KIA ดึงครอบครัว “หมอโอ๊ค-โอปอล์” สร้าง Brand Awareness กระตุ้นยอด 1,200 คัน

นับตั้งแต่บริษัท  ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์  จำกัด  นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์เกีย (KIA) มาเป็นระยะเวลาเกือบ 20 ปี โดยเฉพาะรถยนต์เกีย รุ่นคาร์นิวัล  ที่เปิดตัวขายในเมืองไทยถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี  แม้ว่าบริษัทไม่ได้ทำการตลาดหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์อะไรมากมายนัก  แต่รถรุ่นนี้ก็ได้รับการตอบรับที่ดี  มีอัตราการเติบโตแบบ Organic Growth

ซึ่งเป็นผลจากกระแสการบอกต่อ หรือ Word of Mouth ประกอบกับเป็นรถที่มีคู่แข่งในตลาดน้อย  ส่งผลให้มียอดขายเติบโตที่ดี  โดยปี 2558 มียอดขายรถจำนวน  250 คัน ปี 2559 มียอดขาย 449 คัน ส่วนปีที่ผ่านมามียอดขาย 881 คัน  ส่วนปีนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะมียอดขาย 1,200 คัน ส่วนปีหน้าบริษัทคาดว่าจะมียอดขายประมาณ 2,000 คัน

คุณธันยนันท์  ลีนุตพงษ์  ศิริมงคลเกษม  กรรมการบริหาร บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด เล่าว่า  ปีนี้เกีย แกรนด์  คาร์นิวัล ได้ทำการปรับโฉมใหม่นับตั้งแต่ช่วงเปิดตัวครั้งแรกในปี 2558 ถือเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์  ที่จะกลายเป็น Products Hero ของบริษัทในปีนี้  เพราะที่ผ่านมาเป็นรถที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า  แม้ว่าจะไม่ได้มีการทำตลาดหรือสื่อสารการตลาดอะไรมากมาย  แต่ทิศทางที่เติบโตดีบริษัทจึงเดินหน้าสร้างการรับรู้และแคมเปญการตลาดเผื่อผลักดันให้มียอดขายที่เติบโต

สำหรับแนวทางการทำตลาดบริษัทได้วาง  5 กลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้เกีย แกรนด์ คาร์นิวัล กลายเป็น Product Hero  ของบริษัทและสร้างยอดขายถึง 1,200 คัน  คือ

1.เพิ่มงบประมาณทำตลาดขึ้นเท่าตัว  จากเดิมที่ใช้ประมาณ 10 ล้านบาท ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะให้งบประมาณ 1% จากยอดขาย  กับสาขาต่างๆ  เพื่อนำไปใช้ทำกิจกรรมขอบคุณลูกค้า หรือกิจกรรมที่สาขา

2.ดึงครอบครัว “หมอโอ๊ค-โอปอล์” เป็น Presenter พร้อมการสร้าง Brand Awareness ผ่านภาพยนตร์โฆษณาและสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ

3.ขยายดีลเลอร์จัดจำหน่ายรถเพิ่มอีก 5 แห่ง ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  จากปัจจุบันมี 17 แห่ง

4.เพิ่มการบริการ “Express Service” ตามศูนย์บริการอย่างน้อย 5 แห่ง  เพื่อสร้างภาพลักษณ์การบริการหลังการขายใหม่  จากเดิมที่ถูกมองว่าให้บริการล่าช้าและมีค่าอะไหล่ที่แพง อาทิเช่น  การเช็คระยะ จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง  ส่วนปัญหาการซ่อมแพง แนวทางการแก้ไขปัญหา คือ การปรับลดราคาอะไหล่ลงมา 5-10% รวมถึงการนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษ

  1. เพิ่มกิจกรรมการจัดงานโรดโชว์ ทั้งสาขาที่มียอดจำหน่ายสูงๆ เดือนละครั้ง และการจัดโรดโชว์ในงานอีเวนต์ขนาดใหญ่  อาทิ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2018, งาน มอเตอร์โชว์ และมอเตอร์เอ็กซ์โปร์ เป็นต้น  รวมถึงการจัดงานตามสถานที่ต่างๆ

“สาเหตุที่เลือกครอบครัวหมอโอ๊ค-โอปอล์  เพราะมีคาแรคเตอร์เป็นครอบครัวอบอุ่น และมีการทำกิจกรรมและการเดินทางต่างจังหวัด  ซึ่งตรงกับ Positioning ของรถ และที่ผ่านมาหากเอ่ยถึงแบรนด์เกีย  คนจะมีภาพจำเป็นคุณบัวขาว  ที่เคยโฆษณารถกะบะ รุ่น K2500  ซึ่งการมีพรีเซ็นเตอร์จะมีส่วนในเรื่องการตัดสินใจซื้อแต่ไม่มาก เหตุผลหลักเป็นเรื่องการสร้าง Brand Awareness จากการทำรีเสิร์ซ  บางคนไม่รู้จักหรือไม่เคยใช้รถเรามาก่อนแต่พอได้ลองขับแล้วรู้สึกว่ามันตอบโจทย์ ก็เลยตัดสินใจซื้อ  เราก็เลยมองว่าถ้าสร้าง Brand Awareness  น่าจะทำให้เกิดศักยภาพในการสร้างยอดขายได้ และคาดว่าจะเพิ่มการรับรู้แบรนด์ขึ้นเป็น 80% จากก่อนหน้าที่น่าจะมีประมาณ​50%”  คุณธันยนันท์  กล่าวในตอนท้าย