสาขาที่ 2 ทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยคือ ยูนิโคล่ โรดไซด์ สโตร์ ลาซาล อเวนิว เพื่อขยายการเข้าถึงชุมชนในย่านลาซาล -แบริ่ง อีกหนึ่งทำเลของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกที่มีประชากรอยู่อาศัยค่อนข้างหนาแน่น และมีจำนวนหมู่บ้านโดยรอบหลายหมู่บ้าน จึงเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีศักยภาพไม่ต่างจากสาขาพัฒนาการที่เปิดไปก่อนหน้า

สำหรับยูนิโคล่ โรดไซด์ สโตร์ ลาซาล อเวนิว มีพื้นที่กว่า 1 พันตารางเมตร ทำเลที่ตั้งอยู่ติดริมถนนซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของคอนเซ็ปต์นี้ และสามารถเดินทางมาได้สะดวกจากหลายเส้นทางทั้งจาก ถ.สุขุมวิท ถ.ศรีนครินทร์ ถ.บางนา-ตราด รวมทั้งยังอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าแบริ่งอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีจำนวนที่จอดรถมากกว่าสาขาแรก โดยรองรับจำนวนรถได้มากกว่า 300 คัน ซึ่งนอกจากศักยภาพที่ดีด้านทำเลของสาขานี้ซึ่งอยู่ในย่านชุมชนที่มีคนอยู่อาศัยค่อนข้างหนาแน่นแล้ว บริเวณร้านยังอยู่ภายในบริเวณเดียวกับคอมมูนิตี้มอลล์ลาซาล อเวนิว ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างสมบูรณ์ภายในเดือนหน้า นั่นจะยิ่งเพิ่มโอกาสให้มีจำนวนคนเข้ามาใช้บริการในสาขานี้ได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก

ในส่วนของความคาดหวังจากการเปิดให้บริการสาขาใหม่นี้ ยูนิโคล่มองว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีไม่ต่างจากสาขาแรก รวมทั้งเป็นโอกาสในการนำประสบการณ์ใหม่ๆ จากแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าคนไทยได้มากและสะดวกยิ่งขึ้น ทั้งทำเลที่เข้าถึงได้ง่ายเพราะตั้งอยู่ในย่านชุมชน ทำให้สามารถเดินทางมาได้บ่อยครั้งมากขึ้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก นอกจากกลุ่มครอบครัวที่อาศัยอยู่ภายในชุมชนเช่นเดียวกับสาขาแรกแล้ว ยังมีกลุ่มคนวัยทำงานเพิ่มเติมเข้ามาอีกหนึ่งกลุ่มด้วย

โมเดลใหม่ สู่การเข้าใจลูกค้ากลุ่มใหม่

อย่างที่ทราบแล้วว่า ยูนิโคล่ โรดไซส์ สโตร์ ลาซาล อเวนิวนี้ เป็นสาขาที่สอง ซึ่งเปิดให้บริการต่อจากสาขาแรกในระยะเวลาที่ห่างกันประมาณ 3 เดือน ลองมาดูกันว่า ยูนิโคล่ได้เรียนรู้หรือมองเห็นศักยภาพอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง จากการเปิดให้บริการโมเดลโรดไซส์ สโตร์ในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมานี้

1. ทำให้เข้าใจและรู้จักลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้มากขึ้น จากที่ก่อนหน้าจะเข้าใจว่ากลุ่มลูกค้าหลักในย่านพัฒนาการหรือในชุมชนต่างๆ คือ กลุ่มครอบครัวเป็นหลัก ทำให้มีการดีไซน์พื้นที่ในสาขาร่วมกับดีสนีย์เพื่อรองรับกลุ่มเด็ก แต่หลังจากเปิดให้บริการมาระยะหนึ่งทำให้พบว่า นอกจากกลุ่มครอบครัวแล้วยังมีกลุ่มเฉพาะต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ เช่น ในสาขาพัฒนาการจะมีลูกค้าชาวมุสลิมอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างมาก ทำให้สามารถแยกเซ็กเม็นต์ลูกค้ากลุ่มใหม่ได้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งกลุ่ม และสามารถต่อยอดการทำตลาดแบบเฉพาะกลุ่มกับลูกค้ากลุ่มนี้ได้มากขึ้น

2. โอกาสในการต่อยอดเพื่อสร้าง Brand Engagement ในระยะยาว เช่น การสร้าง Engage กับกลุ่มลูกค้าใหม่อย่างชาวมุสลิม ด้วยการจัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษในช่วงวันฮารีรายอ สำหรับลูกค้าที่เป็นชาวมุสลิมเท่านั้น ซึ่งเป็นการต่อยอดในการทำแคมเปญที่มีความ Customize ได้มากขึ้น และไม่เพียงแค่ในสาขาโรดไซด์ สโตร์ ที่พัฒนาการเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปยังสาขาในพื้นที่ที่มีกลุ่มลูกค้ามุสลิมจำนวนมาก เช่น หาดใหญ่ รวมทั้งในสาขาใหญ่อย่างเซ็นทรัลเวิลด์ด้วย เนื่องจากจะมีลูกค้าต่างชาติ และชาวมาเลเซียเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก เป็นต้น

3. เพิ่มรูปแบบในการสื่อสารแบรนด์ผ่านสื่อใหม่ๆ มากขึ้น เช่น การใช้สื่อบิลบอร์ด หรือ Out Of Home ต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ยูนิโคล่ไม่เคยใช้มาก่อน แต่เนื่องจากต้องการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้มากขึ้น โดยเฉพาะเพื่อต้องการให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้กับสาขา Roadside Store เกิดการรับรู้และเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น จากที่ก่อนหน้าจะเน้นการใช้สื่อดิจิทัลมาโดยตลอด เป็นเหตุผลให้ยูนิโคล่รู้จักและเข้าใจลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้ดี และสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงกลุ่มที่ต้องการ

สำหรับโมเดลของร้านยูนิโคล่ในประเทศไทยปัจจุบันมี 2 รูปแบบ คือ สาขาในห้าง โดยมีขนาดพื้นที่ในการขยาย 4 ไซส์ ได้แก่ ไซส์ขนาดใหญ่ พื้นที่มากกว่า 1,500 ตางเมตรขึ้นไป พื้นที่ขนาดมาตรฐาน พื้นที่ประมาณ 1,000-1,400 ตารางเมตร ไซส์ขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่ต่ำกว่า 1,000 ตารางเมตร รวมทั้งสาขาในเซ็นทรัลเวิลด์ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยพื้นที่มากถึง 2,700 ตางรางเมตร

ส่วนอีกหนึ่งรูปแบบคือ ร้านที่อยู่ติดริมถนนหรือ Roadside Store ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไซส์ขนาดมาตรฐาน โดยไทยเป็นประเทศแรกจากจำนวน 5 ประเทศ ที่ยูนิโคล่ทำตลาดอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เพื่อใช้ประเทศไทยศึกษาผลตอบรับของภูมิภาคนี้ก่อนจะขยายสาขาเพิ่มเติมในอนาคต จากที่ก่อนหน้านี้ให้บริการมาแล้วทั้งในญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน

ในส่วนของความสำเร็จตลอด 7 ปี ของยูนิโคล่ในประเทศไทยนั้น ยังคงสามารถรักษาการเติบโตมาได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญในแง่ของการสร้างยอดขายให้กับยูนิโคล่ โดยสิ่งที่ทำให้ยูนิโคล่ได้ใจผู้บริโภคคนไทยและในทุกๆ ตลาดที่ขยายเข้าไป มาจากการให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมให้กับเสื้อผ้าเพื่อให้มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ทำให้ช่วยสร้างการรับรู้ที่แข็งแรงไปยังผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นฮีทเท็กซ์ หรือล่าสุดอย่างแอร์ริซึ่ม ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคอย่างมาก และยังทำให้ Awareness ในเชิงกลุ่มโปรดักต์เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประกอบกับ Price Point ที่ไม่ได้มีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดมากนัก แต่สามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพิ่มเติมอยู่เสมอ