เอ็ม บี เค กรุ๊ป เปิดบ้านโชว์ผลประกอบการพุ่งกว่า 21% สร้าง‘แชร์เซอร์วิส’ เพิ่มขีดความสามารถของทุกกลุ่มธุรกิจ พร้อมลุยปั้นแบรนด์แห่งความสุข [PR]

k. suwet

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป โชว์ผลประกอบการปี 2558 สูงถึง 12,213 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 21% พร้อมเผยแนวทางการปั้นแบรนด์ ปี 2559 ด้วยแบรนด์ ดี เอ็น เอ

ตอกย้ำการเป็นองค์กรแห่งความสุขที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เพื่อสร้างประสบการณ์แห่งความสุขรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้บริโภคในทุกจุดบริการ ขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นในการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถด้านงานสนับสนุน โดยวางรากฐานให้บริษัทแม่เป็นศูนย์กลาง ‘แชร์เซอร์วิส’ (Shared services) ครบวงจร เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารงานของทุกบริษัทภายใต้เครือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ในปี 2558 เอ็ม บี เค กรุ๊ป มีผลประกอบการรวมกว่า 12,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 เป็นจำนวน 2,133 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 21% ซึ่งเป็นผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของธุรกิจต่างๆ ในเครือ โดย 3 อันดับแรกของธุรกิจที่สร้างผลประกอบการสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจอาหาร และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตามลำดับ”

สำหรับในปี 2559 นี้ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ได้วางกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจไว้ ดังนี้

– Service การสร้างมาตรฐานการบริการ เพื่อมอบคุณค่าที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภค โดยพัฒนาระบบ CRM ให้เชื่อมโยงครบทุกกลุ่มธุรกิจ สำหรับศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าในเชิงลึก เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค

– Statistic การรักษาอัตราการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการบริหารสัดส่วนของธุรกิจในเครืออย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนให้แก่บริษัทสูงที่สุด อันได้แก่ ธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจอาหาร และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

– Synergy ผลักดันให้ทุกบริษัทในเครือบริษัทมีการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันในทุกด้าน ทั้งในด้านกลยุทธ์และระบบการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถขององค์กรในงานด้านสนับสนุน เพื่อลดต้นทุน และปรับปรุงระบบงานของ Back Office โดยการบริหารจัดการ เพื่อวางรากฐานสู่การเป็นศูนย์กลาง ‘แชร์เซอร์วิส’ ให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในด้านการแข่งขัน

– Strong Brand DNA การสร้าง ดี เอ็น เอ ที่แข็งแกร่ง ซึ่งประกอบด้วย Memorable (สร้างความทรงจำแห่งความสุข) Best Friend (เพื่อนแท้ที่เข้าใจ พร้อมช่วยเหลือทุกเวลา) Keys (ทางออกที่ตอบทุกโจทย์ความต้องการ) และ Passion (ทุ่มเททำด้วยหัวใจ) โดย MBK Passion จะนำไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และการบริการ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้แก่ แบรนด์ เอ็ม บี เค กรุ๊ป

จากกลยุทธ์ดังกล่าวข้างต้น นำมาสู่ทิศทางการลงทุนในแต่ละกลุ่มธุรกิจภายใต้เครือเอ็ม บี เค กรุ๊ป โดยมีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นกว่า  2 พันล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนหลักในกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกับการลงทุนในระบบส่วนกลาง ด้านเทคโนโลยี และงานสนับสนุน เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการงานพื้นฐานร่วมกันระหว่างกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและเสริมสร้างการบริการเพื่อมอบประสบการณ์แห่งความสุขให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้ ยังลงทุนกับการสร้างระบบการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ให้เชื่อมโยงกับทุกธุรกิจภายใต้เครือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป รวมทั้งการลงทุนในด้านการสร้างแบรนด์ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ให้แข็งแกร่ง และการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่า เอ็ม บี เค กรุ๊ป เป็นองค์กรแห่งความสุขที่มีความอบอุ่น แข็งแรง และยั่งยืนอย่างแท้จริง นำไปสู่การเป็น Employer of Choice และเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคหลงรัก

นอกจากนี้ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และกลยุทธ์ทางการตลาด ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มธุรกิจมากยิ่งขึ้น อาทิ การพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ในศูนย์การค้าเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากขึ้น การเปิดธุรกิจไทม์แชร์ (Time Share) ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวรวมถึงการสร้างแบรนด์โรงแรมใหม่ การขยายฐานลูกค้าของธุรกิจกอล์ฟ โดยการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับสนามกอล์ฟชั้นนำในต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจอาหารยังคงมุ่งเน้นการเป็น Food Solution พร้อมด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ที่ดีต่อสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค สำหรับธุรกิจการเงิน มุ่งเน้นทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้น โดยมีนโยบายการให้สินเชื่อ การพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อที่ยืดหยุ่นเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าตามสถานการณ์ในปัจจุบัน ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ทางบริษัทกำหนดไว้ ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ วางแผนเปิดโครงการในแนบราบและแนวสูงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ โครงการบ้านจัดสรร ‘ปาร์ค ริเวอร์เดล’ และ ‘ริเวอร์เดล เรสซิเดนซ์’ และคอนโดมิเนียมใกล้กับศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์

“ในปีนี้ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์แห่งความสุขให้แก่ผู้บริโภค โดยคาดว่าบริษัทจะมีผลกำไรเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นผลจากการทุ่มเทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของส่วนกลาง การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ และการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อให้ เอ็ม บี เค กรุ๊ป เป็นบ้านหลังใหญ่ที่อบอุ่นมั่นคงของคนเก่งและคนดี ที่มีการบริหารงานอย่างโปร่งใส มีผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบโจทย์ความสุขให้แก่ผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการเติบโตที่ยั่งยืน” นายสุเวทย์ กล่าวปิดท้าย

นอกจากนี้ นายสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “ในปีที่ผ่านมา ผลประกอบการรวมของธุรกิจศูนย์การค้าอยู่ที่ 4.1 พันล้านบาท โดยมาจากศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์สูงถึง 2.8 พันล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ได้ลงทุนปรับปรุงศูนย์การค้าภายนอก ได้แก่ สกายวอล์ค (Skywalk) เชื่อมตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ บริเวณถนนพญาไท  เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ไปสิ้นสุดที่ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงภายในศูนย์การค้า บริเวณชั้น 5 โซน D เป็นโซน ‘Outlet in Town’ เพื่อดึงดูดลูกค้า และเป็นทางเลือกใหม่ในการช็อปปิ้งสินค้าแฟชั่นในราคาพิเศษให้แก่ลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่วนในบริเวณชั้น 6 โซน A ได้เพิ่มโซนร้านอาหารเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยใช้ชื่อโซนว่า The Foodies ทั้งนี้ ทาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังทยอยปรับปรุงโซนอื่นๆ อีกในปีนี้ โดยใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นกว่า 4 พันล้านบาท”

ในปีที่ผ่านมา ถึงแม้มีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบในด้านการท่องเที่ยว และมีการปรับปรุงพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกศูนย์การค้า แต่ เอ็ม บี  เค เซ็นเตอร์ ยังคงมีผู้เข้าใช้บริการอย่างเนืองแน่น โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยวันละ 1 แสนราย โดยสัดส่วนลูกค้าเป็นชาวไทย 40% และชาวต่างประเทศ 60% โดยมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุดได้แก่ อินเดีย เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ และออสเตรเลีย ตามลำดับ

สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดของเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ในปี 2559 เรายังคงจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างหลากหลายเพื่อสร้างสีสันให้แก่ศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิจกรรม Signature Event อย่าง MBK Center Fight Night การแข่งขันศิลปะแม่ไม้มวยไทย และ MBK Center Tattoo Contest การเฟ้นหาสุดยอดรอยสักและช่างสักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  การจัดกิจกรรมโปรโมชั่น และกิจกรรมตามเทศกาลตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ยังเน้นการทำการตลาดออนไลน์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความสนใจของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน รวมทั้งการสื่อสารการตลาดแบบบอกต่อ (Word-of-mouth) โดยยกระดับการให้บริการเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งในขณะนี้ ทางศูนย์การค้าได้ดำเนินการสร้าง ทัวริสต์ เลานจ์ (Tourist Lounge) ที่ชั้น 5 สำหรับบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และบอกต่อความสุขจากการใช้บริการในศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และการจัดโรดโชว์ (Road show) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสอดรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน (AEC)

นอกจากกลยุทธ์ด้านการตลาดที่มาสร้างสีสันให้ลูกค้ามาจับจ่ายใช้สอยที่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตลอดทั้งปีแล้ว ในปีนี้ ยังมีการเปิดโซนใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 โซน ได้แก่ เอาท์เลต อิน ทาวน์ (Outlet in town) และ เดอะ ฟู้ดดี้ส์ (The Foodies) ที่จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดและสร้างความคึกคักให้แก่ศูนย์การค้า

– เอาท์เลต อิน ทาวน์ (Outlet in town) เป็นเอาท์เลตแห่งแรกและแห่งเดียวใจกลางเมือง ศูนย์รวมสินค้าแฟชั่นไทยและต่างประเทศถึง 60 แบรนด์ บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร พร้อมราคาสุดพิเศษที่ลดสูงสุดถึง 90% อาทิ ESP, Von Dutch, FLab, F Fashion, Esprit, Bossini, Gap, Puma, Nike, Adidas, Lacoste, Roxy, Quiksilver, DC, Era-Won, Guy Laroche, Anne Bra และอีกกว่า 40 แบรนด์ ที่อยู่ระหว่างการเปิดให้บริการ

– เดอะ ฟู้ดดี้ส์ (The Foodies) ศูนย์รวมร้านอาหารคาว-หวานชื่อดัง อาทิ BONCHON CHICKEN, คัตสึยะ, สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน, ฟูจิโอะ, HOLLYS COFFEE และ Yenly Yours Dessert เป็นต้น ที่พร้อมเสิร์ฟความสุข ทุกรสชาติความอร่อย

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 พฤษภาคม 2559  เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้จัดแสดงการประดับไฟด้วยแผงไฟ LED ขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 10 เมตร ยาวกว่า 18 เมตร ริมถนนฝั่งลาน เอ็ม บี เค อเวนิว เพื่อสร้างสีสันยามค่ำคืน และเป็นจุดถ่ายภาพสำหรับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

“จากทิศทางการดำเนินธุรกิจ และกลยุทธ์การตลาดที่จะเกิดขึ้น ในปี 2559 เราคาดว่าจะมีจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายใน เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เพิ่มขึ้น ประมาณ 10% หรือกว่า 110,000 คน/วัน และมีลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน รวมถึงดึงดูดให้แบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเปิดร้านในศูนย์การค้าฯ เพิ่มขึ้นด้วยซึ่งจะส่งผลให้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีผลประกอบการสูงขึ้น 5% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท” นายสมพล กล่าวปิดท้าย

เอ็ม บี เค กรุ๊ป “ความสุขของทุกวัย: Happiness for All” www.mbkgroup.co.th

k.samapon