น้ำอัดลมภาคใต้ระอุ ‘หาดทิพย์’ ย้ำศักดาเบอร์ 1 ทุ่ม 1,500 ล้าน ตั้งการ์ดป้องกันคู่แข่ง

0

coca-cola-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c

ตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท นับเป็นขุมทรัพย์การตลาดใหญ่ แต่กลับมีผู้ประกอบการไม่กี่รายที่ “ครองตลาด” อยู่ โดยที่มีบทบาทอยู่ในเกมการแข่งขันหนีไม่พ้น 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ เช่นโคคา-โคล่าหรือโค้ก (Coca Cola) และเป๊ปซี่ (Pepsi) ซึ่งไล่บี้ขยี้กันมาตลอด กระทั่งตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อเป๊ปซี่เผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อพยายามเดินเกมขึ้นควบการผลิตเอง พันธมิตรสำคัญอย่าง บริษัท เสริมสุข จำกัด(มหาชน)ที่เคยเป็นบ็อทเลอร์มาอย่างยาวนานเป็นอันต้องยุติแตกหักกันไป และเกิดแบรนด์น้ำอัดลมสัญชาติไทย “เอส” (Est) ขึ้นมาแข่งตีคู่โกลบอลแบรนด์

เป๊ปซี่จากเบอร์ 1 เลยเสียแชมป์ไปให้กับโค้กที่เคยเป็นเบอร์ 2 มาอย่างยาวนาน แต่ตำแหน่งเบอร์รองไม่ได้เกิดขึ้นในตลาดภาคใต้! ซึ่งกินพื้นที่ตลาดทั้งสิ้น 14 จังหวัด

 

“พล.ต.พัชร รัตตกุล” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มในกลุ่มโคคา-โคลา เล่าว่า พื้นที่ภาคใต้นั้น โค้กมีส่วนแบ่งตลาดน้ำอัดลมมากถึง 85% ซึ่งส่วนแบ่งการตลาดดังกล่าวขยับขึ้น 1% และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น ตัวเลขส่วนแบ่งทางการตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่ที่อัตรา 84% และ 85%

เมื่อโค้กกินแชร์ในภาคใต้มากมาย ที่เหลือ 15% จึงเป็นแบรนด์อื่นๆรวมกัน นั่นย่อมหมายถึงแบรนด์ไทย แบรนด์โลก อาทิ เป๊ปซี่, เอส กระทั่งบิ๊ก โคล่า มีส่วนแบ่งทางการตลาดกันรายละเล็กรายละน้อย

โค้กยังประกาศศักดาเสริมแกร่งในการทำตลาดน้ำอัดลมพื้นที่ภาคใต้ โดย 3 เดือนที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้งบลงทุน 1,500 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรใหม่ 1 ตัว สำหรับผลิตเครื่องดื่มขวด PET ในโรงงานที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าเครื่องดื่มเป็น 6 เท่าตัว รองรับการผลิตสินค้าได้อีก 5 ปีข้างหน้า ปัจจุบันภาคใต้มีโรงงานผลิตเครื่องดื่มในจังหวัดสงขลา และสุราษฎร์ธานี

การรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดน้ำอัดลมภาคใต้ บริษัทยังใช้กลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี(ซีอาร์เอ็ม)กับผู้บริโภค สังคม และชุมชนอย่างต่อเนื่องด้วย “บริษัทยังเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ชุมชน สังคมเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแตกต่างกับสิ่งที่ดำเนินการมากว่า 40 ปีแล้ว ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาด ก็ถือเป็นตัวบ่งบอกว่าผู้บริโภคในพื้นที่มีความจงรักภักดีหรือลอยัลตี้ (brand loyalty)ต่อแบรนด์เรามากแค่ไหน”

%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%a3-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5
พล.ต.พัชร รัตตกุล

 สำหรับการลงทุนดังกล่าว บริษัทย้ำว่า ตามหลักคิดทั่วไป ถือเป็นการเตรียมพร้อมรองรับความต้องการ(ดีมานด์)ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นี่คือคำตอบจากผู้ผลิตและทำตลาดแบรนด์น้ำดำระดับโลก แต่อีกมุมหนึ่ง ในด้านการแข่งขันถือเป็นการ “ตั้งการ์ด” ปกป้องตลาดของโค้ก เมื่อคู่แข่งอย่างแบรนด์ “เอส” กำลังจะตอกเสาเข็มตั้งโรงงานผลิตน้ำอัดลมในพื้นที่ภาคใต้อย่างสุราษฎร์ด้วย เพราะต้องยอมรับว่า “เอส” คือแบรนด์สำคัญของเครือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) ที่นอกจากจะช่วยสานวิชั่น 2020 ในการเพิ่มสัดส่วนรายได้เครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ให้อยู่ในอัตรา 50% เท่ากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว “เอส” ยังเป็นแบรนด์น้ำอัดลมที่ไทยเบฟฝันจะปั้นให้เติบใหญ่ระดับภูมิภาคด้วย

ที่ผ่านมาการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าของโค้กในภาคใต้เรียกกว่า “แกร่ง” ยากที่คู่แข่งจะต่อกร แต่นาทีนี้เกมการแข่งขันย่อมเปลี่ยนแปลง เมื่อเสริมสุข ที่ผลิตและจำหน่ายเอสไม่ได้มีแค่เครือข่ายร้านค้า ร้านอาหารแค่ 2 แสนรายอีกต่อไป เพราะเมื่อซีนเนอร์ยีทั้งเครือไทยเบฟ เรียกว่าแกร่งยิ่งขึ้น กระดูกเล็กๆที่อาจเคี้ยวง่าย จะกลายเป็นกระดูกเหล็กที่ทิ่มแทงในพื้นที่ภาคใต้ได้ไม่มากก็น้อย!

ปัจจุบันโค้กมีความแข็งแกร่งในการทำตลาดน้ำอัดลมภาคใต้ทั้งช่องทางร้านค้าทั่วไป(เทรดดิชั่นนอล เทรด)และห้างค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์นเทรด) และพื้นที่ภาคใต้สร้างสัดส่วนรายได้เป็น 10% โดยมีภาคกลางเป็นพื้นที่สร้างรายได้หลักให้บริษัท

 

Story by  นายบุญจันทร์