โฉมใหม่ “อิเซตัน” ทุ่มพันล้าน แปลงโฉมห้างครั้งใหญ่ “ที่นี่ คือ ญี่ปุ่น”

ISETAN Food Market Meat & Fish Market2

อิเซตัน” (Isetan) รุกศึกค้าปลีกส่งท้ายปี ประกาศรีโมเดลห้างครั้งใหญ่ด้วยงบ  1 พันล้านบาททั้งห้าง  โดยใช้ 200 ล้าน ปรับพื้นที่ชั้น 5  เป็นจุดแข็งใหม่เปลี่ยนจากฟู้ดฟลอร์ (Food Floor) เป็น “วะโชกุ แกลเลอรี่ (WASHOKU GALLERY)” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “this is japan.” สนองความต้องการของลูกค้านักช้อป ชูจุดขายนำเข้าสินค้าและบริการส่งตรงจากญี่ปุ่นครั้งแรกในไทยแบบเอ็กซ์คลูซีฟ บริษัทแม่เตรียมเดินหน้าขยายธุรกิจ ส่งแบรนด์ไอคอน “เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty) กระตุ้นบรรยากาศจับจ่ายกวาดยอดขาย พร้อมจัดงานแถลงข่าวการเปลี่ยนโฉมหน้าห้างอิเซตันครั้งสำคัญ โดยได้รับเกียรติจาก มร. ทาคาคิ อะคูเนะ ประธานบริษัท และมร. ฮิโรยูกิ โยชิดะ ผู้จัดการทั่วไป  บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมพูดคุย ในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ที่ ชั้น 3 ลานอีเดน ศูนย์การเซ็นทรัลเวิลด์

มร. ทาคาคิ อะคูเนะ (Mr.Takaki Akune) ประธานบริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ห้างสรรพสินค้าอิเซตันขยายตลาดมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเข้ามาดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2535 ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สี่แยกราชประสงค์ ได้รับการอุดหนุนจากลูกค้าชาวไทยอย่างดีและต่อเนื่องจนย่างเข้าสู่ปีที่ 23 ในปีนี้ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก  ทั้งโครงสร้างการคมนาคม การพัฒนาเขตที่อยู่อาศัยบริเวณชานเมือง และการขยายตัวของเมืองหลวงที่กว้างใหญ่ขึ้น ซึ่งทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้อาศัยที่อยู่ในช่วงวัยกลางคนอายุ 30-40 ปี ถึงแม้จะให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ภายในครอบครัวหรือวิถีชีวิตแบบไทยดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่ในอดีต แต่มีความสุขและสนุกสนานกับวิถีชีวิตยุคใหม่ในเมืองหลวงเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน ตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2556 ชาวไทยได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศญี่ปุ่นในระยะสั้นได้ไม่เกิน 15 วัน โดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าทำให้มีชาวไทยไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น ได้สัมผัสสินค้าและบริการของร้านค้าในประเทศญี่ปุ่นกลับมา ทำให้มีลูกค้าจำนวนมากเรียกร้องว่าต้องการร้านค้าในรูปแบบเดียวกับห้างสรรพสินค้าอิเซตันในประเทศญี่ปุ่น’

“ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ศึกษาและวางแผนรีโมเดลห้างสรรพสินค้าอิเซตันครั้งใหญ่  เพื่อสร้างบรรยากาศห้างในรูปแบบเดียวกับห้างสรรพสินค้าอิเซตันในประเทศญี่ปุ่น นำกลยุทธ์รีโมเดลที่เรียกว่า ‘บรรยากาศแวดล้อม สินค้า และทัศนียภาพ (Environment, Merchandise and Scene)’มาปฏิบัติใช้จริง ซึ่งจะเปิดดำเนินการตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป โดยจะรีโมเดลพื้นที่ชั้น 5 Food Floor หรือชั้นสำหรับจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด พื้นที่รวม 3,500 ตารางเมตร และใช้ชื่อใหม่ว่า วะโชกุ แกลเลอรี่ (WASHOKU GALLERY)” ประธานบริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ด้าน มร. ฮิโรยูกิ โยชิดะ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อลูกค้าต้องการผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณภาพคัดสรร ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าจากการจัดแสดงสินค้าที่เข้าใจง่ายและมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำวิธีการใช้ ที่สำคัญ อิเซตันจัดเตรียมสินค้าอย่างเพียบพร้อมครบครัน ลูกค้าชาวไทยที่เคยแวะเยี่ยมเยียนอิเซตันประเทศญี่ปุ่นจะต้องประทับใจในจุดนี้อย่างแน่นอน

วะโชกุ แกลเลอรี่ (WASHOKU GALLERY) มีคอนเซ็ปต์สำคัญคือ “this is japan.”  โดยยกระดับสินค้าและบริการ เพื่อสร้าง 4 องค์ประกอบหลัก คือ สร้างความสนุกสานกับการกินและดื่ม(Eat) สนุกสนานกับการทำอาหาร(Cook) สนุกสนานกับวัฒนธรรมใหม่ๆของญี่ปุ่นผ่านอาหาร(Joy)และการหาของขวัญสำหรับวันพิเศษ(Gift) แบบต้นตำรับญี่ปุ่นแต่ไม่ต้องไปถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอิเซตันจะลดความแตกต่างด้านราคาของสินค้าที่นำเข้าจากญี่ปุ่นกับสินค้าที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

สำหรับสินค้าคอนเซ็ปท์ “this is japan.” ประกอบด้วย กลุ่มแบรนด์ของคนญี่ปุ่นและแบรนด์ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นมาประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะที่อิเซตันแห่งเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ มีแบรนด์อาหารญี่ปุ่น-ยุโรป 9  ร้าน แบรนด์ขนมญี่ปุ่น 4 ร้าน แบรนด์ขนมตะวันตก 10 ร้าน และจัดโซนฟู้ดคอร์ต(Food Court) อาหารญี่ปุ่น ซึ่งประกอบด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังอีก 7 ร้าน

ด้านการบริการนั้น อิเซตันได้จัดระบบการทำงานกับบริษัทอาหารของญี่ปุ่น โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นเข้ามาให้คำแนะนำแก่ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสความเป็นมืออาชีพของผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นจากหลากหลายสถานที่ อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำชาในช่วงเก็บเกี่ยวชาใหม่ประจำฤดูกาล หัวหน้าคนหมักเหล้าจากโรงหมักเหล้าทั่วประเทศ หรือคนแล่ซาชิมิสดๆ จากปลาที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น

this is japan. เป็นคอนเซ็ปต์ที่บริษัทแม่ในญี่ปุ่นต้องการนำเสนอความดีงามของญี่ปุ่นไปทั่วโลกตั้งแต่สินค้าตลอดจนถึงบริการ ซึ่งถือเป็นหลักการวางแบรนด์ กลยุทธ์การตลาดและการสร้างร้านค้าใหม่ของเครือ
มิตซุโกชิ อิเซตัน กรุ๊ป (MITSUKOSHI ISETAN GROUP)”

นอกจากนี้ ในการสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ให้ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวแบรนด์ไอคอน เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty)” คาแรคเตอร์อันโด่งดังที่แสดงออกถึงความน่ารักของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้คนทั่วโลก โดยแบรนด์ไอคอน “Hello Kitty” นี้จะเข้ามาสร้างสีสันทั่วทั้งห้างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยมี การจัดทำของที่ระลึกและสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะชาวไทยให้เก็บสะสม เช่น บัตรสมาชิกลาย Hello Kitty และ ถุงกระดาษ Hello Kitty เป็นต้น

ล่าสุด ห้างสรรพสินค้าอิเซตันเริ่มประชาสัมพันธ์แผนเปิดตัวแบรนด์ไอคอนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก ชื่อว่า “IsetanThailand” และจุดต่างๆ ในห้าง เพื่อสื่อสารแคมเปญนี้ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม ศกนี้

สำหรับสินค้าที่วางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าอิเซตัน แบ่งเป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น 40% และสินค้าในไทย 60% โดยจะเพิ่มสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีจำหน่ายเฉพาะอิเซตันเท่านั้นให้มากขึ้นด้วย

หลังจากการรีโมเดลแล้วเสร็จ คาดว่าจะมีปริมาณลูกค้าเข้าห้าง 2 ล้านคนในปี พ.ศ. 2559 โดยแบ่งเป็นอัตราส่วน 2:1 ในวันธรรมดาและวันหยุด และคาดว่าจะช่วยผลักดันให้ยอดขายรวมเติบโต 170% จากยอดขายในปี พ.ศ. 2556

WASHOKU GALLERY_SOUZAI2

Conceptual Design package2 ISETAN Food Market _Bird View2  003. มร. ฮิโรยูกิ โยชิดะ, มร. ซึโยชิ โทเนกาวะ, มร. ทาคาคิ อะคูเนะ, 2

เตรียมพบกับ“ WASHOKU GALLERY” ได้ที่ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน แอท เซ็นทรัลเวิลด์ (ISETAN @CentralWorld) และติดตามข่าวสารพร้อมรายละเอียดกิจกรรมและโปรโมชั่นได้ที่ www.facebook.com/IsetanThailand หรือ โทร. 02 255 9898-9