แซ่บลืม ไส้กรอก “โป๊ป” จาก “เบทาโกร” ทะลวงตลาดไส้กรอก 3.5 หมื่นล้าน ไล่ตามเบอร์ 1

0

ตลาดไส้กรอกและแฮมในปัจจุบันมีขนาดใหญ่ด้วยมูลค่าถึง 35,000 ล้านบาท  หรือหากคิดเป็นปริมาณการบริโภคต่อปีมีมากถึง 314,000 ตันต่อปี แบ่งเป็นกลุ่มตลาดไส้กรอกพรีเมียม ซึ่งมีราคาตั้งแต่300-600 บาทต่อกิโลกรัม มีสัดส่วนอยู่ประมาณ 5% กลุ่มไส้กรอกเกรด  A และ B ที่มีราคา 200-300 บาทต่อกิโลกรัม มีสัดส่วน 70% และกลุ่มไส้กรอกเกรด C ที่มีราคาต่ำกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม มีสัดส่วน 25%  ซึ่งภาพรวมของตลาดในปีนี้คาดว่าจะเติบโตในอัตรา 5-6%

ด้วยตลาดที่มีขนาดใหญ่ จึงเป็นโอกาสทางการตลาด  ที่ทำให้มีผู้ประกอบการเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง  เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดมาเป็นของตนเอง  ซึ่งปัจจุบันเจ้าตลาดหลักคือแบรนด์ซีพี  ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 30% ส่วนอันดับ 2 เป็นแบรนด์เบทาโกร ที่มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 15%

ปีนี้เบทาโกร กลับมาลุยตลาดไส้กรอกและแฮมอีกครั้ง ด้วยการทุ่มงบประมาณ 140 ล้านบาท  เพื่อทำตลาดและสร้างแบรนด์กับสินค้าไส้กรอกรมควันเบทาโกร โดยมีเป้าหมายสำคัญกับการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในปีนี้เป็น 20%  ขยับตำแหน่งเข้าใกล้กับเบอร์ 1 ให้มากขึ้น

แนวทางการมุ่งไปสู่เป้าหมายดังกล่าว  ที่เครือเบทาโกเตรียมไว้นั้น  คือ

1.การเปิดตัวแคมเปญ “อร่อยใช่…สัมผัสไหนก็โดน” พร้อมกับการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนแรกของไส้กรอกราควันเบทาโก “โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” ที่จะมาช่วยสร้างแบรนด์และการเป็นพรีเซ็นเตอร์ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่  ซึ่งออกอากาศวันแรก 7 มิถุนายนนี้

สาเหตุที่เลือกใช้ “โป๊ป-ธนวรรธน์” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ คุณวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร เล่าว่า “ปัจจัยหนึ่งในการสร้างกระแสให้คนรู้จักผลิตภัณฑ์  ต้องอาศัยอิมแพ็คความดังของ “โป๊ป-ธนวรรธน์” ในขณะนี้ ตามหลักการทางการตลาด  แต่จากการพูดคุยกัน  ก็พบว่าเขาก็มีจุดยืนและเรื่องที่เด่น ด้านความคิดต่ออาหารและตนเองที่ชัดเจน  ในการบริโภคอาหารที่ดีมีคุณภาพ ไม่ใช่เราที่เลือกเขาเท่านั้น  แต่เขาก็เลือกเราพอสมควร  ซึ่งการทำงานร่วมกันที่ผ่านมาก็เป็นไปด้วยดี เขาและเราก็มีอิมเมจที่ตรงกัน”

2.กิจกรรมแจกสินค้าตัวอย่างกว่า 5 แสนชิ้นทั่วประเทศ  โดยทีมผู้บริหารและพนักงานทั่วประเทศร่วม 1,000 คน  ที่เดินสายแจกสินค้าตัวอย่างเพื่อให้เกิดการทดลองชิม  ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต    ออกเดินแจกสินค้าตัวอย่างไปยังสถานที่ย่านชุมชน และอาคารสำนักงานต่างๆ

3.การกระจายสินค้า โดยเฉพาะช่องทางร้านในเครือเบทาโกร  ซึ่งปัจจุบันมีร้านเบทาโกร ช็อป 180 สาขา  ภายในสิ้นปีนี้จะขยายให้ครบ 200 แห่ง และในปีหน้าจะเพิ่มเป็น 250 แห่ง ใช้งบลงทุนสำหรับร้านขนาดเล็ก 5 ล้านบาท และขนาดใหญ่ 12-15 ล้านบาท  โดยร้านเบทาโกร ช็อป ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Distribution Shop เพื่อทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังพื้นที่อำเภอหลักๆ ของแต่ละจังหวัด  เพื่อขายสินค้าให้กับกลุ่มธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส สัดส่วน 50%  ผู้จำหน่ายสินค้าในตลาดสด 30% คอนซูเมอร์ทั่วไป 20%

นอกจากนี้ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใส้กรอกเป้าหมายหลัก  ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนวัยทำงานอายุไม่เกิน 35 ปี ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเครือเบทาโกร จึงได้พัฒนาร้านจำหน่ายสินค้า “เบทาโกร เดลี่” ที่อยู่ในอาคารสำนักงานหรือแหล่งงาน  เพื่อจำหน่ายสินค้าให้กับกลุ่มเป้าหมาย  ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ภายในร้านจะเป็นกลุ่มพร้อมทาน หรืออาหารชิลล์  ปัจจุบันมีจำนวน 17 สาขา  โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาและปรับคอนเซ็ปต์  เพื่อให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น  เพราะพฤติกรรมการซื้อสินค้าไส้กรอกของผู้บริโภคมักจะเข้าร้านสะดวกซื้อ หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก