โอม! มง จง มา… บทเรียนจาก น้ำตาล-ชลิตา ถึง OTOP ไทย ดังไกลได้ถึงระดับโลก

    0

    namtal_missthailanduniverse ประกาศผลเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการประกวด “Miss Universe” ครั้งที่ 65 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ โดยสามงามจากชาติฝรั่งเศส “Iris Mittenaere” เป็นผู้เพียบพร้อมได้สวมมงกุฎเพื่อทำหน้าที่ของเธอต่อไป ซึ่ง BrandBuffet ก็ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติครั้งนี้ด้วย

    การประกวดเวทีขาอ่อนระดับโลกอย่าง Miss Universe 2016 ต้องบอกว่ามีเรื่องราวให้ติดตามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการโหวต ซึ่งปีนี้ทางกองประกวดเปิดให้แฟนๆจากแต่ละประเทศทั่วโลกมีโอกาสได้โหวตให้สาวงามเข้ารอบ 13 คนสุดท้ายได้ และแน่นอน “น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ตัวแทนของประเทศไทย ได้ยอดโหวตไปทั้งจากทวิตเตอร์ โดยมีการรีทวิตกันกว่า 1 ล้านครั้ง จากมีผู้ติดตามโซเชียลต่างๆ ครั้งนี้ถึง 150 ล้านคน

    กระแสเผ็ดร้อนไม่ได้นั้น เพราะในไทย “ดราม่าเอย” จงบังเกิด เมื่อแบรนด์สินค้าดัง “ไบเล่” เกาะกระแสโฆษณาเนียนๆโดยนำรูปน้ำตาล ชลิตา มาวางคู่กับสินค้า จนกองกประกวมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ต้องออกมาตำหนิถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมและละเมิดทางกองฯ ผู้บริโภคก็ถล่มแบรนด์ไปชั่วข้ามคืน

    แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นสีสันของการเกาะกระแสครั้งนี้คือการเชียร์ให้ “น้ำตาล-ชลิตา” ได้มงกุฎ Miss Universe 2016 โดยบรรดาสินค้าบ้านๆ หรือเรียกว่า OTOP การโปรโมทร้าน คลินิก โปรโมทแม้กระทั่งตัวเอง ผ่านโลกทวิเตอร์ ได้เห็นเคล็ดลับ การใช้ “โอกาส” แจ้งเกิดสินค้าท้องถิ่น สินค้าแบรนด์เล็กแบรนด์น้อยให้ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ โดยกระแสร้อนแรงมากคงต้องยกให้การชวนคนไทยอรีทวิตเพื่อชาติเชียร์น้ำตาล มาพร้อมกับ “โปรโมชั่น” แจกทุเรียนทอดรสชาติต่างๆ ทั้งลาบ ชีสฯ ก็เรียกว่าจุดพลุก่อประกายในใจให้บรรดาเจ้าของสินค้า เจ้าของแบรนด์ แม้แต่แฟนๆ ชาวไทยที่เชียร์น้ำตาลออกมางัดโปรโมชั่น “แจกสะบัด”

    จากนั้นมีทั้งสินค้าท้องถิ่น สินค้ายอดฮิตประจำถิ่น ถูกนำมาแจกโดยการสุ่ม เช่น แจกมะม่วงเบา แจกกุ้งแม่น้ำสดๆ แจกทองคำ แจกทุเรียนจากสวน เพื่อส่งออกให้ถึงจักรวาล แจกกะปิ แจกน้ำปลา เพื่อนำไปสู้ แจกปลาส้มของดีเมืองพะเยา แจกฟ้าทะลายโจรแคปซูลเพื่อแก้ร้อนในจากการบริโภคทุเรียน แจกรองเท้าร้าน mybbaby3 แจกรองเท้าแตะขนเฟอร์ เป็นต้น (หรือแม้แต่แม่หมูพิมพ์ผกา ก็ร่วมอยู่ในกระแส ทวีต แจกน้องนาย ลูกชายสุดหล่อ กับเขาด้วย) 

    นอกจากนี้ ยังมีแจกของมีแบรนด์ชื่อดังที่ถูกพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์นำมาเกาะกระแส แจก Gift ไก่บอนชอน,  KFC เซ็ท, ตุ๊กตา we bare bears, ตุ๊กตาโพนี่, ลิปสติกสีปากของน้ำตาลบ้าง, ลิปสติก NARS, ลิปสติก went n wild, แผ่นมาร์กหน้าเกาหลี, น้ำหอม TOMACTZ, KitKat, บัตรสตาร์บัคส์ ไปจนถึงตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ หรือบุฟเฟ่ต์ Daiki ก็มา, รางวัลใหญ่ เช่น ไอโฟน, ห้องพักโรงแรม Pavilion กระบี่, วอเชอร์ทำทรีทเมนต์ หรือแม้แต่รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เอาฮาอย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น  

    ขณะเดียวกันการแจกก็ลามถึงการให้สุ่มให้เบอร์มือถือ ID Line เพื่อนนิสิตแพทย์ ด้วย

    แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ว่า “มงต้องลงหัวน้ำตาล ชลิตา เท่านั้น” ซึ่งแน่นอนว่า ไทยทำดีสุดคือเข้ารอบ 6 คนสุดท้าย

    หากพิจารณาดีๆ จะพบว่า สินค้าโอท็อป ท้องถิ่นไทย มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นของดี แต่มักจะขาด “การตลาดที่ดี” แต่เมื่อมีโลกออนไลน์ โซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ช่วยเพิ่มช่องทางให้แบรนด์สินค้าบ้านๆ สามารถโปรโมทแบรนด์และสินค้าได้ แต่แน่นอนว่า หากไม่เกิดกระแส “ชิงมงกุฎ” ระดับโลก โอกาสที่ผู้บริโภคไทยจะแห่แหนไปติดตามหรือสนใจสินค้าเหล่านั้นอาจจะยากสักหน่อย เพราะแบรนด์ใหญ่ๆ ย่อมชิงพื้นที่การทำตลาด โฆษณาทุกช่องทางอยู่แล้ว และด้วยพลังเม็ดเงินก็ทำให้เพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้รับรู้ มองเห็นง่ายกกว่าแบรนด์เล็กๆ น้อยๆ ด้วย

    แม้ไทยจะไม่ได้มงกุฎ หากแบรนด์เหล่านั้นยังอยากแจ้งเกิดต่อเนื่อง หากสินค้าดีมีจุดเด่นขายได้อยู่แล้ว ที่ต้องดำเนินการต่อ คือมุ่งใช้พื้นที่โลกออนไลน์ เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์โดนๆ แล้วสื่อไปถึงผู้บริโภค ที่สำคัญ ควรทำ “ต่อเนื่อง” ไม่ใช่มาเกาะแค่กระแสนางงามให้คนรับรู้เป็นไฟไหม้ฟางเท่านั้น

    การสร้างแบรนด์นั้น ไม่ง่าย แต่จะทำให้เกิดและอยู่ยั่งยืนได้ ยากแน่นอน!แม้มงไม่ลงจงอย่าหยุดยั้งการทำตลาด มีไม้เด็ดใดจัดไปบนโลกโซเชียล

    การเกาะกระแสที่เป็นอีเว้นม์ให้ระดับโลก, ระดับชาติ หรือแม้แต่เป็นกระแสทางสังคมในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่ใช้เรื่องใหม่ในวงการการตลาด แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างอย่างแนบเนียน เหมาะเจาะ โดนจริตของผู้บริโภคได้มากกว่ากัน บางครั้งมุขไม่ฮาพาเพื่อนเครียด หรือมาช้าไปตกขบวนก็มี

    แต่สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากกรณีของ น้ำตาล-ชลิตา ก็คือ การปั้นสินค้าโอท็อปให้ดังไกลระดับชาติ เช่นเดียวกับความสำเร็จของตัวแทนจากประเทศไทยคนนี้ ซึ่งเดิมเป็นม้านอกสายตา ได้รับคำวิพากษิวจารณ์สารพัด แต่เธอกลับต่อสู้ พัฒนาตัวเองกระทั่งมาอยู่ใน 6 คนสุดท้าย ซึ่งถือว่ามาได้ไกลกว่าใครๆ ในช่วงหลายสิบปีหลัง

    แล้วท่านผู้อ่าน BrandBuffet เห็นสินค้าโอท็อป แบรนด์เล็กแบรนด์น้อยลุกขึ้นมาทำตลาด แบรนด์ไหนที่โดนๆ จนต้องร้องว้าว!ในช่วงการประกวด Miss Universeกันบ้าง ลองหยิบยกมาแชร์กันดูได้

    เรือง : นายบุญจันทร์

    เครดิตภาพจาก: https://www.facebook.com/Missuniversethailand/