เมกาโฮม รุกตลาดบ้าน-ร้านค้าสำเร็จรูป ชูจุดเด่นสะดวก พร้อมใช้งาน ราคาเริ่มต้น 1.5 แสนบาท

ทุกวันนี้ใครๆ ก็อยากมีกิจการของตัวเอง ทำให้หลายคนเลือกที่จะลาออกจากงานประจำ หรือใครที่เกษียณแล้ว ก็แบ่งเงินเก็บส่วนหนึ่ง มาสร้างกิจการของตัวเอง หนึ่งในธุรกิจยอดนิยมของคนไทย เปิดร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านก๋วยเตี๋ยว หรือร้านอาหารประเภทต่างๆ ซึ่งโจทย์หินด่านแรกที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องเจอคือ การสร้างร้าน ที่กว่าจะสร้างและตกแต่งเสร็จ เจอปัญหามากมาย ทั้งงบบานปลาย ผู้รับเหมาหนีงาน วัสดุไม่ตรงตามที่ต้องการ งานเสร็จไม่ทันตามกำหนด ฯลฯ

“เมกาโฮม” (Mega Home) ศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและของใช้ในบ้านครบวงจรในเครือโฮม โปร มองเห็นช่องว่างธุรกิจ และ Pain Point ของคนที่กำลังจะเริ่มก่อร่างสร้างธุรกิจต้องเจอ จึงได้ร่วมกับ “The Cube” บริษัทออกแบบและสร้างบ้านสำเร็จรูป เปิดตัวบริการใหม่ “The Cube by Mega Home” ขายร้านค้า-บ้านสำเร็จรูปที่ออกแบบในทรงกล่องสี่เหลี่ยม เริ่มต้นขนาด กว้าง 3 x ยาว 3 x สูง 2.4 เมตร และสามารถต่อขยายให้มีขนาดตามต้องการได้ โดยระยะเวลาสร้าง 30 วัน ทำมาจากโรงงาน แล้วยกมาติดตั้งที่สถานที่ ระยะเวลาติดตั้ง 1 – 3 วัน ปัจจุบันมี 5 โมเดล ได้แก่

Mini Cube ราคา 150,000 บาท โครงสร้างขนาด กว้าง 3 x ยาว 3 x สูง 2.4 เมตร
Double Cube ราคา 275,000 บาท โครงสร้างขนาด กว้าง 3 x ยาว 6 x สูง 2.4 เมตร
Combine Cube ราคา 435,000 บาท โครงสร้างขนาด กว้าง 3 x ยาว 6 x สูง 2.4 เมตร และ 3 x ยาว 6 x สูง 2.4 เมตร เชื่อมต่อกัน
Double Sky ราคา 365,000 บาท โครงสร้างขนาด กว้าง 3 x ยาว 6 x สูง 2.4 เมตร โมเดลนี้มีบันไดและชั้นดาดฟ้า
Combine Sky ราคา 585,000 บาท โครงสร้างขนาด กว้าง 3 x ยาว 6 x สูง 2.4 เมตร และ 3 x ยาว 6 x สูง 2.4 เมตร เชื่อมต่อกัน โมเดลนี้มีบันไดและชั้นดาดฟ้า

“ปัจจุบันคนไม่อยากทำงานประจำ ไม่อยากเป็นลูกค้า บางคนหันไปทำธุรกิจออนไลน์ บางคนเปิดร้านของตัวเอง ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าคนที่อยากออกจากงานประจำเร็ว และคนวัยเกษียณ มีเงินเก็บโดยเฉลี่ย 1 ล้านบาท คนกลุ่มนี้อยากลงทุนทำธุรกิจของตนเอง โดยเขาพร้อมลงทุน 30% ของเงินออมที่มี หรือประมาณ 300,000 บาทมาทำธุรกิจ เปิดเป็นร้านเล็กๆ เช่น ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ซึ่งที่ผ่านมาการเปิดร้านลักษณะนี้ จะต้องใช้เงินเป็นล้านในการสร้างหน้าร้าน

เราเห็น Demand ดังกล่าว จึงร่วมกับ The Cube พัฒนาร้านค้าสำเร็จรูป ราคาเริ่มต้น 1.5 แสนบาท ถึงกว่า 5 แสนบาท มาพร้อมกับผนัง กระจก ประตูบ้านเลื่อน ระบบไฟ และติดตั้งโคมไฟ ทำให้ยังมีเงินทุนเหลือไปซื้อของตกแต่งร้าน และอุปกรณ์อื่นๆ ในการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือโซฟา เครื่องชงกาแฟ” คุณสุพรศรี นาคธนสุกาญจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารกลุ่มสินค้า บริษัท เมกา โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด เล่าถึง Demand ในตลาด

แม้วัตถุประสงค์เริ่มแรกของการทำ “The Cube by Mega Home” เพื่อเจาะกลุ่มผู้ประกอบการ แต่หลังจากเปิดตัวไม่นาน พบว่านอกจาก Demand กลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อไปทำร้านค้าแล้ว ยังมีลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่อไปทำเป็นรีสอร์ท ขยายบ้าน ตั้งในบริเวณเดียวกับบ้านหลังใหญ่ ทำออฟฟิศ ส่งผลให้ขณะนี้ยอดสั่งจองมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ตอนแรก โดยเฉลี่ย 7 – 8 หลังต่อสาขา จากเดิมที่ตั้งเป้ายอดสั่งจอง 1 หลังต่อสาขา จากผลตอบรับดังกล่าว คาดว่าใน 1 ปีจะมียอดสั่งจองทุกสาขารวมกันไม่ต่ำกว่า 100 หลัง

“ในญี่ปุ่น ตลาดบ้านสำเร็จรูปแบบ Modular ได้รับความนิยม จึงพัฒนาไปไกล ออกแบบให้สามารถต้านแผ่นดินไหว ขณะที่คนไทยยังไม่คุ้นชินกับบ้านสำเร็จรูปแบบ Modular ซึ่งเราต้องสร้างความรู้ความเข้าใจว่าบ้านแบบนี้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และแข็งแรง ขณะเดียวกันยุคนี้ คนต้องการความรวดเร็ว ความสะดวก จึงมีแนวโน้มที่บ้านสำเร็จรูปลักษณะนี้จะขยายตัวมากขึ้นในไทย เพราะใช้เงินลงทุนไม่สูง และสามารถเอาไปประยุกต์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะซื้อด้วยวัตถุประสงค์ทำร้านค้า ซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือทำรีสอร์ท ทำออฟฟิศก็ตาม”

ชูความได้เปรียบ “Total Solution”

ที่สำคัญ ทำให้ “เมกาโฮม” นำเสนอสินค้าและบริการในรูปแบบ Total Solution เพราะบ้าน-ร้านค้าสำเร็จรูปดังกล่าว ลูกค้าสามารถ Tailor-made วัสดุและการตกแต่งได้ตามความต้องการ ซึ่งสินค้าที่จำหน่ายในเมกา โฮม มีครบทั้งวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม ของตกแต่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ภายในบ้าน ซึ่งการทำตลาดจะต่อยอไปสู่การขายแบบ Bundle หรือทำโปรโมชั่น อย่างขณะนี้ทำโปรโมชั่นแถมเครื่องปรับอากาศ ติดตั้งให้เสร็จสรรพ ตอกย้ำถึงจุดแข็งแบรนด์เมกา โฮม ในเรื่องความครบวงจรสินค้าและบริการเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง สินค้าบ้าน และของใช้ในบ้าน

“เมกาโฮมวางตำแหน่งเป็น Home Center เจาะทั้งผู้รับเหมา และเจ้าของบ้าน พร้อมทั้งปักธงจุดขาย “ประหยัดเวลา ลดต้นทุน และงานเสร็จไว” เพราะฉะนั้นอะไรที่เข้าข่าย 3 จุดขายนี้ เราทำหมด อย่างบ้านสำเร็จรูป ตอบโจทย์ประหยัดเวลา จากเดิมใช้เวลา 2 – 3 เดือนสร้างเสร็จ รวมทั้งช่วยลดต้นทุนเจ้าของ และงานเสร็จไว ยิ่งลูกค้าคนไหนมีแบบชัดเจน ส่งให้ตั้งแต่ตอนคุยกัน เช่น อยากได้เคานเตอร์บาร์ติดตั้งตรงไหน ติดไฟเพิ่มส่วนไหน จะทำให้งานเสร็จเร็ว

การนำเสนอบริการ “The Cube by Mega Home” ถือเป็นนวัตกรรมที่เราพัฒนาขึ้น เพื่อ Value Added ให้กับร้านเมกา โฮม และลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันของค้าปลีกกลุ่มนี้ รุนแรงทุกไตรมาส เพราะทุกวันนี้โลกแคบลง พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงเร็ว มีทางเลือกมากขึ้น สินค้าบางรายการสามารถซื้อได้จากออนไลน์ เพราะฉะนั้นการพัฒนาสินค้า-บริการต้องเร็วขึ้น และมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ Value Added ให้กับลูกค้า ทำให้การมาสาขา ลูกค้าจะได้รับความสะดวก ได้สินค้าราคาดี ประหยัดเวลา ลดต้นทุน และช่วยให้ลูกค้างานเสร็จเร็วขึ้น”

ลุยเปิดสาขา

นอกจากนำเสนอ Value Added สินค้าและบริการใหม่ๆ แล้ว อีกกลยุทธ์หนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การขยายสาขา หัวใจสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุม ปัจจุบันโมเดลสาขาของเมกา โฮม มี 3 รูปแบบคือ

1. การเปิดสาขาบริเวณปริมณฑล
2. การเปิดสาขาบริเวณชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. การเปิดสาขาบริเวณนิคมอุตสาหกรรม

สาขาของเมกาโฮม ต้องไม่ทับซ้อนกับโฮมโปร โดยมีขนาดพื้นที่ ประมาณ 15,000 – 20,000 ตารางเมตรต่อสาขา และตั้งเป้าเปิดครบ 20 สาขาภายใน 5 ปี

ล่าสุดเปิดสาขาที่ 12 ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพของเชียงราย เป็นจังหวัดที่เติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน การเลือกโลเกชั่นที่นี่ เพื่อรองรับความต้องการของช่าง ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ ผู้ที่กำลังปลูกบ้าน หรือซ่อมแซมบ้าน รวมถึงลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ข้ามเข้ามาซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้าง นำไปสร้าง-ซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนของตนเอง