ผ่าแผน SF รีโนเวตโรงหนัง-ระบบไอทีใหม่หมด 700 ล้าน..มาดูหนังไม่ต้อง ‘พกเงิน’

0

ธุรกิจโรงภาพยนตร์​ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามองในยุคที่กำลังถูก Disrupt ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีเนม่า ก็เร่งปรับตัวและ Transformation เช่นกัน ในแถลงข่าวผลดำเนินธุรกิจและแผนทางการดำเนินงานในครึ่งปี 2561

สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2560 เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น ประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ บริษัทฯ มียอดรายได้รวมกว่า 4,200 ล้านบาท มีผลกำไรสุทธิกว่า 180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปี 2559 ทั้งนี้ มีสัดส่วนรายได้มาจากโรงภาพยนตร์ 2,700 ล้านบาท เติบโต 3% รายได้จากการขายอาหารและเครื่องดื่ม 775 ล้านบาท เติบโต 12% ส่วนงานธุรกิจสื่อโฆษณา 430 ล้านบาท เติบโต 28% และส่วนงานอื่น 300 ล้านบาท เติบโต 4% สำหรับปี 2560 มีภาพยนตร์จำนวนมากที่เป็นปัจจัยผลักดันรายได้ของบริษัทฯ อาทิ Fast and Furious 8, Spider-Man: Homecoming, Thor: Ragnarok, Transformer: The Last Knight, Justice League รวมถึงภาพยนตร์ไทยที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่าง ‘ฉลาดเกมส์โกง’

และปี 2561 ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 20% หรือแตะราว 5,000 ล้านบาท (คิดเป็นกำไร 300 ล้านบาท) แบ่งเป็นรายได้จากตั๋วชมภาพยนตร์ 3,200 ล้านบาท , ขนม/เครื่องดื่ม 900 ล้านบาท , สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ 520 ล้าน  และ พื้นที่เช่า 380 ล้านบาท

 

โจทย์ใหญ่ “สะดวกสบาย” 

เป้าหมายสำคัญของ SF ก็คือ ต้องการสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่จะมาชมภาพยนตร์ ดังนั้นจึงได้ลงทุนอัพเกรดระบบไอทีกว่า 100 ล้านบาท พัฒนาระบบหลังบ้าน ฐานลูกค้า และ ช่องทางดิจิตอลต่างๆ เพื่ออำนวยสะดวกเรื่องการจอง/ซื้อตั๋วได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น E-Ticketing เว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น หรือตู้ Kiosk และเพื่ออิงกระแสยุคไร้เงินสด  (Cashless payment) สามารถชำระเงินได้ง่ายๆโดยไม่จำเป็นต้องใช้ “เงินสด” ทั้งผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต หรือแม้กระทั่งซื้อตั๋วผ่านพันธมิตรต่างๆ เช่น  KBANK , SCB , AIRPAY , BLUEPAY จนทำให้บางครั้งไม่ต้องพกเงินสดมาก็สามารถดูหนังได้

“โจทย์ที่สั่งกับทีมพัฒนาระบบไอที อยากให้ลูกค้าสะดวกสบายจองตั๋วและซื้อบัตรได้ไม่เกิน 10-15 วินาที ใช้งานง่ายและไม่จำเป็นต้องพกเงินสด “

Movie Card มาช้ายังดีกว่าไม่มา

อีกหนึ่งวิธีเพื่อเพิ่มยอดขาย หรือ จำนวนตั๋วชมภาพยนตร์  คือ บัตรสมาชิก SF Moive club card ที่ได้ฤกษ์เปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ้ปต์ “ยิ่งดูมากยิ่งลดมาก” ได้ส่วนลดบัตรชมภาพยนตร์สูงสุดถึง 35 บาท และสะดวกในการซื้อบัตร กลยุทธ์นี้ถึงแม้ว่าคู่แข่งจะมีนานแล้วก็ตาม แต่ก็จะเป็นอีกนึงทางที่ช่วยเพิ่มฐานผู้ชมภาพยนตร์มากขึ้น และ สร้าง Loyalty ไปพร้อมกัน โดยปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 200,000 ราย และตั้งเป้าหมาย 900,000 ราย นอกจากนี้ยังเตรียมใช้ข้อมูลของบัตรสมาชิกมาทำการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อสร้าง Personalized Offer ให้กับลูกค้าแต่ละคนอีกด้วย

ทุ่ม 700 ล้าน ขยายสาขา – เปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ SFW 

การเติบโตยอดขายของธุรกิจโรงภาพยนตร์อีกวิธีนึง คือ การขยายโรงภาพยนตร์ในโลเคชั่นใหม่ๆ ไม่เพียงแต่เป็นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ แล้วยังสามารถเพิ่มรายได้ส่วนทั้ง ticket และที่เป็น Non-Ticket ไม่ว่าจะเป็น ขนม/เครื่องดื่ม และ พื้นที่ส่วนให้เช่าอีกด้วย

สุวัฒน์ เสริมอีกว่าปีนี้ เอส เอฟ มีแผนการลงทุนเปิดสาขาเพิ่มรวมทั้งหมด 6 สาขา โดยประเดิมเปิดไปแล้ว 1 สาขาเมื่อต้นปีคือ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีเนม่า สาขาท็อปส์ พลาซ่า พะเยา สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง เอส เอฟ ยังมีโครงการขยายสาขาเพิ่มเติม อีก 5 สาขา โดยยังคงเป็นการผนึกกำลังไปกับศูนย์การค้าชั้นนำซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ชลบุรี, บิ๊กซี สระแก้ว, บิ๊กซี สมุทรสงคราม, บิ๊กซี เพชรเกษม และเทอร์มินอล 21 พัทยา รวมทั้งมีแผนปรับปรุงโรงภาพยนตร์สาขาเดิม เพื่อให้มีความสวยงาม ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 500 ล้านบาท  และเตรียมปรับโฉมใหม่ SFW ณ เซ็นทรัลเวิล์ด ให้ทันสมัยมากขึ้นด้วยงบประมาณ 100 ล้านบาท

“การปรับโฉมครั้งนี้จะเป็นการ Totally Change ของหน้าตา SFW ใหม่หมด ตอนนี้ได้เริ่มต้นปรับปรุงคือ First Calss Lounge และโรง Mastercard Cinema ”

 

สุดยอดประสบการณ์ Zigma CineStadium

ในโปรเจ็กต์ของการปรับปรุงเปลี่ยนโฉมโรงภาพยนตร์  SF ยังเดินหน้าพัฒนาโรงภาพยนตร์รูปแบบพิเศษอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากประเภทโรงภาพยนตร์ที่มีอยู่แล้ว อันได้แก่ First Class Cinema, Happiness Screen, MX4D และอี่นๆ โดยในปีนี้จะนำเสนอ  โรงภาพยนตร์ Zigma CineStadium ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์แห่งอนาคตสุดล้ำที่สมบูรณ์แบบครบมิติทุกความบันเทิง  ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การชมภาพยนตร์ของลูกค้าทุกกลุ่ม ให้ผู้ชมได้ตื่นตา ตื่นใจกับ Giant Screen จอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่สุด รองรับการฉายด้วยเครื่องฉายภาพยนตร์ Digital 4K Laser Technology ซึ่งให้ภาพคมชัดสูงสุดเหนือกว่าทุกระบบ ระบบเสียง Dolby ATMOS กระหึ่มรอบทิศทาง มาพร้อมที่นั่งกว้างขวางแบบ Super Stadium ซึ่งเพิ่มระยะห่างของที่นั่งให้ลูกค้าได้รับชมภาพยนตร์อย่างเต็มอรรถรส เพื่อสร้างประสบการณ์ความบันเทิงอย่างไม่หยุดยั้งให้แก่ผู้ชมภาพยนตร์

ปัจจุบันโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ มีทั้งหมด 57 สาขา 371 โรงภาพยนตร์ รวมกว่า 81,300 ที่นั่ง รวมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีก 27 จังหวัด (แบ่งเป็นกรุงเทพ 20 สาขา 166 โรงภาพยนตร์ และต่างจังหวัด 37 สาขา 205 โรงภาพยนตร์) โดย 4 สาขาใหม่ ได้แก่ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ราชบุรี, บิ๊กซี เพชรบุรี, เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา และเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย

ทั้งหมดนี้เป็นแผนการเข้าสู่การเป็นบริษัทมหาชนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการสอบทานเพื่อเตรียมพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ และคาดว่าจะได้เข้าตลาดในปี 2562