9 เรื่อง ของ “UNIQLO ONLINE STORE” ในประเทศไทย อยู่ที่ไหนก็ซื้อเสื้อผ้ายูนิโคล่ได้ 24 ชั่วโมง

0

Uniqlo_Online-Hed

ดูเหมือนว่าเลข “9” จะเป็นเลขที่มีความหมายกับ UNIQLO ซะเหลือเกิน เริ่มจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับผู้บริโภคคนไทยในวันที่ 9 เดือน 9 เมื่อเกือบ 5 ปีที่แล้ว หรือเปิดตัวคอลเลกชั่นพิเศษในวันที่ 9 อยู่เสมอ และมาครั้งนี้เมื่อต้องการจะเปิด “UNIQLO ONLINE STORE” บริษัทแฟชั่นจากญี่ปุ่น ก็เลือกเอาวันที่ 29 กรกฎาคม เป็นฤกษ์ดี ที่ระฆังเคาะเวลา 00.01 น. เริ่มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ดังนั้น เนื่องในโอกาสดังกล่าว Brand Buffet ขอรวบรวมเอา 9 เรื่องของ “UNIQLO ONLINE STORE” มานำเสนอ ดังนี้

1. การเปิดตัว “UNIQLO ONLINE STORE”  ก็เผื่อตอบโจทย์ด้านกลยุทธ์หลัก 4 ด้าน ตามคอนเซ็ปท์ MADE FOR ALLของ UNIQlO ประกอบด้วย 1. Location ปัจจุบันยูนิโคล่มีทั้งหมด 32 สาขา อยู่ใน 9  จังหวัด ครอบคลุมประชากรจำนวน1 ใน 3 ของประเทศไทย แต่การเปิดออนไลน์ จะทำให้ผู้บริโภคที่เหลือสามารถเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น 2. Product การวางจำหน่ายสินค้าหน้าร้านอาจจะมีข้อจำกัดเรื่องของสต็อคของ ทำให้ไม่มี สี, ไซส์ หรือไซส์พิเศษ เช่น XXS, XXL แต่ช่องทางออนไลน์จะมีไซส์พิเศษเหล่านี้ 3. Payment ปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อขายสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทยยังมีความไม่ไว้วางใจการใช้งานบัตรเครดิตอยู่ ร้านค้าออนไลน์ของยูนิโคล่จะมีทั้งระบบการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต และ Cash on Delivery รับเงินสดเมื่อไปส่งสินค้า ควบคู่กันไปด้วย 4. Guarantee ความพึงพอใจ ในสินค้าและบริการ มีการรับคืนสินค้า

2. ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ และหัวหน้าฝ่ายธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ยูนิโคล่ ตอบคำถามว่า ทำไมตอนนี้จึงเป็น Right Time ของการเปิดออนไลน์ สโตร์ในประเทศไทย ว่า

“กันยายนปีนี้ จะเป็นปีที่ยูนิโคล่อยู่ในประเทศไทยมาครบ 5 ปี ใน 2 ปีแรกเป็นการสร้าง Awareness ในกรุงเทพ และเขตเมือง ต่อมาเป็นการสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องในต่างจังหวัดและทั่วประเทศ ตอนนี้ผู้บริโภครู้จักเราดีพอแล้ว และลูกค้าค่อนข้างมากเข้ามาถามหาว่าเมื่อไหร่จะเปิดออนไลน์ พฤติกรรมผู้บริโภคก็ซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นในปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 2.1 ล้านล้านบาท และมีการเจริญเติบโตถึงร้อยละ 3.65 โดยสินค้าเพื่อความงามและแฟชั่นมีสัดส่วนการเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์สูงสุดถึง 42.6% เราจึงคิดว่านี่เป็น Timing ที่เหมาะสม”

3. ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่ 3 ในอาเซียนที่ยูนิโคล่เปิดออนไลน์ สโตร์ ต่อจาก สิงคโปร์ซึ่งเริ่มเมื่อปี 2557 และ มาเลเซีย ที่เริ่มเมื่อปีที่แล้ว และถือว่าเป็นประเทศที่ 12 ถ้านับทั่วโลก โดยออนไลน์ สโตร์ เริ่มต้นที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ 2555 แล้ว ตอนนี้ประเทศที่มีสาขาของยูนิโคล่แล้ว แต่ยังไม่มีการซื้อขายออนไลน์ เช่น ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, เบลเยี่ยม และรัสเซีย 

4. ระบบและรูปแบบของเว็บไซต์ นำมาจากญี่ปุ่นดังนั้น ในประเทศไทยจึงไม่ต้องลงทุนมากเพื่อพัฒนา เพียงแต่ Localize และรอดูเสียงตอบรับของผู้บริโภคทีเข้ามาใช้งาน ส่วนระบบการจัดส่งใช้บริการบริษัท Singapore Host ซึ่งมีสาขาในประเทศไทย โดยการันตีจัดส่งสินค้าภายใน 3 วันทำการ 

5. ยูนิโคล่ คาดหวังว่าในปี 2563 (ค.ศ.2020) ตัวเลขยอดขายทั่วโลกจะมาจากออนไลน์ 30% และจากสาขา 70% ในส่วนของประเทศไทยยังต้องรอดูผลตอบรับ แต่คาดการณ์ว่าเมื่อผู้บริโภคคุ้นเคยกับระบบแล้ว Basket Size หรือยอดจำหน่ายต่อการซื้อแต่ละครั้งจะสูงกว่าสินค้าในร้าน โดยสินค้ายอดฮิต เช่น สินค้าสำหรับผู้ชายอย่างกางเกงขาสั้น, เสื้อโปโล, เสื้อยืดและเสื้อเชิ้ต จะคล้ายคลึงกับยอดขายหน้าร้าน เพราะประเทศไทยมีความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลค่อนข้างน้อย

Uniqlo-Online-2

6. สาขาของยูนิโคล่ที่เป็น Flagship และมีสินค้ามากที่สุด มีอยู่ราว 4,000 ไอเท็ม แต่ออนไลน์ สโตร์จะมีสินค้ามากกว่านั้น เช่น สินค้าพิเศษที่จำหน่ายออนไลน์อย่างเดียว

7. ความท้าทายของการขายสินค้าออนไลน์ของยูนิโคล่ ก็คือ การนำบริการที่ได้มาตรฐานจากหน้าร้าน ไปสู่ออนไลน์ให้ได้ เพราะสิ่งที่ลูกค้าของยูนิโคล่คาดหวังและเคยชิน นอกเหนือจาก “สินค้า” แล้ว ยังมีเรื่องของ “บริการ” ด้วย

8.  ปกติยูนิโคล่จะจัดส่งสินค้าฟรีทั่วประเทศไทย สำหรับทุกยอดการสั่งซื้อ แต่จะมีค่าบรรจุภัณฑ์ 100 บาท โดยตั้งราคาสินค้าเท่ากับหน้าร้าน หรืออาจจะถูกกว่าถ้าหากมีโปรโมชั่น

9. โปรโมชั่นช่วงออนไลน์ สโตร์ ผ่านทาง www.uniqlo.com/thเช่น นำเสนอสินค้าคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ได้รับความนิยม รวมถึงสินค้าพิเศษที่จะมีวางจำหน่ายในช่องทางออนไลน์โดยเฉพา คอลเลคชั่น KAWS ซึ่งเกิดจากร่วมมือระหว่างยูนิโคล่กับ KAWS ศิลปินแนวสตรีทอาร์ทในการรังสรรค์เสื้อยืดที่มีคาแรคเตอร์แนว Companion ที่ขายดีและหมดภายในไม่กี่วัน กลับมาขายใหม่เฉพาะช่องทางออนไลน์ และจัดส่งสินค้าฟรีทั่วประเทศไทย สำหรับทุกยอดการสั่งซื้อ  และไม่คิดค่าบรรจุภัณฑ์สำหรับยอดที่มีสั่งซื้อสินค้าที่มีมูลค่ารวมตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป สำหรับรายการสั่งซื้อที่มียอดการซื้อรวมไม่ถึง 1,500 บาทจะมีค่าบรรจุภัณฑ์ 100 บาท