เผยเทรนด์ “Workplace Strategy” มุ่ง “ความสุขพนักงาน” เคล็ดลับความสำเร็จองค์กรยุคใหม่

ปัจจุบันทรัพยากรบุคคลนับเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ส่งผลให้หลายองค์กรให้ความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภายในองค์กรให้สูงขึ้น รวมถึงแสวงหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงาน

หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้หลายๆ องค์กรประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว นั่นคือ การบริหารทรัพยากรบุคคล ควบคู่กับการจัดรูปแบบสถานที่ทำงาน (Workplace) ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะของงาน อ้างอิงจากผลการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มคนวัยทำงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดย Manpower Group พบว่า

“กว่า 48% ตระหนักว่าการจัดรูปแบบและสิ่งอำนวยความสะดวกในที่ทำงานให้มีความเหมาะสมกับลักษณะของงาน และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ มีผลต่อศักยภาพในการทำงานและคุณภาพของผลงานที่เพิ่มสูงขึ้น”

บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการเกษร ทาวเวอร์ อาคารและสำนักงานในประเทศไทย เล็งเห็นความสำคัญของการเพิ่มศักยภาพการทำงานผ่านการจัดรูปแบบสถานที่ทำงาน จึงได้ร่วมกันพัฒนาแนวคิดในการจัดสถานที่ทำงานรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Workplace Strategy” โดยร่วมมือกับ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด เชิญวิทยากร มิสเตอร์ กัวราฟ ชารายา ผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาและบริการธุรกรรม (Director – Advisory & Transaction Services) บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศสิงคโปร์) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสถานที่ทำงานแบบ “Workplace Strategy” ร่วมให้อัพเดทเทรนด์และข้อมูลภายใต้แนวคิดการจัดรูปแบบสถานที่ทำงานแบบ “Workplace Strategy”

มิสเตอร์ กัวราฟ ชารายา กล่าวว่า “Workplace Strategy” เป็นเครื่องมือสำคัญขององค์กรยุคใหม่ ในการช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงาน (Productivity) และลดค่าใช้จ่าย (Save cost) ภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกที่คำนึงถึงความต้องการของพนักงานเป็นสำคัญ อาทิ การจัดสรรพื้นที่และสภาพแวดล้อมซึ่งเหมาะสมกับการทำงานแบบมีส่วนร่วม (Collaboration) การสร้างบรรยากาศการทำงานที่ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ (Inspiration) ที่สำคัญต้องจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการทำงาน และการใช้ชีวิตของพนักงาน กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล

เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดค่าใช้จ่าย

workplace-categories

การจัดสถานที่ทำงานที่เหมาะสมกับรูปแบบของการทำงานนั้น นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้วยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ขององค์กรได้อีกด้วย โดยแนวคิดการจัดสรรพื้นที่การทำงานแบบ “Workplace Strategy” สามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

Traditional Solution นับเป็นการจัดรูปแบบสถานที่ทำงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งมีการกำหนดที่นั่งของแต่ละบุคคลอย่างชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานที่ต้องการสมาธิ และความเป็นส่วนตัวสูง อาทิ งานระดับบริหาร และงานธุรการ ซึ่งการจัดสถานที่ทำงานประเภทนี้ ใช้พื้นที่ในการทำงานค่อนข้างมาก จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด

resize-traditional-solution

Hot Desk หรือการสับเปลี่ยนที่นั่งกันไปเรื่อยๆ ไม่มีการกำหนดที่นั่งประจำอย่างชัดเจน เหมาะสำหรับการทำงานที่ใช้ความคิด สร้างสรรค์ (creativity) โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์การทำงานที่มากนัก อาจมีเพียงแค่ Laptop และ Smart Phone เท่านั้น ซึ่งการจัดรูปแบบสถานที่ทำงานประเภทนี้ช่วยประหยัดพื้นที่ในการทำงาน และยังช่วยลดค่าใช้จ่าย กว่าแบบ Traditional Solution ได้ถึง 20%

resize-hotdesk

Collaborative Workspace คือการจัดสรรพื้นที่ และสภาพแวดล้อมซึ่งเหมาะสมกับการทำงานเป็นทีมแบบมีส่วนร่วม (Collaboration) ถือเป็นการจัดรูปแบบพื้นที่การทำงานในบรรยากาศที่สบายๆ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงาน (Productivity) สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าแบบ Traditional Solution ได้มากกว่า 10%

resize-collaborative-workspace

Activity-Based Workplace คือการจัดสรรพื้นที่และสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับกิจกรรมในการทำงานประเภทต่างๆ โดยจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อรองรับกิจกรรมเหล่านั้นโดยเฉพาะ อาทิ โต๊ะสำหรับนั่งทำงาน Phone Boot สำหรับการโทรศัพท์ หรือพื้นที่เปิดสำหรับการทำงานแบบ Collaboration รวมถึงห้องประชุมหลากหลายขนาดตามความเหมาะสมในการใช้งาน ซึ่งการจัดพื้นที่ในรูปแบบนี้ เป็นวิธีที่สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า และประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการจัดสรรพื้นที่แบบ Traditional Solution ถึง 30%

resize-activity-based-workplace

เพิ่มความสุขในการทำงานด้วยการเน้นคนเป็นศูนย์กลาง

“Workplace Strategy” ถือเป็นการจัดรูปแบบสถานที่ทำงานซึ่งมุ่งเน้นความสุขของผู้ทำงานเป็นสำคัญ ด้วยการอำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการในการทำงานของพนักงานให้ได้มากที่สุดผ่าน 3 แนวคิดสำคัญ ได้แก่

resize-happiness-workplace

Ergonomic Design การออกแบบพื้นที่ทำงาน ตามหลักการยศาสตร์ ด้วยการจัดสรรพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่มีความยืดหยุ่นต่อประเภทของการทำงานที่หลากหลาย (Flexible Working) เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงาน (Productivity) ให้มีความถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงช่วยลดความเครียด และความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้อีกด้วย

resize-ergonomic-design

Provide a wide range of amenities การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ ในการทำงาน และการดำเนินชีวิตได้อย่างสมดุลไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่พักผ่อน มุมกาแฟ ฟิตเนส เป็นต้น
resize-provide-a-wide-renge-of-amenities

Focus on wellness ให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพทั้งในเรื่องของบรรยากาศในการทำงานที่ช่วยรักษาสุขภาพของผู้ทำงานไม่ว่าจะเป็นการรับแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึง อุณหภูมิที่เหมาะสม ระดับความดังของเสียง หรือคุณภาพของน้ำ และอากาศในสถานที่ทำงาน เป็นต้น

resize-focus-on-wellness

เชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อมรอบและคอมมิวนิตี้รอบข้างแบบไร้รอยต่อ

นอกจากในเรื่องของปัจจัยภายในสถานที่ทำงานแล้วการเชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อม และคอมมิวนิตี้รอบข้าง ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น

Accessibility ทำเลที่สามารถเดินทางได้สะดวก ด้วยรถยนต์ส่วนตัว และระบบแมสทรานซิสทั้งรถยนต์โดยสาร รถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน สะดวกทั้งการติดต่อธุรกิจ และใช้ชีวิตส่วนตัว

Walkability สามารถเดินเชื่อมต่อถึงแหล่งธุรกิจ และศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ครอบคลุมทุกความต้องการในการใช้ชีวิต ได้อย่างต่อเนื่อง สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

Community ให้ความสำคัญในเรื่องการเชื่อมต่อกับชุมชนที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการทำงาน และการใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ศูนย์การค้า ศูนย์บริการด้านความงาม และสุขภาพ

สำหรับ “โครงการเกษร ทาวเวอร์” (Gaysorn Tower) ออกแบบประสบการณ์การทำงานภายใต้แนวคิด “Workplace Strategy” ผ่านการนำเสนอคอนเซ็ปต์ “Work-Live-Play-Grow” ที่ตอบโจทย์ ทั้งด้านการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ของ 4 ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่

เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท (Gaysorn Urban Resort) สวนลอยฟ้า และพื้นที่อำนวยความสะดวกระหว่างการทำธุรกิจที่มีการร่วมมือกันและนำไปสู่การทำงานที่สามารถเกิดความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ, เกษร เออร์เบิน รีทรีต (Gaysorn Urban Retreat) ศูนย์บริการด้านความงามและสุขภาพไว้กลางใจเมือง, เกษร เออร์เบิน ครีเอทิวิตี้ (Gaysorn Urban Creativity) ตอบโจทย์เทรนด์ออฟฟิศยุคใหม่ ด้วยการดีไซน์สภาพแวดล้อมที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงาน และความคิดสร้างสรรค์ และ เกษร เออร์เบิน คอนเนคทิวิตี้ (Gaysorn Urban Connectivity) เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน และ 18 อาคารภายในย่านฯ ด้วย Ratchaprasong Walk เพื่อความสะดวกต่อไลฟ์สไตล์ของผู้ทำงาน