HP เปิดตัว ‘PageWide A3’ พิมพ์สีประหยัด คมชัดทุกแผ่น ป้องกันแฮกเกอร์

    0

    หนึ่งในหน้าที่ของมนุษย์ออฟฟิศทั้งหลาย ที่อยู่นอกเหนือจากภาระงานตาม Job Description  คือพยายามช่วยบริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ  ให้มากที่สุด  ทั้งคอยปิดน้ำ ปิดไฟ ปิดคอมพิวเตอร์ ในเวลาพักหรือเวลาเลิกงาน  ลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ  พยายามใช้กระดาษให้ครบทั้ง 2 หน้า เข้าตำราลดได้ลด  รีไซเคิลได้ก็อย่ารอช้า รวมทั้งพิมพ์งานเท่าที่จำเป็น  โดยเฉพาะการพิมพ์สี  ถ้าใครเผลอพิมพ์สีมาโดยไม่มีความจำเป็น จะให้ความรู้สึกเหมือนไปทำอะไรผิดมหันต์มาก็ไม่ปาน

     แม้บางครั้งจะเป็นการพิมพ์เอกสารสำคัญก็ตาม แต่ถ้าไม่ใช่งานที่ต้องพรีเซ็นต์ให้ลูกค้า หรือใช้แค่สื่อสาร ประชุมกันเป็นการภายใน ก็จะเห็นความพยายามในการหลีกเลี่ยงการพิมพ์สีอยู่บ่อยครั้ง  ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในปัญหาคลาสสิกที่หลายๆ องค์กรต้องเคยประสบพบเจอมาก่อน

    สาเหตุสำคัญของปรากฏการณ์ที่เกิดอย่างแพร่หลายในหลายออฟฟิศเหล่านี้  ก็มาจากต้นทุนในการพิมพ์สีที่ค่อนข้างแพง ดังนั้น หากไม่ใช่งานที่ต้องเน้นความสวยงาม หรือต้องรักษาภาพลักษณ์บริษัทมากนัก ก็จะมีความพยายามในการลดคุณภาพการพิมพ์ลง หรือเลี่ยงที่จะใช้การพิมพ์สี เพื่อต้องการให้สามารถประหยัดต้นทุนให้มากที่สุดนั่นเอง

    Insight เหล่านี้ เป็นสิ่งที่หลายๆ คนรับรู้ แต่มองข้าม อาจจะเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือยังไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นสักเท่าไหร่นัก  แต่บางครั้งผลพวงของการประหยัดมากเกินไป ก็สร้างปัญหาให้กับหลายๆ คนมาแล้ว เพราะต้องเผชิญกับความไม่ชัดเจนของเอกสารต่างๆ  การแยกหมวดหมู่  แบ่งกลุ่มแบ่งประเภทของข้อมูลต่างๆ   ทำให้บางครั้งมีการตีความสับสนหรือเกิดข้อผิดพลาด  ซึ่งบางครั้งอาจจะร้ายแรงไปถึงส่งผลกระทบต่อการวางแผน ประเมินผล หรือคาดการณ์แนวโน้มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจได้

    พิมพ์สีได้อย่างคมชัด แม้ในโหมด General Office พร้อมคุณสมบัติกันน้ำหรือความชื้นได้  เหมาะกับการพิมพ์เอกสารสำคัญที่ต้องระมัดระวังในการเก็บรักษา

    จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถพิมพ์สีได้บ่อยๆ โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิด  หรือไม่ต้องคำนวณต้นทุนต่างๆ อยู่ตลอดเวลา  จากการพัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาทำให้สามารถพิมพ์สีได้ โดยที่ต้นทุนไม่ต่างจากการพิมพ์ขาวดำทั่วไปมากนัก

    จะว่าไปก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้  เพราะวันนี้  HP ได้พัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ที่เรียกว่า PageWide  ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ HP เท่านั้น  โดยรวบรวมข้อดีในเรื่องของความประหยัดแบบเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท  แต่ให้คุณภาพการพิมพ์ที่ดีและพิมพ์ได้อย่างรวดเร็วกว่าระบบเลเซอร์เพราะมีขนาดหัวพิมพ์กว้างเท่ากับหน้ากระดาษ รวมทั้งยังเป็นระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเทคโนโลยี PageWide ช่วยปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในการพิมพ์ และยังช่วยประหยัดพลังงานได้ดีมากกว่าระบบเลเซอร์อีกด้วย

    เทคโนโลยี PageWide  เริ่มแนะนำตัวสู่ตลาด สำหรับการพิมพ์ขนาด A4 เมื่อ 4 ปีก่อน เพื่อสร้างการรับรู้ถึงจุดเด่นและความแตกต่างจากเครื่องพิมพ์ที่มีอยู่ในตลาดทั่วไป ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจาก User โดยเฉพาะองค์กรต่างๆ อย่างมาก  จนมาถึงช่วงกลางปีที่ผ่านมา  HP  ได้แนะนำเครื่องสำหรับการพิมพ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น  ในกลุ่มเครื่องพิมพ์  A3 เพื่อความคุ้มค่าในการที่ใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งระบบสั่งงาน เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานที่รองรับ Smart Device ต่างๆ  ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น

    HP PageWide  A3 มาพร้อมเทคโนโลยีเฉพาะจาก HP ช่วยให้องค์กรประหยัดต้นทุน แต่เพิ่มประสิทธิภาพทำงาน รองรับการพิมพ์ทั้งขนาด A3  และ A4 รวมทั้งความล้ำหน้าด้วยระบบ Security ป้องกันภัยคุมคามทางไซเบอร์

    สำหรับกลุ่ม A3 ที่ใช้เทคโนโลยี PageWide นั้น HP ทำการเปิดตัวขึ้นมารวม 4 SKUs เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละองค์กรที่จะมีความแตกต่างกันไป  ประกอบด้วย เครื่อง Single Function ที่เป็นเฉพาะเครื่องพิมพ์อย่างเดียว 1 รุ่น คือ P75050  และเครื่อง Multi Function ที่เป็นทั้งเครื่องพิมพ์  ถ่ายเอกสาร สแกน แฟกซ์ รวม 3 รุ่น ได้แก่ P77740, P77750 และ P77760  สำหรับรองรับการพิมพ์ที่ 40  แผ่น/นาที  50 แผ่น/นาที และ  60 แผ่น/นาที ตามลำดับ ซึ่งแต่ละรุ่นสามารถเพิ่ม Speed ในการพิมพ์ให้สูงสุดได้เพิ่มมากขึ้นอีกถึง 20 แผ่น/นาที  หรือจำนวนสูงสุดที่ประมาณ  50,000 แผ่นต่อเดือน เลยทีเดียว

    แม้จะเป็นเครื่องสำหรับงานพิมพ์ A3  แต่ออฟฟิศที่ต้องการหาเครื่องพิมพ์ใหม่เพื่อทดแทนเครื่องเดิมก็สามารถใช้เครื่องรุ่นนี้ได้เช่นกัน  เพราะสามารถพิมพ์ได้ทั้งขนาด A3 และ A4 พร้อมความสะดวกในการรองรับระบบทำงานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานผ่านคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก รวมทั้งมีช่องเสียบ USB  ที่สามารถสั่งพิมพ์ได้โดยตรงที่ตัวเครื่อง ด้วยระบบ Feature Smart4 หรือการสั่งงานพิมพ์ผ่านระบบคลาวด์  โดยจะมีการพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ให้รองรับการทำงานในยุค Mobility อย่างแท้จริง

    ช่องเสียบ USB และระบบทำงานแบบ NFC เหมาะกับการทำงานในยุค Mobility  เพื่อรองรับการทำงานในโหมด Wireless  ได้  

    ยังมีอีกหนึ่งปัญหาที่หลายองค์กรคาดไม่ถึง หรือบางองค์กรยังไม่สามารถหาวิธีป้องกันได้ คือ การเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง  โดยเฉพาะการถูกแฮ็กข้อมูลผ่านเครื่องพีซีหรือเครื่องพิมพ์เอกสารที่เป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมต่อ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูลในองค์กรได้  แต่ในเครื่องรุ่น  A3 จาก HP มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงที่จำเป็นต่อการรับมือกับภัยคุกคาม  ด้วยการบรรจุโปรแกรม Splunk  Enterprise ที่คอย Monitor และจะกระตุ้นให้เครื่องรีบูทอัตโนมัติ รวมทั้งส่งการแจ้งเตือนไปให้ฝ่ายไอทีขององค์กรรับทราบหากพบความสงสัยที่จะเกิดการโจมตีผ่านทางเครือข่ายเครื่องพิมพ์ของ HP จึงถือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูงอย่างมาก

    นอกจากตัวเครื่องที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่มีความแตกต่าง ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สอดคล้องกับการทำงานในยุคปัจจุบัน และคำนึงถึงความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลขององค์กรแล้ว  ดีไซน์ตัวเครื่องเองก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ HP ให้ความสำคัญ  เพราะเน้นใส่ใจรายละเอียดต่างๆ  เพื่อความสวยงาม และดูหรูหราน่าใช้  จึงไม่ต่างจากการเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกหนึ่งชิ้นที่สามารถใช้ตกแต่งออฟฟิศได้เช่นเดียวกัน

    สั่งงานผ่านหน้าจอ Feature Smart4  เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมความสามารถในการพิมพ์งานด้วยสปีดสูงสุดถึง 80 แผ่น/ นาที หรือประมาณ  50,000 แผ่นต่อเดือน ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าเดิม

    อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เครื่องพิมพ์ HP ได้รับการตอบรับจากองค์กรชั้นนำระดับประเทศหลายแห่ง มาจากการให้บริการหลังการขายที่ดี  ด้วยการรับประกันแบบ On Site ที่จะมีช่างเข้าไปดูแลเครื่องเมื่อมีปัญหาภายในวันรุ่งขึ้นหลังจากทำการแจ้งเข้ามา โดยจะใช้การเปลี่ยนอะไหล่แบบยกแผง ไม่ใช่การเปลี่ยนทีละชิ้น เพื่อให้เครื่องมีประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานอยู่เสมอ

    ด้วยเทคโนโลยี PageWide ลิขสิทธิ์เฉพาะจาก HP  อุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่องจึงไม่ซับซ้อน ดูแลรักษาและใช้งานง่าย  

    HP PageWide A3  จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ Smart Office หรือแม้แต่ User ที่ต้องการเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงในการพิมพ์งาน และสามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องความประหยัดต้นทุน  เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะความแม่นยำและถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ประกอบมีความปลอดภัยสูงจากภัยคุกคามต่างๆ ที่มาพร้อมกับการพัฒนาไปสู่ยุคดิจิตอล  รวมทั้งยังสามารถดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันได้ด้วย

    นับเป็นตัวช่วยที่เข้ามาได้ทันเวลาพอดี และยังมีคุณสมบัติครบถ้วน ในการเยียวยาความรู้สึกผิดต่อองค์กรของพนักงานออฟฟิศทั้งหลายได้บ้าง ทำให้จากนี้ไปหลายคนคงจะปริ้นท์เอกสารสีได้อย่างสบายใจมากขึ้นกว่าเดิม