
โดยไม่ตัดใครจากเครือข่ายและสมัครเพียงครั้งเดียวตลอดชีวิต ซึ่งเหมือนการการันตีว่าสิ่งที่เขาสร้าง เครือข่ายที่เขาสร้างเป็นเครือข่ายผู้ใช้สินค้า แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่าหลายปีที่ผ่านมา หลายคนไม่เข้าใจว่าขายตรงคืออะไร ไม่เข้าใจว่าเป็นงานที่เหมาะสมหรือเปล่า หรือมากกว่านั้นคือ การเข้าใจว่าเป็นงานที่หลอกลวง เป็นงานที่ต้องหลอก ให้เพื่อนซื้อของราคาแพง แล้วเอาเงินส่วนหนึ่งมาแบ่งให้เรา ความรู้ความเข้าใจหรือต้องเรียกว่าไดอะล็อกของภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้คือ การสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่า โดยแท้จริงแล้วไม่มีใครซื้อสินค้าจากราคาโรงงานหรอก สินค้าที่นำเสนอออกมาไม่มีปากพูด ก็ต้องมีการโฆษณา ใช้เงินเยอะแยะ และยังต้องไปขอวางตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่เราเรียกว่าส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งมีมูลค่า 40-50% ของมูลค่าสินค้าที่เราซื้อกินซื้อใช้นั่นเอง คำอธิบายตรงนี้จะทำให้หลายๆ คนคลายใจ มาวันนี้ในยุคที่เศรษฐกิจของทั้งโลกไม่ดีเลย ดิฉันคิดว่าการตอบโจทย์ของกิฟฟารีนในการเชิญคนไทยมาร่วมกันเป็นเจ้าของก็คือ ถ้าเขาจะมีโอกาสได้สร้างสิ่งที่เป็นของเขาเอง โดยไม่ต้องลงทุนและไม่มีความเสี่ยง กิฟฟารีนคือสิ่งที่ใช่ที่สุด ภายใต้รายได้ที่มาจากการใช้สินค้าที่ทุกคนเป็นเจ้าของนั่นเอง ลองติดตามนะคะ โดยเฉพาะท่านที่เป็นนักธุรกิจอยู่แล้ว ดิฉันเชื่อว่าภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้ทำงานได้ง่าย เล่าเรื่องให้คนฟังได้ง่าย สร้างความเข้าใจได้ง่าย และสำหรับประชาชนที่คิดว่าวันนี้เราเป็นเจ้าของกิจการ แต่ถ้าสมมุติว่าเราต้องลงทุนและมีความเสี่ยงหลายๆ อย่างในช่วงนี้ ก็จะทำให้เราตัดสินใจได้ยาก มาที่ กิฟฟารีนสิค่ะ เขาจะมีทุกอย่าง คุณจะมีทุกอย่าง โดยไม่ต้องลงทุนและไม่มีความเสี่ยงอย่างแท้จริง
เบื้องหลังการทำโฆษณา TVC ชุดนี้ :
Production House: One-tara
Presenter: คุณลัคณา เปล่งนาราทิพย์, คุณวาระกานต์ ราชาตัน
Creative Director: พญ.นลินี ไพบูลย์
Cameraman: คุณวีกิต ติรณสวัสดิ์
Director: คุณถาวร เกียรติธนากร



