จาก “ครีมหอยทาก” สู่ “เวชสำอาง” ดู เดย์ ดรีม (DDD) เสริมพอร์ตด้วย OXE’CURE ครอบคลุมตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างครบวงจร

บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) ได้ทำสัญญาเข้าซื้อแบรนด์อ๊อกซี่เคียว (OXE’CURE) จากบริษัท เวลโกร เมด จำกัด ซึ่งการเข้าทำรายการครั้งนี้ เปิดโอกาสให้บริษัทฯ เพิ่มความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งยังขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยที่ผลิตภัณฑ์แบรนด์ OXE’CURE นั้น จะมุ่งเน้นไปผลิตภัณฑ์เวชสำอางรักษาสิวทั้งผิวหน้าและผิวกาย ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่สำหรับบริษัทฯ

ปัจจุบันสินค้าของ OXE’CURE มีการจัดจำหน่ายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) อย่างบู๊ทส์และวัตสันทุกสาขา ร้านสะดวกซื้อชั้นนำ 7-11 และร้านค้าขายยาทั่วประเทศ รวมมากกว่า 10,000 ร้าน โดยได้รับรางวัล Watsons HWB Awards Best Selling Acne Body Spray ถึง 3 ปีซ้อน ในปี 2559-2561 นอกจากนี้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ของ OXE’CURE ยังเป็นที่ยอมรับให้ใช้ในสถาบันโรคผิวหนังอีกด้วย

ในปี 2560 ธุรกิจ OXE’CURE นั้น มีผลกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 28 ซึ่งถือเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพในการทำกำไรได้ค่อนข้างสูง แม้ว่าจะมีการประชาสัมพันธ์ไม่มาก ซึ่งทางบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของ OXE’CURE ทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่บริษัทฯ มีอยู่แล้ว เช่น ประเทศจีน เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ซึ่งมีมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์รักษาสิวมากกว่า 1 หมื่นล้านบาทและเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี

จากศักยภาพด้านการทำตลาดและการสร้างแบรนด์สินค้าในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายช่องทางการจำหน่ายที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ผนึกรวมกับจุดแข็งของ OXE’CURE ที่มีจุดเด่นด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์เวชสำอางและได้รับการเชื่อถือมามากกว่า 10 ปี จะเป็นแรงผลักดันยอดขายที่สำคัญให้บรรลุเป้าหมาย 500 ล้านบาทภายในปี 2563

การเข้าเป็นเจ้าของแบรนด์ อ๊อกซี่เคียว (OXE’CURE) ครั้งนี้ ถือเป็นอีกขั้นของวิสัยทัศน์เพื่อก้าวเข้าไปสู่เป้าหมายการเป็น 1 ใน 3 ของผู้นำด้านธุรกิจความงามในกลุ่มประเทศเอเชีย ทำให้บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด(มหาชน) สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการขยายกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ คือ กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มผู้ชายที่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทฯ มาก่อน

ทั้งนี้ ตลาดผลิตภัณฑ์รักษาสิวมีมูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาทในประเทศไทย(ปี 2560) โดยมีการคาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 10 ต่อปี ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกายโดยรวม โดยปัจจัยการเติบโตหลักมาจากการให้ความสำคัญต่อการดูแลผิวที่มากขึ้น สภาพมลภาวะที่ต้องเผชิญ และกำลังซื้อที่สูงมากขึ้น นอกจากนี้ปัญหาสิวไม่ได้จำกัดอยู่ในเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น โดยสิวตามร่างกายเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นกับทุกเพศทุกวัย ซึ่งปัจจัยหลักเหล่านี้ส่งผลต่อการเติบโตในตลาดผลิตภัณฑ์รักษาสิวโดยรวม