ปรากฎการณ์ใหม่สุดปัง เอไอเอสถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตดัง! ให้ดูพร้อมคนในฮอลล์!

0

ais play app vdo platform

สปอยล์ 3 ที่สุดของคอนเทนต์ที่กล้าแหวกทุกกฏ กับ 3 บททดสอบความอึด ของผู้กำหนดตลาด!! ส่ง เอไอเอส เพลย์ ผงาด! ขึ้นแท่น วีดิโอ แพลตฟอร์ม สัญชาติไทย ที่ถูกกล่าวถึงที่สุด ในชั่วโมงนี้

ยุค Mobile First ที่ผู้บริโภคมีความ independent เป็นตัวของตัวเองที่สุด เปลี่ยนพฤติกรรมจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างรวดเร็ว จากการรับชมข้อมูลข่าวสารทุกชนิดในชีวิตประจำวัน จากหน้าจอโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ มาเป็นหน้าจอมือถือ จนเกือบจะสมบูรณ์แล้ว แถมยังชอบเป็นคนกำหนดเวลารับชมคอนเทนต์เองแบบ On Demand อีกต่างหาก หมดยุคเวลาออกอากาศ ที่จะมา Fix ให้ต้องเข้าไปดูวันนั้นเวลานั้น! หรืองดรับทุกนัด ต้องรีบกลับบ้านไปดูตอนอวสาน!

พลังของ Digital Transformation ได้แสดงแสนยานุภาพ ให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้นทุกที เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั้งหลาย ถึงเวลาต้องปรับตัว ในสังเวียนดิจิทัล ปรับก่อน รอดก่อน ฝากวีดิโอแพลตฟอร์ม ก็แข่งกันฝุ่นตลบน่าดู กับการควานหาคอนเทนต์ที่ใช่ และถูกจริตคนดูยุคนี้มากที่สุด

เมื่อโอเปอเรเตอร์ชั้นนำอย่าง เอไอเอส (AIS) เป็นรายแรกที่มองเห็นตลาด และโดดลงมา เอาจริงกับการสร้าง VDO Platform ในรูปแบบของ Local Application เป็นรายแรก จากที่เคยเป็นเทรนด์ กลายเป็นพฤติกรรม ทำให้คอนเทนต์และการใช้งานวีดิโอเติบโตอย่างก้าวกระโดด

AIS PLAY บริการ VDO Platform ใหม่ล่าสุดของ AIS จึงทยอยปล่อยหมัดเด็ด ออกมาน็อคใจคนดู แบบไม่ได้หยุดหายใจกันเลยส่งผลให้ AIS PLAY ขึ้นครองเบอร์ 1 “วีดิโอแพลตฟอร์ม” ของไทย ที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้

3 ปรากฏการณ์สำคัญของคอนเทนต์ในประเทศไทย ผ่าน AIS PLAY ได้แก่

 

ปรากฏการณ์ 1  ครั้งแรกของไทย ไลฟ์สตรีมมิ่ง 10 คอนเสิร์ตใหญ่ขายบัตร ของแกรมมี่

สร้างปรากฏการณ์ ทอล์คออฟเดอะทาวน์ เมื่อ เอไอเอส ชิงจับมือ ยักษ์บันเทิงอย่าง GMM GRAMMY จัดไลฟ์สตรีมมิ่ง คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบที่ขายบัตรหมดเกลี้ยง มาให้คนทางบ้านที่ซื้อตั๋วไม่ทัน ได้ดูคอนเสิร์ตสดพร้อมกับผู้ชมในฮอลล์

หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมแกรมมี่ถึงกล้าลงเล่นด้วยการปฏิวัติธรรมเนียมปฏิบัติเดิมๆ ทีว่า คอนเสิร์ตขายบัตรต้องดูในฮอลล์เท่านั้น!

ais play 2 gmm

ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ผู้บริหาร new gen หัวเรือใหญ่แห่งค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ บอกว่า “เรามองเป็นบวกนะ เป็นโอกาสใหม่ๆ ที่ช่วยขยายผลการจัดอีเวนท์คอนเสิร์ตให้เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างมากขึ้น สร้างให้เกิดรายได้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เป็นการประสานออฟไลน์สู่ออนไลน์ที่ชัดเจนที่สุด เราเป็นคนทำคอนเทนต์ก็ต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ หน้าที่ของเรา คือ นำพาคอนเทนท์ไปสู่ Multi Platform เพื่อตอบโจทย์คนดูที่นิยมเสพคอนเทนท์แบบมัลติสกรีน เราต้องนำคอนเทนท์ออกไปหาเค้าถึงที่ และให้อำนาจคนดู สามารถเลือกดูได้แบบ on demand วิธีนี้จะทำให้เกิด Online Engagement มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การร่วมมือกับเอไอเอสจึงเป็น Right Match ที่เหมาะเจาะพอดี

ais play 3 rio 2016

ais play 3 พาราลิมปิก re

ปรากฏการณ์  2  ครั้งแรกของอาเซียน ถ่ายทอดสด กีฬา “โอลิมปิก เกมส์ 2016” และ “พาราลิมปิก เกมส์ 2016” แบบครบทุกกีฬา ทุกคู่ ทุกสนาม

หมดยุคแล้วสำหรับการรีบกลับบ้านไปเชียร์ทีมไทย เพราะตอนนี้ คนไทยสามารถชมสด เชียร์สด แบบติดขอบสนามได้ผ่านมือถือ จริงอยู่ที่ว่า ปกติก็มีการถ่ายทอดสด การแข่งขันผ่านช่องโทรทัศน์อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ เอไอเอสขอ ลองของ จัดหนักคนไทยได้ดูสด ครบทุกประเภทกีฬา ทุกคู่ ทุกสนาม เต็มอิ่มทั้ง 12 ช่อง คมชัดระดับ Full HD แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

แถมยังเพิ่มอีก 1 ช่องไทย เพื่อรวมถ่ายทอดสดกีฬาที่ทัพนักกีฬาไทยเข้าร่วมแข่ง รวมถึงกีฬาเด่นที่คนไทยชื่นชอบไว้ในช่องเดียว พร้อมจัดทีมพากย์ไทยสุดมันส์ ให้ติดตามได้ง่ายๆ ด้วย เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลก ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่มีลักษณะเฉพาะ ต้องการความ Real time ในการร่วมเชียร์ ร่วมลุ้น จึงถูกจริตคนไทย ส่งผลให้ “AIS PLAY” ขึ้นแท่น เป็นแอปฯ ยอดนิยมที่มีการ Trending Search ค้นหามากที่สุด และดาวน์โหลดสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในหมวด Entertainment บน App Store ไปเลย

ล่าสุด กับ พาราลิมปิก เกมส์ 2016 ระหว่างวันที่ 7 – 18 ก.ย. 59 เอไอเอสยังคว้าลิขสิทธิ์ 1 เดียวในไทย เพียงช่องทางเดียวจริงๆ ที่ถ่ายทอดการแข่งขัน คราวนี้ พี่น้องชาวไทยที่อยากส่งกำลังใจ เชียร์ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ก็สามารถตามลุ้นได้บนแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX ที่เดียวเท่านั้น

ปรากฏการณ์นี้ชัดเจนว่า เอไอเอสได้ก้าวจาก Mobile Telecom มาเป็น Mobile Broadcaster อย่างเต็มตัว จากนี้ไปโอเปอเรเตอร์จะกลายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับโลกเอง เพื่อต้องการตอบสนองลูกค้าของตัวเองให้ได้ดูคอนเทนต์พิเศษๆ จึงยอมเข้าไปซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดเองแล้ว

ais play 4 jsl re

ปรากฏการณ์ 3  Customized Content สร้างวาไรตี้โชว์ขึ้นมาใหม่ ในเวอร์ชั่น AIS PLAY เท่านั้น

เอไอเอส จับมือ “เจเอสแอล” นำรายการวาไรตี้ที่ดังที่สุดของไทย มาสร้างใหม่เฉพาะบนมือถือ ชื่อ “กิ๊กดู๋ ท้าเงาเสียง” เวอร์ชั่น AIS PLAY ให้เลือกดูได้แบบ On Demand เป็นวาไรตี้ประกวดร้องเพลง ที่มีจุดขายอยู่ที่คู่พิธีกรขั้นเทพ ที่สนุก มันส์ ฮากระจาย

คอนเซ็ปต์คือ การตามหาเงาเสียงที่เหมือนศิลปินต้นฉบับ โดยมีผู้เข้าแข่งขันมาประชันเงาเสียงมากขึ้นถึงสัปดาห์ละ 7 คน ต่อ 1 ศิลปินต้นฉบับ และศิลปินก็จะเลือกเงาเสียงที่โดนใจที่สุด ซึ่งเป็นการ    ต่อยอดความสำเร็จจาก กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ที่ได้รับรางวัลรายการโทรทัศน์ที่มีเรตติ้งสูงสุดแห่งปี จึงมั่นใจได้ว่า ถูกอกถูกใจลูกค้ากลุ่มแมสทั่วประเทศอย่างแน่นอน

จริงอยู่ที่ว่า เอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ลักษณะนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการ แต่นี่คือตัวอย่างของการทำ Customized คอนเทนต์วีดิโอ ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบการคิดใหม่ทั้งกระบวนการ ถูกดีไซน์รูปแบบรายการและการตัดต่อใหม่ ให้ฟิตพอดีกับการเปิดดูบนมือถือโดยเฉพาะ และเข้ากับพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัลที่นิยมรับชมแบบ Video On Demand

ais play 5 re

อินไซต์แนวคิดเอไอเอส ทำไมต้องทำวีดิโอให้คนดูฟรี!

“ปัจจุบัน คนใช้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อเน็ต เพื่อเข้าดูคอนเทนต์ประเภทวิดีโอ มากกว่า 60% และกว่า 80% นิยมเลือกชมคอนเทนต์แบบ Video On Demand เมื่อไรก็ได้ที่ตนต้องการ ไม่ได้ยึดติดกับเวลาออกอากาศ หรือถ่ายทอดสดเหมือนเช่นที่ผ่านมา เมื่อเรามองเห็นพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาตลอด สิ่งที่เราทำคือ เป็นผู้กำหนดตลาด และ Guide ให้ทั้งอุตสาหกรรมที่อยู่ใน Digital Ecosystem นี้ เห็นโอกาส และเติบโตไปพร้อมๆ กัน ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่ดึงดูดให้คนเลือกดูหรือไม่ดูอะไรนั้น ไม่ได้อยู่แพลตฟอร์ม แต่หัวใจอยู่ที่คอนเทนต์ ไม่ว่าบนแพลตฟอร์มอะไรก็ตาม “Content is the King” ดังนั้น เราจึงต้องสร้างความแตกต่างเรื่องคอนเทนต์ในแง่มุมต่างๆ เพื่อจูงใจผู้ใช้มือถือทั้งในและนอกเครือข่ายให้เข้ามาใช้บริการ ด้วยการสรรหาคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์และจับใจคนให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น กีฬา, ภาพยนตร์, วาไรตี้,    ซีรีย์, คอนเสิร์ต ถึงแม้แพลตฟอร์มวีดีโอจะไม่ได้สร้างรายได้ทางตรงให้บริษัท แต่ก็กลับมาทางอ้อม เช่น การใช้ดาต้า รวมถึงการติดตั้งอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ของเอไอเอส”

“สำคัญกว่านั้น ปรากฎการณ์นี้ บอกให้เรารู้ถึง Destination ของคนยุคปัจจุบัน ที่มีจุดนัดพบกันทั้งบน Offline และ Online อย่างอีเวนท์คอนเสิร์ต แน่นอนว่า ต้องเป็นคนที่เป็นแฟนพันธุ์ เค้าจะอยากร่วมอยู่ในบรรยากาศอีเวนท์ที่เกิดขึ้นจริง แบรนด์ก็ต้องเข้าไปร่วม Engage ทำกิมมิค event marketing กันไป ส่วนจุดนัดพบบน Online ด้วยเทคโนโลยีและความเร็วของเครือข่าย ทำให้เกิด Engage ได้มากกว่า เช่น ทำมุมกล้องพิเศษให้เลือกดูได้หลากหลาย, ทำ Interactive ได้, Insert content เพิ่มได้ ซึ่งล้วนแต่เป็นโจทย์ของแบรนด์ที่ต้องเข้าถึงผู้บริโภคไม่ว่าจะบนแพลตฟอร์มอะไร” ปรัธนา ลีลพนัง แม่ทัพการตลาด เอไอเอส