ทำความรู้จัก Solopreneurs เทรนด์คนรุ่นใหม่ รวยได้ด้วยตัวคนเดียว

online-business-make-money

Solopreneur ไม่ใช่ชื่อสินค้าใหม่หรือของกินได้ แต่เป็นศัพท์ใหม่ของการจำกัดความเจ้าของกิจการที่กำลังจะมีมากขึ้นทุกทีในช่วงนี้และต่อๆ ไป คำนี้มาจากคำว่า Entrepreneur แต่มีความต่างกันอย่างชัดเจนแต่ซับซ้อน Solopreneur ต่างกับ Entrepreneur ที่ทำงานตามลำพัง เนื่องจาก Entrepreneur ที่ทำงานตามลำพังในช่วงแรก จะมีการวางแผนเพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิกในทีมไปจนถึงพนักงานให้มากขึ้นในช่วงที่บริษัทสามารถแบกรับไหว หากแต่ Solopreneur ไม่มีแผนดังกล่าว ความแต่งกันอื่นๆ ระหว่างทั้งสองสามารถจำแนกได้อีก 4 ข้อดังต่อไปนี้

 

Solopreneur ไม่รอการสนับสนุนเงินทุน

แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่า Entrepreneurs ส่วนมากมีฝันเล็กๆ ในใจว่าอยากได้รับการสนับสนุนจากบริษัทที่ใหญ่กว่าหลายเท่าตัว เข้ามาสนใจให้ความร่วมมือแล้วหยิบยื่นงบประมาณก้อนโตให้ไปลงทุนสานฝันเพื่อการเติบโตของบริษัท และฝันเล็กๆ ที่ว่านี้ก็เป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการทั้งหลายลงแรงไปในงานเพื่อให้มีคนมองเห็น ไปจนถึงทำงานอื่นๆ ที่ข้ามสายของตัวเองไป ในขณะที่ Solopreneur มีแนวโน้มที่จะมุ่งเป้าไปยังสิ่งที่ตัวเองถนัดเพียงอย่างเดียวแล้วทำให้ดีสุดๆ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเสน่หาของเจ้าใหญ่ๆ เท่าไหร่นัก

 

Entrepreneurs เน้นสร้างหน้าตาให้ธุรกิจ

ในขณะที่ Solopreneur ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการทำงานอย่างหนักเพื่อก่อร่างสร้างธุรกิจ แต่ Entrepreneur มักออกไปสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ เพื่อให้ธุรกิจมีที่ยืนในสังคม มีหน้ามีตา และเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยพวกเขาจะออกไปสร้างคอนเน็คชั่นตามลำพัง แล้วให้ลูกน้องที่อยู่ข้างหลังดำเนินงานของบริษัทต่อไป Solopreneur ก็เป็นนักสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้เช่นกัน แต่พวกเขาจะไม่ทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับเรื่องนี้ Entrepreneurs สามารถใช้เวลาทั้งวันไปกับการหาคอนเน็คชั่นได้ แต่ Solopreneur จะใช้เวลาที่เหลือจากการทำงานจริงๆ เท่านั้น

 

Entrepreneurs มักเป็นนักจัดการที่ดี

บางคนก็เกิดมาเพื่อเป็นเจ้าของกิจการอย่างแท้จริง คนเหล่านี้จะมีสกิลการบริหารจัดการที่ดี Entrepreneurs ทั้งหลายจะวางแผนเพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้นมาในสักวัน อาจเริ่มโดยการร่วมงานกับฟรีแลนซ์ เพื่อแบ่งงานให้ช่วยกันทำอย่างเป็นระบบสู่เป้าหมายของบริษัท ในทางกลับกัน Solopreneur นั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่รีบจ้างใครมาช่วยอะไรเท่าไหร่ ถ้าวันที่เขาต้องจ้างผู้ช่วยมาถึงจริงๆ เขาจะหางานให้ตัวเองก่อน เพื่อดูว่าเขาทำอะไรได้บ้าง และทำมันให้มากที่สุด จนเหลือสิ่งที่เขาทำเองไม่ได้แล้วจริงๆ ถึงจะยอมจ้าง แม้ว่ามันจะเหนื่อย หนัก และยาก แต่ Solopreneur จะพยายามทำมันเองเพื่อการเติบโตของธุรกิจ

 

Solopreneur คือนักลงมือ

Entrepreneurs อาจทำงานหนักกว่าคนทั่วไป แต่ Solopreneur คือนักลงมือทำที่แท้จริง ถ้าเป้าหมายของงานคืองานต้องเสร็จ สิ่งแรกที่ Solopreneur จะทำคือลงมือทำมันทันทีด้วยตัวเอง ซึ่งนี่เป็นนิสัยโดยธรรมชาติของคนเจนหลังๆ ที่มักชอบทำอะไรด้วยตัวเอง โดยปราศจากความคิดที่ว่าจะต้องพึ่งพาใครเพื่อช่วยให้งานเสร็จ ในขณะที่ Entrepreneurs ชอบที่จะมอบหมายงาน แม้ว่าการทำแบบนั้นอาจต้องเลื่อนออกไปเพื่อรอคนครบจนเกิดความล่าช้า แต่พวกเขาจะเชื่อว่าสักวันหนึ่งทีมของเขาจะต้องพร้อม หน้าที่ต่างๆ จะต้องมีคนครบและเขาจะรอจนถึงวันนั้น ยิ่งมาถึงเร็วเท่าไหร่ การเติบโตก็เกิดขึ้นไวเท่านั้น

 

และนั่นคือความต่างของ Solopreneur และ Entrepreneurs มองเผินๆ อาจจะแยกยาก โดยเฉพาะเมื่อไปเจอเข้ากับ Entrepreneur ที่ทำงานคนเดียว สิ่งที่แยกพวกเขาให้ต่างกันชัดเจนคือเรื่องของ mindset หากคุณได้ทำงานร่วมกับพวกเขา หรือได้เห็นวิธีการจัดการจะทำให้สามารถแยกแยะได้ง่ายขึ้น และรู้ถึงแนวดน้มธุรกิจและสไตล์การทำงานที่พวกเขาจะรันมันต่อไปในอนาคต หากคุณเป็นผู้ประกอบการ ลองนึกถึงสไตล์การทำงานของคุณว่าจัดอยู่ในประเภทไหน เพื่อจะได้วางระบบการทำงานที่ชัดเจนต่อไป ทั้งสำหรับการทำงานร่วมกับตัวเองและกับคนอื่น

Source