ส่องโชว์รูมแห่งใหม่ของ Tesla ในซานฟรานซิสโก เจาะแผนขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสู่คนรุ่นใหม่

0

Tesla_SF

Tesla Motors Inc. กำหนดวันที่เปิดโชว์รูมใหม่แห่งสำคัญของแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือในปีหน้า โดยจะเป็นโชว์รูมที่มีทั้งการขายและบริการอื่นๆ ในซานฟรานซิสโก ตลาดสำคัญของแบรนด์ เพื่อเป็นสถานที่ในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่าง Model 3

Tesla มีสำนักงานใหญ่อยู่ใน Palo Alto แต่ก็ตัดสินใจที่จะตั้งโชว์รูมขนาดใหญ่ในซานฟรานซิสโกซึ่งเป็นโชว์รูมแรกของแบรนด์ในเมืองนี้ เมืองที่ประชากรหนึ่งในห้าไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเองและใช้บริการรถสาธารณะอย่าง Uber เป็นส่วนใหญ่ ทั้งยังเป็นเมืองบ้านเกิดของ Chevrolet อีกด้วย

“การจอง Model 3 ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนเมือง” Jon McNeill, Tesla’s president กล่าว “และที่เราเลือกทำเลนี้เพราะ Bay Area คือบ้านของเราอย่างแท้จริง”

Tesla กำลังขยายศูนย์บริการและจัดจำหน่ายออกไปอย่างกว้างขวาง โดยตั้งเป้าไว้ที่ 500,000 คันต่อปีภายในปี 2018 เพิ่มขึ้นประมาณ 10 เท่าจากปีก่อน โดยตอนนี้มีศูนย์จัดจำหน่ายอยู่ประมาณ 260 แห่งทั่วโลก ที่ใหญ่ที่สุดอยู่ใน Oslo, Norway และมีแผนจะมีเพิ่มให้ได้ถึง 300 แห่งก่อนสิ้นปีนี้ และ 440 แห่งภายในปี 2017 ช่วงที่เริ่มส่งมอบ Model 3

Tesla ส่งจดหมายฉบับล่าสุดถึงผู้ถือหุ้นว่าจะดำเนินเร่งการเปิดสาขาให้รวดเร็วที่สุดเฉลี่ย 4 วันต่อหนึ่งแห่งภายในปีนี้ “เราจะเปิดศูนย์ใหม่ในตลาดที่คึกคักอย่าง ไทเป โซล และเม็กซิโก และเพิ่มศูนย์ให้มากขึ้นในตลาดหลักของเราอย่างแคลิฟอร์เนีย”

ยิ่งไปกว่านั้นหากการประมูลเข้าร่วมกลุ่มบริษัท SolarCity Corp. ได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นทั้งสองฝ่าย เพื่อขยายไลน์สินค้าไปสู่หลังคาบ้านที่ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์มาเลย ศูนย์บริการของเทสล่าก็จะกลายเป็นศูนย์รวมทั้งเรื่องรถ จุดชาร์ตสำหรับรถที่ใช้ไฟฟ้า และหลังคาบ้าน โซล่า Powerwall home batteries 

โดยศูนย์ใหม่นี้จะตั้งอยู่ที่ Van Ness Avenue ถนนอีกเส้นที่ถัดมาจาก British Motor Cars ผู้จำหน่ายอิสระที่ขายรถหลายแบรนด์อย่าง Land Rover, Jaguar, Bentley และ Lamborghini “Van Ness Avenue เป็นทำเลแห่งรถยนต์ของซานฟรานซิสโก มันอยู่ใจกลางเมือง เป็นจุดลงทางด่วนเมืองคุณขับมาจาก Silicon Valley ดังนั้นมันจึงเหมือนเป็นทำเลทองของการคมนาคม”

ปัจจุบัน Tesla มีรถสองรุ่นที่กำลังได้รับความนิยมคือ  Model S sedan และ Model X sport โดยมีแผนจะส่งมอบรถให้ได้ 50,000 คัน เพื่อให้ได้ยอดรวม 79,000 คันสำหรับปีนี้

Source

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM