“กูลิโกะ” Featuring “เถ้าแก่น้อย” เปิดตัว “เพรทซ์ รสโนริสาหร่าย” ลิมิเต็ด เอดิชั่น กระตุ้นตลาดปลายปี ’59

0

%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c

2 ผู้นำตลาดสแน็คเมืองไทย “กูลิโกะ-เถ้าแก่น้อย” สร้างปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกกับการผสมผสานที่ลงตัวของบิสกิตและสาหร่าย สู่ “เพรทซ์ เถ้าแก่น้อย รสโนริสาหร่าย” ในแพ็คเกจสุดเก๋ ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ มีความน่าสนใจ และที่สำคัญสามารถนำไปอัพไซเคิลใช้ประโยชน์ได้อีก เช่น เก็บคลิปหนีบกระดาษ  กระดาษโน๊ต คาดขายหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว มั่นใจสร้างสีสัน ปลุกตลาดมูลค่ากว่า 30  ล้านบาทคึกคัก 

นายกฤษดา นุรักษ์เข  ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป กลุ่มงานการขาย บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด  ผู้ผลิตและจำหน่ายบิสกิต  “กูลิโกะ”  เปิดเผยว่า  บริษัทจับมือเป็นพันธมิตรกับ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดสาหร่ายปรุงรสในเมืองไทย ในการพัฒนาบิสกิตแท่งรสชาติใหม่ ภายใต้ชื่อ “เพรทซ์ เถ้าแก่น้อย รสโนริสาหร่าย”  ภายใต้สโลแกน “ความอร่อยที่ลงตัวจากกูลิโกะและเถ้าแก่น้อย”   ถือเป็นความร่วมมือกันครั้งแรก เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่โดยเพรทซ์ รสโนริสาหร่าย จะมีรสชาติที่โดดเด่นจากความกรอบอร่อยของบิสกิต และหอม เข้มข้นจากสาหร่าย ทำให้เป็นที่ถูกใจของผู้บริโภครุ่นใหม่ และผู้ที่ชื่นชอบบิสกิตของกูลิโกะ และสาหร่ายของเถ้าแก่น้อย 

โดย “เพรทซ์ เถ้าแก่น้อย รสโนริสาหร่าย” อยู่ในบรรจุภัณฑ์แบบกล่อง มีขนาด 36 กรัม ราคา 15 บาท เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป ผ่านทางร้านค้าสมัยใหม่ (Modern Trade) ทั้งร้านสะดวกซื้อ  ไฮเปอร์มาร์เก็ต  ซูเปอร์มาร์เก็ต  ฯลฯ  ร้านค้าดั้งเดิม หรือ ร้านโชห่วย  (Traditional Trade)  และร้านจำหน่ายของฝาก “เถ้าแก่น้อย แลนด์”  จุดเด่นของเพรทซ์ รสโนริสาหร่ายคือบรรจุภัณฑ์ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ มีความน่าสนใจ และที่สำคัญสามารถใช้ประโยชน์ได้ เช่น เก็บคลิปหนีบกระดาษ  กระดาษโน๊ต เป็นต้น

ptkn-dv01

ด้านกลยุทธ์การทำตลาด นอกจากการกระจายสินค้าครอบคลุมทุกช่องทางแล้ว บริษัทยังเตรียมสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้ง Above the line และ Below the line  ทำให้เชื่อมั่นว่าจะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี พร้อมกับตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถจำหน่ายหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว นับจากวันที่วางจำหน่าย ซึ่งจะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในวงการขนมขบเคี้ยวเมืองไทย และส่งผลให้ตลาดกลับมาคึกคักขึ้น

“การที่ 2 ผู้นำในตลาดสแน็คเมืองไทย ร่วมมือกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกวางจำหน่ายครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ด้วยเป้าหมายที่ไม่ได้มุ่งหวังการสร้างกำไร แต่ต้องการช่วยกันกระตุ้นให้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้ง”

ด้านนายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสาหร่ายปรุงรส “เถ้าแก่น้อย”  กล่าวว่า  เถ้าแก่น้อยและกูลิโกะ ใช้เวลานานเกือบ 1 ปี ในการวิจัยและพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์เพรทซ์  รสโนริสาหร่ายออกมา ซึ่งโนริสาหร่ายนี้ เป็นสูตรพิเศษที่เถ้าแก่น้อยคิดค้นและปรุงรสชาติขึ้นใหม่เพื่อให้มีความพิเศษ กลมกล่อม เข้มข้น เมื่อผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกับบิสกิตเพรทซ์  ทำให้ “เพรทซ์ รสโนริสาหร่าย” มีรสชาติที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

“ผมผูกพันกับแบรนด์กูลิโกะมาตั้งแต่เด็ก เมื่อมีโอกาสได้พบกับผู้บริหารถือว่าเป็นความโชคดี และที่สุดได้ร่วมเป็นพันธมิตรกัน เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกันคือต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี มีประโยชน์ให้เกิดกับผู้บริโภคคนไทย และทำให้ตลาดขนมขบเคี้ยวเมืองไทยมีสีสัน สนุกสนานกับรสชาติใหม่ๆ โดยไม่ได้มุ่งหวังสร้างผลกำไร แต่ต้องการตอบแทนให้กับผู้บริโภคโดยแท้จริง เพราะทั้งกูลิโกะและเถ้าแก่น้อยต่างเลือกสรรวัตถุดิบชั้นดีให้กับผู้บริโภค ดังนั้นเพรทซ์ รสโนริสาหร่าย จึงมีจำนวนจำกัด และจะผลิตเพื่อวางจำหน่ายเพียง 6 เดือน นี้เท่านั้น”

อย่างไรก็ดีจะเห็นว่าเพรทซ์ เถ้าแก่น้อย รสโนริสาหร่ายยังคงคาร์แรคเตอร์ของแบรนด์เถ้าแก่น้อยและเพรทซ์ คือ เป็นสแน็คที่ทานอร่อยดีมีประโยชน์  มีความสนุกสนาน และมีสีสันให้กับชีวิต  แพ็คเกจจิ้งของเพรทซ์ รสโนริสาหร่ายถูกออกแบบมาสุดเก๋  มีความน่าสนใจ และที่สำคัญสามารถใช้ประโยชน์ได้ เช่น เก็บคลิปหนีบกระดาษ  กระดาษโน๊ต  ซึ่งเป็นแนวคิดที่เถ้าแก่น้อยและกูลิโกะร่วมกันคิดและนำเสนอ โดยโปรเจ็คนี้ถือเป็นความร่วมมือแรก และเป็นโปรเจ็คทดลอง ดังนั้นในอนาคตน่าจะมีความร่วมมือกันเกิดขึ้นต่อไป

img_6574

ปัจจุบันเถ้าแก่น้อยถือเป็นผู้นำตลาดสาหร่ายในเมืองไทย และเป็นอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจัดอยู่ในอันดับ Top 3 ในเอเชีย โดยในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เติบโตขึ้นร้อยละ 25 จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 3,500 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ หลังจากที่ผลประกอบการในครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 2,100 ล้านบาท

ขณะที่กูลิโกะ เป็นผู้นำตลาดในบิสกิต  โดยมีส่วนแบ่งตลาดกว่าร้อยละ 18  จากตลาดบิสกิตซึ่งมีมูลค่าประมาณ  12,000-15,000 ล้านบาท  โดยในปีนี้บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มบิสกิตและช็อกโกแลต