โค้ก กับ Emoticon “แชร์โค้ก แชร์ความรู้สึก” ข้อความสนุกสุดกวน 39 แบบ พิมพ์ลงบนขวดและกระป๋องโค้ก ให้คนไทยคึกคักส่งความรักให้กันช่วงส่งท้ายปลายปี [PR]

11

‘โค้ก’ เครื่องดื่มยอดนิยมของไทยและทั่วโลก โดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญสุดสร้างสรรค์ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี แชร์โค้ก แชร์ความรู้สึก” (Share a Coke, Share a Feeling) โดยเป็นเจ้าแรกในเมืองไทยที่นำ ‘Emoticon’ (อิโมติคอน) หรือไอคอนกราฟฟิคแสดงอารมณ์ความรู้สึกยอดนิยมทางโลกออนไลน์ พร้อมข้อความสนุกสุดกวนถึง 39 รูปแบบ มาพิมพ์ไว้บนขวด PET และกระป๋องโค้ก

เพื่อให้ผู้บริโภคได้แชร์โค้ก แชร์ความรู้สึก สร้างเสริมมิตรภาพ และส่งต่อความสุขให้แก่กัน โดยมีโค้กรุ่นพิเศษเป็นสื่อกลางในช่วงส่งท้ายปลายปี ตอกย้ำความเป็นแบรนด์แห่งความสุขซ่าและผู้นำด้านนวัตกรรมการตลาดของโค้ก ด้วยงบสนับสนุนกว่า 200 ล้านบาท

โคคา-โคลา ได้สร้างสรรค์แคมเปญยิ่งใหญ่ล่าสุด ‘แชร์โค้ก แชร์ความรู้สึก’ ด้วยการนำเทรนด์การสื่อสารบนโลกออนไลน์มาประยุกต์ใช้ เกิดเป็นโค้กรุ่นพิเศษที่พิมพ์ลาย ‘Emoticon’ พร้อมข้อความแสดงความหมายของไอคอนนั้นๆ นับเป็นครั้งแรกในวงการเครื่องดื่มประเทศไทย ที่ได้มีการนำเทรนด์การสื่อสารบนโลกออนไลน์ กับการสื่อสารและถ่ายทอดความรู้สึกในชีวิตจริงมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวและสร้างสรรค์ ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดของโค้ก

นางสาวคลาวเดีย นาวาร์โร ผู้อำนวยการการตลาด ภูมิภาคอินโดไชน่า บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นกับแคมเปญ ‘Share a Coke, Share a Feeling’ เรามั่นใจว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการใช้ ‘Emoticon’ เพื่อสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนและบุคคลอันเป็นที่รักผ่านช่องทางออนไลน์อยู่แล้ว โค้กจึงได้สร้างสรรค์โค้กรุ่นพิเศษพิมพ์ลาย ‘Emoticon’ บนขวดและกระป๋องโค้ก เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สื่อสารกับพ่อแม่ เพื่อน คนรัก และคนรอบตัวถึงอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ ในรูปแบบที่แปลกใหม่ นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่เราได้ผสมผสาน  เทรนด์ยอดนิยมในโลกออนไลน์เข้ากับการสื่อสารในชีวิตจริง นอกจากนี้ แคมเปญนี้ยังเป็นแพลตฟอร์มที่สื่อถึงแบรนด์โค้กอย่างแท้จริง โดยเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดช่วงเวลาแห่งความสุขที่แบ่งปันกันได้ผ่านทางเครื่องดื่มโค้ก”

นายอคิรา นพคุณขจร ผู้จัดการการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์อัดลม บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับแคมเปญ ‘แชร์โค้ก แชร์ความรู้สึก’ นี้ เราเลือก ‘Emoticon’ เป็นตัวชูโรง เนื่องจากเล็งเห็นว่าดิจิตอลไอคอนเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้บริโภคไทย อีกทั้ง ‘Emoticon’ ยังมีคุณลักษณะพิเศษที่สามารถช่วยสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างตรงใจ จึงเป็นเสมือนภาษาสากลที่ช่วยให้ผู้คนทั่วไปเข้าใจตรงกัน โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ออกมาเป็นตัวอักษร การนำ ‘Emoticon’ พร้อมด้วยข้อความสั้นๆ ซึ่งเป็น    คำฮิตติดปากโดนใจมาพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ของโค้กครั้งนี้ เพื่อเชิญชวนผู้บริโภคไทยให้ส่งโค้กรุ่นพิเศษนี้ถึงกันและกัน ได้เชื่อมสัมพันกับผู้อื่นได้ตลอดเวลา ผ่านแคมเปญของเราที่เป็นการผสมผสานโลกดิจิตอลกับโลกแห่งความจริงได้อย่างลงตัว”

“สำหรับแคมเปญ ‘แชร์โค้ก แชร์ความรู้สึก’ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแคมเปญยิ่งใหญ่ที่สุดส่งท้ายปีของเรา เราได้เตรียมงบการตลาดกว่า 200 ล้านบาท ในการทำกิจกรรมการตลาดครบวงจรและโดดเด่นสนุกถูกใจผู้บริโภค เป็นระยะเวลารวม 2 เดือน เพื่อสร้างกระแสการรับรู้และมีส่วนร่วมในหมู่ผู้บริโภค ทั้งทางออนไลน์และออนกราวด์ โดยทางออนไลน์ เราเน้นจัดทำผ่านสื่อดิจิตอลและโซเชียลมีเดีย อาทิ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ โดยเราจะเปิดตัว ‘โค้กไลน์สติกเกอร์ – Coke Emoticon’ ทางไลน์ แอพพลิเคชั่น ให้ผู้บริโภคได้ดาวน์โหลดไว้สื่อสารกันเพื่อสร้างสีสันในการสื่อสารระหว่างกันโดยมีโค้กเป็นสื่ออีกด้วย” นายอคิรา กล่าว

นอกจากนี้ โค้กยังเตรียมการสื่อสารแคมเปญ ‘แชร์โค้ก แชร์ความรู้สึก’ ผ่านโฆษณาโทรทัศน์ – โรงภาพยนต์ชุดใหม่ รวมถึงสื่อนอกบ้าน (out-of-home media) อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีลูกเล่นแบบอินเตอร์แอคทีฟเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยมัน

“ในส่วนของกิจกรรมออนกราวด์ หรือกิจกรรมลงพื้นที่นั้น เราจะเชิญชวนให้ผู้บริโภคได้มาร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษที่เราสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่และวัยรุ่นโดยเฉพาะ โดยเราจะจัดบริการพิมพ์ชื่อและหน้าผู้บริโภคเป็นลาย Emoticon ลงบนกระป๋องโค้ก ด้วยเทคโนโลยีอินเตอร์แอคทีฟ ในแบบโค้กเท่านั้นที่ทำได้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้แชร์อารมณ์และความรู้สึกแก่เพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก ได้อย่างมีเอกลักษณ์ ด้วยการมีโค้กรุ่นพิเศษ ‘Emoticon’ เป็นของตัวเอง มีหน้าและชื่อตนเองบนกระป๋องโค้ก ไม่มีใครเหมือน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความชื่นชอบและผูกพันระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์โค้กได้เป็นอย่างดี” นายอคิรากล่าว

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาคนี้ที่โค้กได้เปิดตัวแคมเปญ ‘Emoticon’ โดยวางแผนที่จะนำความสำเร็จของแคมเปญนี้สู่ตลาดในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วย