10 เรื่องพลาดอย่างแรง คนทำเพจ Facebook ควรหลีกเลี่ยง

facebook mistake

หลายคนคิดว่าการเปิดเพจเฟซบุค (Facebook Page)เป็นเรื่องง่ายๆ เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ใช้เฟซบุค แค่อัพรูปสวยๆ โพสต์ข้อความโดนๆ เดี๋ยวก็มีคนมากดไลค์ มาฟอลโลว์เราเอง ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดอย่างนั้นอยู่ คุณคิดผิดแน่ๆ เพราะในความเป็นจริงแล้วมีเพจเกิดใหม่เพียงแค่น้อยนิดเท่านั้นที่สามารถแจ้งเกิดเป็นเพจยอดนิยมได้ แล้วอะไรล่ะคือสาเหตุที่ทำให้เพจเกิดใหม่ส่วนใหญ่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน Brand Buffet จะพาคุณไปค้นหาข้อผิดพลาดที่พื้นฐานคนทำเพจควรหลีกเลี่ยง 10 ประการเพื่อไม่ให้เพจเฟซบุคเปิดใหม่ของคุณกลายเป็นดาวดับ

1. เป็นผู้พูดอยู่ฝ่ายเดียว

หากคุณเอาแต่บอกเล่าเรื่องราวของคุณอยู่ฝ่ายเดียวแสดงว่าคุณลืมไปว่าตัวเองกำลังสื่อสารผ่าน Facebook อยู่ เพราะการสื่อสารทางเดียวนั้นใช้กับสื่อโทรทัศน์หรือนิตยสาร คุณต้องเข้าใจซะก่อนว่า Social Media นั้นถือกำเนิดขึ้นเพื่อการสื่อสารโต้ตอบระหว่างกลุ่มผู้ใช้งาน หากคุณอยากจะให้แฟนเพจสนใจเรื่องราวของคุณ คุณก็ต้องสนใจในสิ่งที่แฟนเพจบอกคุณและพูดคุยโต้ตอบกับพวกเขาด้วย

2. ไม่ทำตามกฏระเบียบของ Facebook

ก่อนที่จะเปิดเพจ Facebook คุณจะต้องคลิกปุ่มยอมรับที่จะปฏิบัติตามกฏกฏยิบย่อยมากมายหลายข้อไล่ตั้งแต่การตั้งชื่อเพจให้สอดคล้องกับเนื้อหา รายละเอียดของเนื้อหาที่สามารถโพสต์ลงเพจได้  การโฆษณาผ่านเฟซบุค ไปจนถึงการทำโปรโมชั่นกับลูกค้าผ่านเฟซบุค อย่าเพิ่งรีบกดยอมรับจนลืมอ่านล่ะ คุณจำเป็นต้องศึกษากฏระเบียบของ Facebook ให้เข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะเปิดเพจจะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง

3. ไม่ทุ่มเทเวลาให้

หากคุณคิดว่าแค่เปิดเพจขึ้นมา โพสต์นู่นโพสต์นี่นิดๆ หน่อยๆ แล้วคนจะมาสนใจกดติดตามเองคุณคิดผิดถนัด การจะทำเพจเฟซบุคให้ประสบความสำเร็จต้องมีการวางแผนการตลาดอย่างละเอียด คุณจึงจำเป็นต้องทุ่มเททั้งเวลาและแรงกายแรงใจเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้

4. เนื้อหาน่าเบื่อ

คุณอาจสงสัยว่าทั้งๆ ที่คุณทุ่มเทเวลาไปกับการสร้าง content ต่างๆ ให้เพจของคุณอย่างเต็มที่แล้วทำไมยอดไลค์กลับไม่กระเตื้องซักที นั้นเป็นเพราะว่า content ของคุณอาจดีแต่ไม่น่าสนใจ คุณตวรสร้าง content ที่มีความแตกต่างและนำฟีเจอร์ต่างๆ ของ facebook เช่น การโพสต์รูป โพสต์วิดีโอ การติดแท็ก การสร้างอีเว้นท์ การ invite ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์

5. ขาดการวิเคราะห์ข้อมูล

คุณควรนำยอดตัวเลขต่างๆ เช่น ยอดวิว จำนวนไลค์ จำนวนคนติดตาม จำนวนคนที่พูดถึง จำนวนคอมเม้นต์ จำนวนวิวต่อจำนวนยอดการสั่งซื้อ ช่วงเวลาที่คนคลิกไลค์เยอะและข้อมูลอื่นๆ  ที่เกิดขึ้นในเพจของคุณมาวิเคราะห์และประเมินผลเพื่อให้รู้ว่าแผนกลยุทธ์การตลาดที่คุณได้ทำไปให้ผลสำเร็จมากแค่ไหน

6. ไม่มีกลยุทธ์ด้านการตลาดที่แน่ชัด

การทำการตลาดที่ปราศจากกลยุทธ์ก็เหมือนกับการทำธุรกิจโดยปราศจากการวางแผน กลยุทธ์คือแผนการที่จะนำมาคุณไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มทำเพจคุณควรรู้ว่าอะไรคือเป้าหมายที่คุณต้องการจากการทำการตลาดทางเฟซบุค  จำนวนผู้ติดตามที่คุณต้องการเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายในการสื่อสาร รวมทั้งวิธีการที่คุณจะใช้เพื่อดึงดูดให้คนหันมากดติดตามคุณ หากคุณทำเพจแบบสะเปะสะปะโดยขาดซึ่งเป้าหมายและกลยุทธ์แล้วแน่นอนว่าเพจของคุณก็จะประสบความสำเร็จน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

7) ไม่สนใจเรียนรู้เครื่องมือต่างๆ ของ facebook

Facebook มีเครื่องมือที่เป็นประโยชน์และลูกเล่นที่หลากหลายกว่าที่คุณคิด เครื่องมือเหล่านี้ได้จัดเตรียมไว้ให้คุณเพื่อให้คุณสามารถทำการตลาดบนเฟซบุคได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากคุณไม่สนใจเรียนรู้ก็นับได้ว่าคุณได้ลดโอกาสที่คุณจะประสบความสำเร็จลงอย่างน่าเสียดาย คุณจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจถึงเครื่องมือและ option ในเฟซบุคให้อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยหนึ่งในเครื่องมือที่มีประโยชน์มากๆ

สำหรับคนทำเพจคือ Facebook Page Insights โดยเครื่องมือนี้จะบอกได้เลยว่า ที่มาของการ Like มาจากที่ใด เช่น Page Suggestionsจากโมบายล์ กดที่หน้า Page โดยตรง จากการลงโฆษณาใน Facebook  อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ยอดวิวตกลง เช่น การแจ้งซ่อนโพสต์ Hide Post การ Report Spam และการ Unlike Page ช่วงเวลามีคนที่เป็นคนที่ติดตามเราเข้ามาออนไลน์ในช่วงเวลาใดมากที่สุด ข้อมูลของผู้ที่เป็นแฟนเพจเราว่ามีสัดส่วนของเพศเป็นอย่างไร มีช่วงอายุเท่าใดบ้าง มาจากประเทศ / จังหวัดไหน  รวมทั้งยังมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ศึกษาเกี่ยวกับ Facebook Page Insights เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/help/336893449723054/

8) สนใจแต่เรื่องการขาย

หากคุณเปิดเพจเพื่อขายหรือโฆษณาสินค้าคุณอาจเอาแต่โพสต์รายละเอียดสินค้า รูปโฆษณา นำเสนอโปรโมชั่น แต่พึงระลึกไว้ว่าคุณกำลังสื่อสารในเฟซบุคอยู่ไม่ใช่สื่อที่ดูเป็นพื้นที่โฆษณาเต็มรูปแบบ ดังนั้นเพจของคุณไม่ควรจะลงแต่โฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ควรสร้าง “คุณค่า” ให้เพจของคุณโดยการโพสต์ content ที่น่าสนใจหรือเป็นประโยชน์ รวมทั้งพูดคุยและตอบปัญหาของแฟนเพจ ยุคนี้เพจเฟซบุคมักวัดความนิยมกันที่ยอดของจำนวนคนที่พูดถึง (People Talk About)  ดังนั้นคุณการสื่อสารโต้ตอบกับแฟนเพจเพื่อให้เรื่องของเพจคุณเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม

9) โพสต์ Content ที่มีรูปแบบเดียวกับ Social Media อื่นๆ

แต่ละ social media ก็จะมีรูปแบบของการสื่อสารที่แตกต่างกัน เช่น ทวิตเตอร์ไว้ติดตามข่าวสั้นๆ ช่วงเช้า เฟซบุคไว้อ่านเรื่องราวสนุกๆ และติดตามเรื่องราวของเพื่อนๆ ช่วงเย็น หากคุณนำโพสต์สั้นๆ ของทวิตเตอร์ที่มีความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษรมาโพสต์ลงเฟซบุคคนอ่านย่อมจะรู้สึกว่าโพสต์นี้มันช่างอยู่ผิดที่ผิดทางเสียจริง คุณจึงควรสร้าง content ที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละ social media เพื่อให้ content ตรงกับวัตถุประสงค์และไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้ใช้ social media นั้นๆ

10) ไม่สนใจเรื่องดีไซน์

สำหรับมนุษย์แล้วสัมผัสทางตานับได้ว่ามีความสำคัญมากที่สุด social media เองก็เป็นสื่อที่เล่นกับสัมผัสทางตาของมนุษย์  ดังนั้นนอกจากการดีไซน์เนื้อหาในโพสต์แล้ว คุณยังต้องคำนึงถึงการดีไซน์รูปภาพ โปสเตอร์และ infographic  ต่างๆ ที่โพสต์ให้สวยงามและเตะตาด้วย เพราะทุกวันนี้ในวันหนึ่งๆ มีข้อมูลข่าวสารผ่านตาเราเยอะมาก คุณย่อมไม่สามารถคากหวังให้คนกดไลค์หรือติดตามเพจของคุณได้ หากรูปภาพหรือสื่อที่คุณโพสต์นั้นไม่ทำให้คนอ่าน “สะดุดตา”

source

เรียบเรีง : Bell W.