เรื่องราวความประทับใจต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 จากทายาทครูส่วนพระองค์เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

พระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่เปรียบมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นที่ประจักษ์ ไม่เพียงเฉพาะในหมู่พสกนิกรชาวไทยเท่านั้น แต่ทั่วทั้งโลกต่างรับรู้ถึงความเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะทรงเป็นที่รักและเทิดทูนจากหัวใจของประชาชนคนไทยทุกคนอย่างหาที่สุดไม่ได้ ทำให้ทุกครั้งที่เรามีโอกาสได้ยินเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เคยได้ยินมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือเรื่องราวที่อาจจะยังไม่เคยได้รับรู้มาก่อน เราทุกคนต่างก็มีความสุขและพร้อมที่จะรับฟังด้วยความปลื้มปิติและระลึกถึงพระองค์ท่านอยู่เสมอ

คุณลีซองดร์ เซ. เซไรดารีส เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เคยมีโอกาสใกล้ชิดและได้รับรู้เรื่องราวเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ครั้งยังประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระเชษฐา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และราชสกุลมหิดล ในฐานะบุตรชายคนเล็กของ คุณเกลย์อง เซ. เซไรดารีส ครูส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ไทยทั้ง 2 พระองค์ โดยคุณลีซองดร์ ได้รวบรวมบันทึกความทรงจำของบิดา และถ่ายทอดผ่านหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 และเจ้านายไทยในโลซานน์” ที่ได้มีการแปลเป็น 3 ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส

การได้ฟังเรื่องราวบางส่วน พร้อมกับได้อ่านหนังสือที่คุณลีซองดร์บอกว่า ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยตรง โดยที่พระองค์ท่านยังทรงเป็นผู้แนะนำให้คุณลีซองดร์เป็นผู้รวบรวมเรื่องราวของบิดาให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ เพราะถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ทำให้คนทั่วไปมีโอกาสได้รับรู้ถึงพระอัจฉริยภาพ ความวิริยะอุตสาหะ และความเสียสละที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างสุดซึ้ง  รวมทั้งรู้สึกเหมือนพระองค์ยังไม่ได้ทรงจากพวกเราไปไหน และทำให้ประชาชนชาวไทยทุกคนมีความสุขทุกครั้งที่ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้

คุณลีซองดร์ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ เมื่อครั้งบิดาได้ทำหน้าที่สำคัญในการเป็นครูของทั้งสองพระองค์ และนับเป็นความภาคภูมิใจ เป็นเกียรติประวัติอันสูงส่งที่สุดในชีวิตของบิดาที่ได้มีโอกาสได้ถวายงานสมเด็จพระราชชนนีในการอภิบาลและแนะแนวทางให้แด่องค์กษัตริย์ซึ่งเป็นที่เคารพรักของคนไทยทั่วทั้งแผ่นดิน รวมทั้งทั่วโลกที่ต่างสรรเสริญความมุ่งมั่นและทุ่มเทที่ทรงมีต่อราชอาณาจักรของพระองค์ และนี่คือเรื่องราวบางส่วนเมื่อทั้งสองพระองค์ยังทรงพระเยาว์ ขณะประทับอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ยาวนานถึง 18 ปี

– ราชสกุลมหิดล เลือกเมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่พำนัก เนื่องจากสมเด็จย่ามีความประทับใจในเมืองนี้ เมื่อครั้งหนึ่งเคยเสด็จมาเป็นระยะเวลาสั้นๆ ร่วมกับพระบรมราชชนก รวมทั้งสภาพภูมิอากาศเหมาะสมแก่การอภิบาลพระโอรส และยังเป็นประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยม และนโยบายที่มีความเป็นกลางทางการเมือง

– หนึ่งในภารกิจของคุณครูเกลย์อง นอกจากทำหน้าที่แนะนำเรื่องต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ทำการศึกษาอยู่ ยังช่วยหาที่อยู่ที่เหมาะสมกับยุวกษัตริย์ของไทยด้วย คือ “วิลล่าวัฒนา” บนถนนเชอแม็ง เดอ ชองบลองด์ จากเดิมเมื่อครั้งแรกที่ไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ ราชสกุลมหิดล พำนักอยู่ ณ อพาร์ทเม้นต์หมายเลข 16 บนถนนทิสโซต์

– ครูเกลย์องมีส่วนสำคัญในการแนะนำสถานศึกษาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ โรงเรียนเอกอล นูแวล เดอ ลา ซืออิส โรมองต์ ที่ตนเองเคยศึกษาให้สมเด็จย่าซึ่งมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนมาตั้งแต่ต้นเกี่ยวกับการศึกษาของพระโอรสและพระธิดา โดยในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงเข้าเรียนที่นี่ในช่วงอนุบาลและประถม ทั้งสองพระองค์เลือกเรียนสายศิลป์ ภาษาละตินและภาษาอังกฤษ โดยมีภาษาเยอรมันเป็นภาคบังคับ

– ในระหว่างศึกษาแม้รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ซึ่งขณะนั้นมีฐานะเป็นกษัตริย์และเจ้าชาย แต่ก็ยังทรงเหมือนเด็กทั่วไป ทำให้พระราชชนนีต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด และอยู่เคียงข้างโอรสธิดามาโดยตลอด โดยครูเกลย์อง เล่าถึงพระปรีชาทางด้านการเรียนของทั้งสองพระองค์ และทรงมีความรับผิดชอบสูงแม้ว่าจะยังทรงพระเยาว์ เพราะตระหนักในหน้าที่และภาระอันหนักอึ้งที่จะต้องทรงเผชิญในอนาคต

– นอกจากการเล่าเรียน ครูได้จัดกิจกรรมกีฬาต่างๆ ให้ทั้งสองพระองค์ได้ฝึกฝนด้วย ทั้งจักรยาน เทนนิส ปิงปอง สเก็ตน้ำแข็ง โดยในหลวงอานันท์ทรงเล่นปิงปองเก่งมาก และทรงจักรยานได้เร็ว และเมื่อถึงฤดูหนาวทั้งครอบครัวก็จะพากันไปเที่ยวเล่นสกีบนภูเขา

– กิจกรรมทรงโปรดยามว่างมีหลายอย่าง ทั้งออกกำลังกาย ทำสวน งานช่างยนต์เล็กๆ น้อยๆ และทั้งสองพระองค์ยังโปรดเกมแข่งขันต่างๆ เช่น หมากรุก รถยนต์ของเล่น รถไฟจำลอง เป็นต้น

– ในหลวงภูมิพลทรงโปรดดนตรีมาก จากที่ทรงดนตรีเล่นๆ จากนั้นก็ทรงนิพนธ์ทำนองเอง ทำให้หลายผลงานได้รับความนิยม พระองค์ทรงโปรดดนตรีแจ๊ส และทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด ทั้งเปียโน คลาริเน็ต แซกโซโฟน กลอง ทรัมเป็ต

– ครูเกลย์องและในหลวงทั้งสองพระองค์รักและผูกพันกันมาก จนเมื่อถึงเวลาที่ต้องเสด็จนิวัติกลับประเทศไทยก็ได้ทรงเขียนจดหมายเพื่อติดต่อกับครูส่วนพระองค์มาโดยตลอด ซึ่งขณะนั้นทุกพระองค์ตรัสและเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างดี  จึงได้ทรงเขียนจดหมายและโปสการ์ดด้วยภาษาฝรั่งเศส

– ภายหลังการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 8 อย่างกะทันหัน ทำให้รัชกาลที่ 9 เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อ แต่ด้วยยังมีภารกิจในเรื่องของการศึกษาทำให้ต้องเสด็จกลับมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยโลซานนน์ สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมทั้งตัดสินพระทัยเปลี่ยนแนวทางในการศึกษาจากสาขาวิทยาศาสตร์ที่ทรงชื่นชอบเป็นอันดับแรก มาทรงศึกษาต่อทางด้านนิติศาสตร์ เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชภารกิจในการดูแลปกครองประเทศ

– ระหว่างประทับที่สวิตเซอร์แลนด์ ครอบครัวมหิดลทรงเลี้ยงแมวไทยหนึ่งตัวชื่อ ติโต แต่ภายหลังการสวรรคตของรัชกาลที่ 8 ทำให้มีความเข้มงวดในการถวายความปลอดภัย ในหลวงโปรดฯ ให้หาสุนัขพันธุ์บ็อกเซอร์ 2 ตัว มาเลี้ยงเพื่อระวังภัย ทำให้ติโตต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านครูเกลย์องในช่วงแรก ก่อนจะย้ายไปอยู่กับครอบครัวสหายสนิทของเจ้านายที่มีสวนกว้างขวาง และทำให้ในหลวงที่เคยโปรดปรานแมวมากที่สุด แต่เมื่อผูกพันใกล้ชิดกับสุนัขมากขึ้น ทำให้ต่อมาชื่นชอบที่จะทรงเลี้ยงสุนัขมากกว่า

เรื่องราวบางส่วนในระหว่างที่ยังทรงพระเยาว์ โดยเฉพาะระหว่างที่ประทับอยู่ ณ สวิตเซอร์แลนด์ถึง 18 ปี ถือเป็นหนึ่งส่วนสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์ไทย เพราะสถานที่ที่พระองค์ท่านได้มาเจริญวัย มาศึกษาเล่าเรียนแห่งนี้ ทำให้พระองค์ท่านทรงมีพระปรีชาสามารถในการพัฒนาประเทศ และนำความเจริญ ความอยู่ดี กินดี มาสู่พสกนิกรคนไทยผ่านโครงการในพระราชดำริมากกว่า 4 พันโครงการทั่วประเทศ รวมทั้งทรงทุ่มเทพระวรกายมากว่า 70 ปี แห่งการครองราชย์ตลอดรัชสมัยของพระองค์ท่าน และทำให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขมาจนตราบถึงทุกวันนี้