ซัดให้ตาย ศึกสาหร่ายพรีเซนเตอร์เกาหลี ‘เถ้าแก่น้อย GOT7 VS ‘มาชิตะ NCT’

ระเบิดศึกสาหร่ายเต็มรูปแบบ ระหว่าง “เบอร์ 1” และ “เบอร์สอง” กลายเป็นศึก “ช้าง” ชน “ช้าง” ชิงความเป็น “เจ้าตลาด” สำหรับแบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” และ “มาชิตะ” ที่ต่างก็มีความเก๋าเกมงัดกลยุทธ์เด็ดมาแลกหมัดกันจังๆ!

เกมการตลาดสาหร่ายมีเรื่องราวให้สนุกกันตั้งแต่ต้นปี เมื่อสองแบรนด์ใหญ่ต้องฟาดกันเลือดสาดด้วยกลยุทธ์“พรีเซ็นเตอร์บอยแบนด์เกาหลี”  แถมแถลงข่าว “ชิงตัดหน้ากัน” สร้างกระแส เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับ และชิงจังหวะความได้เปรียบก่อนซะเลย สำหรับแบรนด์เบอร์ 1 อย่างเถ้าแก่น้อย ซึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยการยึดลานพาร์คพารากอนเอาใจสาวกหรือติ่งเกาหลี เพื่อเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ GOT7”

“อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสาหร่ายปรุงรสเถ้าแก่น้อยบอกว่า ได้ทุ่มงบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อเปิดตัวหนุ่มๆ GOT7 ปลุกเหล่าอากาเซให้คึกคักและย้ำภาพผู้นำตลาดสาหร่ายขวัญใจวัยรุ่น

การเลือก GOT7 มาเป็นพรีเซนเตอร์ เนื่องจากคาแรคเตอร์ของศิลปินสอดคล้องกับแบรนด์เถ้าแก่น้อย คือมีทั้งความสดใส  มีเสน่ห์ ขี้เล่น และศิลปินยังเป็นตัวอย่างของเด็กรุ่นใหม่ที่สามารถสานฝันจนกลายเป็นกลุ่มศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศและครองใจวัยรุ่น “ทั่วเอเชีย” ด้วย

นอกจากนี้ กระแส K Pop เป็นที่นิยมอย่างมากในเมืองไทยจะช่วยขยายตลาดให้กับแบรนด์เท่าแก่น้อยจับกลุ่มเป้าหมายได้ทั่วไทยด้วย และยิ่งไปกว่าการสร้างแบรนด์ในไทย แต่จะช่วยให้เถ้าแก่น้อยปูพรมเจาะตลาดต่างประเทศ เพื่อไต่บันไดสู่การเป็น “แบรนด์ระดับโลก”(Global brand)ต่อไปในอนาคตด้วย

สำหรับ GOT7 มีสมาชิก 7 หนุ่ม ประกอบด้วย แจบอม มาร์ค แจ็คสัน  จินยอง  ยองแจ   แบมแบม  ยูคยอม

“เถ้าแก่น้อยถือเป็นแบรนด์ที่ครองใจกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นมายาวนานจนปัจจุบัน เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดขนมขบเคี้ยวหรือสแน็คประเภทสาหร่ายจึงทุ่มงบและประเดิมแคมเปญใหญ่เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ GOT7 ศิลปินดังจากประเภทเกาหลี ขวัญใจวัยรุ่นชาวเอเชียและคนไทย”

เมื่อได้พรีเซ็นเตอร์สุดฮอตมาแล้ว การทำตลาดก็ต้องครบวงจร 360 องศา บุกทุกช่องทางสื่อออฟไลน์ และออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ (TVC) และสื่ออื่นๆ รวมถึงกิจกรรมบนโลกโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ค  อินสตราแกรม  ทวิสเตอร์ ฯลฯ ตลอดจนการสนับสนุนคอนเสิร์ตในรูปแบบใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย แต่รายละเอียดนั้น ต้องอุบไว้ไม่ให้ “คู่แข่ง” รู้เท่าทันเกม

นอกกลยุทธ์ดนตรีหรือMusic Marketing ที่เถ้าแก่น้อยงัดมาเล่น ที่ผ่านมา ยังพาแบรนด์ไปทำการตลาดกีฬาหรือ Sport Marketing ด้วยการสนับสนันทีมช้างศึกด้วย

จัดเต็มขนาดนี้ แบรนด์รอง ยอมได้ที่ไหน??

——-

“มาชิตะ” ลุย! ย้ำตัวพ่อกลยุทธ์การใช้พรีเซ็นเตอร์เกาหลีทำตลาดเป็น “รายแรก”

ระหว่าง GOT7 และ NCT ใครดังกว่ากัน?

“วัดความดังอาจจะยากสักนิดหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่ากระแสอาจจะน้อยกว่า GOT เพราะ NCT เพิ่งเดบิวท์ได้เพียง 1 ปีเท่านั้น แต่เอส.เอ็ม.เอ็นเตอร์เทนเมนท์มีแผนจะปั้น NCT ให้ดังทั่วเอเชียและระดับโลก” ประโยคที่ ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล” ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด บอก

ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดฯ

 

ย้อนไป 5 ปีที่ผ่านมา “มาชิตะ” เป็นเจ้าแรกที่นำพรีเซ็นเตอร์เกาหลีมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการทำตลาดสาหร่าย ผ่านหนุ่ม “คยูฮยอน” แห่งวงซูเปอร์จูเนียร์ โดยใช้เงินปีละ 50 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับศิลปินเกาหลีรายนี้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เห็นได้จากการเติบโตของยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นเป็น 2-3% ทุกๆปี และภายใน 2 ปีแรก มาชิตะก็สามารถพาแบรนด์น้องใหม่ใหม่ให้ขึ้นไปเป็นเบอร์ 2 ในตลาดได้

เมื่อหนุ่มคยูฮยอน ต้องไปรับใช้ชาติ จึงกลายเป็นที่มาให้มาชิตะต้องเฟ้นหาพรีเซ็นเตอร์เกาหลีใหม่ และหวยไปออกที่NCT” นั่นเอง

เขาบอกว่า NCT เป็นบอยแบนด์ที่มีศิลปินทั้งสิ้น 30 ชีวิต แต่การเลือก 5 หนุ่ม เตนล์ สมาชิกคนไทยคนแรกของค่าย แทยง แจฮยอน โดยองและมาร์ค เพราะวัดจากเรตติ้งความนิยมจากบรรดาสาวกชาวไทยว่า “ชื่นชอบ” ใครเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ การเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์เกาหลี มองว่าเป็นกลยุทธ์ที่มาช่วยเสริมสร้าง “ภาพลักษณ์แบรนด์” ให้กับมาชิตะ รวมถึงตอกย้ำกับความเป็นสาหร่ายเกาหลี มีโรงงาน เทคนิค กรรมวิธีการผลิตแบบเกาหลีด้วย ที่สำคัญ “ยอมรับว่ามาชิตะเป็นเบอร์ 2 แต่เป็นกลยุทธ์ที่เราใช้มาตั้งแต่ต้น สร้างการเติบโตต่อเนื่อง เวิร์คหรือไม่เวิร์ค ก็น่าจะวัดได้จากการที่เบอร์ 1 หันมาทำตามเบอร์ 2 ก็ตอบได้แล้วว่าเวิร์คหรือไม่ และเราจะย้ำจุดยืนและยึดกลยุทธ์นี้ไว้ด้วย”

ปี 2559 ตลาดสาหร่ายในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท เติบโต 4-5% และแนวโน้มปีนี้คาดว่าจะเติบโต 5-8% หรือมีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยเถ้าแก่น้อยมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% มาชิตะ 17% และซีลิโกะ 3% ที่เหลือเป็นแบรนด์อื่นๆ

 “เรารู้ว่าเรามาทีหลัง หากจะชูจุดขายแค่ความอร่อยอาจจะสู้ยาก จึงต้องสร้างการตลาดให้คนรับรู้แบรนด์มากขึ้นเพื่อแข่งขัน ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคที่นึกถึงซีรี่ส์ หรือศิลปินเกาหลีก็จะนึกถึงมาชิตะเป็นแบรนด์แรก”

ในปีนี้ มาชิตะยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดออนไลน์มากขึ้นสัดส่วน30-40% จาก 3-4 ปีที่ผ่านมาใช้เพียง 10-20%  เท่านั้น การสร้างคอนเทนต์ก็จะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละช่องทางบนโลกออนไลน์ โซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย

จากกลยุทธ์ดังกล่าว มาชิตะคาดว่าจะเกณฑ์ส่วนแบ่งทางการตลาดในปีนี้เพิ่มเป็น 20% และภายใน 3 ปี จะเพิ่มเป็น 30%

“การเป็นที่ 1 ในตลาดสาหร่าย ระยะเวลา 2-3 ปี เราก็มองว่ายากมาก แต่เราก็จะพยายามลดช่องว่างของส่วนแบ่งการตลาดให้น้อยลงเรื่อยๆ”

ก่อนการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ NCT ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 มาชิตะได้สร้างกระแสและเรียกเสียงกรี๊ดเสียงฮือฮาจากสาวก K-pop มาระยะหนึ่งแล้ว ด้วยการเชิญชวนให้ร่วมทายชื่อศิลปนว่าใครจะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ เรียกน้ำย่อยแต่กลับได้ผลตอบรับก็ล้นหลาม มีแฟนๆเข้ามาร่วมกิจกรรมนับหมื่นราย และมาชิตะยังสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ ให้มีแฟนๆพูดถึง ติดแฮชแท็ก(#) ติดท็อป 3 และเมื่อคืนนี้ ก่อนกิจกรรมจะเริ่ม แฮชแท็กก็ขึ้นมาเป็นอันดับ 1

ฟัง 2 กลยุทธ์ผู้บริหารจากค่ายสาหร่ายเพียงแค่นี้ ก็แซ่บซี้ด มันส์หยดติ๋งกับ “หมัดเด็ด” การตลาด ส่วน “มาชิตะ” จะแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก “เถ้าแก่น้อย” ได้หรือไม่ ต้องติดตาม เพราะในฐานะ “เบอร์ 1” ย่อมไม่ยอมให้แบรนด์รองมา “ลูบคม” แน่นอน

แฟน BrandBuffet คิดเห็นอย่างไร และไม้เด็ดเหล่านี้ จะสร้างยอดขาย ชิงส่วนแบ่งได้หรือเปล่า ถ้าคิดว่า กลยุทธ์การตลาดแบบใด จะโดนใจวัยรุ่น และสาวกสแน็คสาหร่ายบ้างมาแชร์กัน

 

เรื่อง : นายบุญจันทร์