8 ข้อเท็จจริง ของการทำงานกับ PR

0

PR

Public Relations หรือ PR เป็นหนึ่งแผนกที่สำคัญในองค์กรในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับภาคีอื่นๆ ที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ การทำงานในวงการนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมไปถึงความยากง่ายในแต่ละรูปแบบของธุรกิจที่แตกต่าง

วันนี้เรามี 8 ข้อเท็จจริงหากคุณกำลังคิดจะจ้าง PR เก่งๆ มาดูแลจัดการภาพลักษณ์องค์กรของคุณ

  1. งาน PR ไม่ใช่แค่การส่งอีเมล

แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว นัก PR จำเป็นต้องมีคอนแทคเยอะ และทำงานกับพวกเขาเหล่านั้นให้ราบรื่นที่สุด เพราะหลายๆ ครั้งเรื่องราวที่แบรนด์อยากบอกกลับไม่ประสบความสำเร็จเพราะสำนักข่าวไม่ชอบแบรนด์เลยไม่ยอมกระพือข่าวให้แม้คอนเทนท์จะดีแค่ไหน แต่หลายๆ ครั้งแค่ข่าวจากแบรนด์เล็กๆ น้อยๆ กลับได้รับการกระจายกลายเป็นความสนใจในวงกว้างเพราะความช่วยเหลือจากสำนักข่าวที่เพียงแค่แมสเสจเฟซบุ๊คไปบอกพวกเขาด้วยความสัมพันธ์ที่สร้างกันมานานนั่นเอง

2. ต้องใช้เวลา

ถ้าคุณอยากให้องค์กรดังเป็นข่าวเปรี้ยงป้างในข้ามคืนจงลงโฆษณาไปซะ แต่ถ้าอยากจะเห็นผลลัพธ์ที่มีค่ากว่านั้นในระยะยาวจงคิดถึงการทำ PR แต่ต้องให้เวลากับมัน เพราะเวลาคือสิ่งสำคัญที่จะสร้างให้แบรนด์อยู่ในตลาดด้วยภาพลักษณ์อันดี แม้เรื่องราวของแบรนด์คุณจะยังไม่ได้อยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์วันนี้พรุ่งนี้ แต่ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่เกิดขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้น จงอดทน

3. PR ทำได้แค่พาม้าไปกินน้ำ

พวกเขากินน้ำแทนม้าไม่ได้ นั่นหมายถึงแม้คุณจะจ้างนัก PR แต่หน้าที่พวกเขาในส่วนของธุรกิจนั้นทำได้แค่ให้คำแนะนำกับคุณเพื่อให้คุณตัดสินใจและดำเนินการต่อ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแต่ทำได้เพียงแนะนำ เช่น หากคุณกำลังอยากจะโปรโมทเว็บไซต์เพื่อทำ E-commerce แต่เว็บไซต์ของคุณยังไม่สมบูรณ์ สิ่งที่นัก PR จะทำคือแนะนำให้คุณดำเนินการทำเว็บไซต์ให้สมบูรณ์โดยเขาอาจจะแนะนำเว็บดีไซเนอร์เก่งๆ ให้ เพื่อให้เว็บไซต์ออกมายอดเยี่ยมก่อนที่จะเริ่มการโปรโมท แต่หลังจากที่แนะนำแล้วก็เป็นส่วนของเจ้าของธุรกิจที่จะตัดสินใจต่อไปว่าจะทำตามหรือไม่

4. งาน PR ไม่เคยหยุด

เพราะงานข่าวเป็นงานดำเนินตลอดเวลา นัก PR จึงไม่เคยหยุดทำงาน ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือวันลาอะไรก็ตาม พวกเขาก็จำเป็นต้องตามข่าวให้ทัน เพราะวงการข่าวช้ากว่าก้าวนึงก็อาจโดนทิ้งห่างไปไกล พวกเขาจึงต้องอัพเดตตลอดเวลา

5. นัก PR ต้องมีประสบการณ์และความสามารถเชื่อมโยงในสิ่งที่ทำ

สิ่งที่นัก PR ให้กับองค์กรนั้นเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ความสามารถรวมไปถึงประสบการณ์ที่สะสมมา หลายครั้งมันไม่ใช่เรื่องที่ใครก็ทำได้ แต่ต้องอาศัยกลยุทธ์ในการวางแผนเพื่อดำเนินการ เช่น ถ้าคุณมี Account Facebook หรือ Instagram ของแบรนด์แล้ว แต่คุณจะยังต้องการแบบแผนที่ดีในการโปรโมทโซเชียลมีเดีย หลายครั้งที่นัก PR แนะนำเแบรนด์แบบนี้และได้รับคำตอบอันน่าทึ่งว่าพวกเขาไม่ต้องการการ PR สำหรับ FB และ IG เพราะหลานตัวน้อยๆ ของพวกเขาสามารถช่วยดูแลแอคเคาท์เหล่านั้นได้ในเวลาว่าง

6. เงินที่จ่ายอาจไม่คุ้มกับสิ่งที่ได้

ข้อนี้สำคัญ หากคุณกำลังมองหาบริษัท PR สักเจ้าจงดูให้แน่ใจว่าพวกเขาจะทำอะไรให้คุณได้บ้าง อย่าหลงไปกับเว็บไซต์สวยๆ หรือออฟฟิศใหญ่โต นั่นไม่ได้การันตีว่าพวกเขาจะดำเนินงานให้คุณได้จนสำเร็จ หลายบริษัทไม่มีวินัยพอในการดูแลแอคเคาท์ลูกค้า เพราะหลังจากที่คุณจ่ายเงิน หน้าที่ในการดูแลภาพลักษณ์องค์กรของคุณจะลงไปอยู่กับพนักงานระดับล่างทันที เพราะฉะนั้นเลือกให้ดี หามืออาชีพที่คุณไว้ใจก่อนจ้างงาน

7. สิ่งใดปล่อยไปแล้ว ย่อมอยู่นอกเหนือการควบคุม

นัก PR ไม่ได้มีหน้าที่เขียนข่าวหรือทำสคริปต์รายการด้วยถ้อยคำที่สวยหรูให้คุณ สิ่งที่ทำได้คือทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณดูดี จนนักเขียนหรือนักข่าวทั้งหลายเชื่อ และพร้อมที่ช่วยเล่าเรื่องราวของคุณออกมาในทางที่ดี และหากพวกเขาไม่เชื่อหรือไม่ทำตามมันอยู่เหนือการควบคุม เช่นมีเคสหนึ่งที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการ PR สินค้าเด็ก ด้วยแคมเปญที่แบรนด์รณรงค์ให้พ่อแม่อ่านหนังสือให้เด็กฟังด้วยความเชื่อที่ว่าจะสามารถเสริมสร้างพัฒนาการเด็กได้ PR ของแคมเปญนี้ติดต่อไปยังนักรีวิวมากมายให้เขียนถึงประโยชน์ของสินค้าและแคมเปญ สิ่งที่เกิดขึ้นคือหนึ่งในนักเขียนที่ติดต่อไปมีลูกที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เธอไม่เชื่อเรื่องการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง เธอจึงไม่เขียนถึงแคมเปญนี้ นี่เป็นตัวอย่างของเคสที่ทั้งแบรนด์และนัก PR ไม่สามารถควบคุมได้

8. โฆษณาต้องมาพร้อมเรื่องราว

ในฐานะของเจ้าของธุรกิจและเจ้าของสินค้า แน่นอนคุณต้องบอกว่าสินค้าของคุณดี มันต้องขายได้ แต่เจ้าของธุรกิจอื่นๆ ก็เชื่อเช่นเดียวกับคุณว่าสินค้าของพวกเขาก็ดีเช่นกัน ดังนั้นหากอยากได้พื้นที่สื่อดีๆ คุณต้องมีอะไรมากกว่าคำว่าสินค้าดี ถ้าคิดไม่ออกลองขอคำปรึกษาจากนัก PR เก่งๆ สักคนดูสิ

Source

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM

Credit Photo: NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand