Home Cannes Lions & AwardsCannes Lions 2015 12 ไอเดียโฆษณา Mobile เทพๆ จาก Cannes Lions 2015

12 ไอเดียโฆษณา Mobile เทพๆ จาก Cannes Lions 2015

mobile cannes lions 2015.jpg

งานคานส์ (Cannes Lions 2015)ในปีนี้เฉพาะในหมวด Mobile มีรางวัลเกิดขึ้นทั้งหมด 109 รางวัล แบ่งเป็นรางวัล Grandprix  1 รางวัล Gold  8 รางวัล Silver 18 รางวัล ที่เหลือเป็น Bronze  คาดว่าหลายๆท่านคงได้ดูงานระดับโกลด์ที่แชร์ต่อๆกันไปบ้างแล้ว คอลัมน์นี้จึงขอคัดเลือกงานที่น่าสนใจตั้งแต่ซิลเวอร์ลงมาถึงบรอนซ์จำนวน 12 ชิ้นงาน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาเข้าไปดูทั้งหมด โดยงานหลักๆที่เกิดขึ้นในหมวด Mobile ปีนี้จะออกไปในลักษณะสร้างอรรถประโยชน์ (Utility) มากกว่าแง่มุมในการสร้างแบรนด์หรือแคมเปญระยะสั้น บางงานเริ่มผนวก Mobile เข้ากับข้าวของเครื่องใช้แบบอื่นๆมากกว่าแค่ Wearable Device ดูๆแล้วในปีต่อๆไปคงเริ่มมีแนวโน้มที่จะเข้าใกล้ยุคความเป็น IoT (Internet of Things) มากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเก็บตกงาน Cannes ในหมวด Mobile ปีนี้มีงานอะไรกันบ้างลองไปชมกันเลยครับ

1) SOS SMS (Mexican Red Cross)

แม้คนจะเริ่มใช้สมาร์ทโฟนกันมากขึ้นแค่ไหน แต่ในหลายๆประเทศก็ยังมีสัดส่วนคนที่ยังใช้ Featured Phone กันมากในระดับหนึ่งอยู่ดี ดังนั้นการสื่อสารที่สามารถเข้าถึงคนทั้งประเทศได้ก็ยังคงเป็น SMS ที่เม็กซิโกเกิดเหตุฉุกเฉินประมาณวันละ 3,000 เคส ในจำนวนนั้น 5% เสียชีวิต ทางสภากาชาดของเม็กซิโกจึงต้องการลดระดับการเสียชิวิตในช่วงระยะเวลาความเป็นความตาย แต่ก็ขาดข้อมูลที่จะช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น การรู้กรุ๊ปเลือด ประวัติการแพ้ยา ฯ ได้ดีเพียงพอ ดังนั้นทางสภากาชาดจึงเชิญชวนประชาชนมาลงทะเบียนเพื่อทำ Medical Tag ของตัวเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นแล้วเราเกิดหมดสติหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทางทีมช่วยเหลือฉุกเฉินก็แค่หามือถือเราให้เจอ แล้วกด SMS ส่งรหัส *SOS ระบบของแต่ละค่ายมือถือจะเข้าไปเอาข้อมูลที่เราลงทะเบียนไว้มาแสดง  คนที่ช่วยเหลือเราก็ได้ข้อมูลสำคัญเพื่อช่วยเหลือเราได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

https://www.youtube.com/watch?v=43ieOKdQuko

2) The Les Paul Skill Check (Gibson Guitar)

กีตาร์เจ๋งๆสักตัวคือความใฝ่ฝันและความภาคภูมิใจของนักดนตรี โดยเฉพาะกีตาร์รุ่นท็อปอย่าง Gibson Les Paul ที่ตั้งชื่อตามผู้ที่ประดิษฐ์กีตาร์ไฟฟ้าแบบตัวถังทึบที่ทำให้เกิดเพลงแบบร็อคแอนด์โรลในเวลาต่อมา กีตาร์รุ่นนี้ทำออกมาแล้วหลายอิดิชั่น ซึ่งล่าสุดร่วมกับ Björn Gelotte นักกีตาร์ชื่อดังออกอิดิชั่น  2015 Les Paul signature edition designed by Björn Gelotte โปรโมทไปหากลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักมือกีตาร์มืออาชีพด้วยวิธีที่แหวกแนวด้วยแอพฯมือถือที่ชื่อว่า Shazam แอพฯนี้เป็นแอพฯที่จริงๆเอาไว้ใช้หาชื่อเพลงเวลาที่เราฟังเพลงแล้วอยากรู้ว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไร โดยแอพฯจะเข้าไปค้นหาจากฐานข้อมูลของเพลงจนเจอ วิธีการนี้เอามาดัดแปลงโดยการทำโน๊ตเพลงท่อนโซโล่ยากๆขึ้นมาท่อนหนึ่งใส่ลงไปในฐานข้อมูลของ Shazam จากนั้นท้าทายความสามารถของนักกีตาร์ให้เล่นโซโล่โน๊ตนี้ผ่านแอพฯ ถ้าใครเล่นได้ถูกต้องเป๊ะๆก็จะเข้าไปในเวบพิเศษที่มีสิทธิ์ลุ้นได้กีตาร์เทพๆรุ่นนี้  หรือไม่ก็ลงชื่อขอซื้อ Pre-order ได้เลย เป็นการเล่นกับภาคภูมิใจของนักดนตรีที่บอกว่าเฉพาะคนพิเศษเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้กีตาร์รุ่นนี้ไปครอบครอง ไม่ใช่ทุกคน

https://www.youtube.com/watch?v=J7I9MgxgtIY

3) Canon Gig App (Canon)

เวลาคนไปคอนเสริต์มักมีปัญหาเวลาควักสมาร์ทโฟนมาถ่ายบริเวณเวที เพราะศักยภาพของกล้องมือถือไม่สามารถถ่ายภาพที่มีแสงส่องเข้ากล้องแบบซับซ้อนได้ ปัญหานี้จะหมดไปถ้าถ่ายรูปด้วยกล้องแบบ DSLR คุณภาพดีๆ ไอเดียเพื่อโชว์ศักยภาพกล้อง DSLR ให้กับผู้เข้าชมคอนเสิรต์คือการผนวกสองสิ่งไว้ด้วยกัน เพียงแค่ดาวน์โหลดแอพฯแล้วส่องเพื่อจะถ่ายรูป หน้าจอบนมือถือก็จะเป็นเหมือนดูผ่าน View Finder ของกล้อง DSLR ที่เตรียมติดตั้งไว้ในฮอลล์  เมื่อกดถ่ายภาพจากกล้อง DSLR ก็จะถ่ายแล้วส่งผ่านมายังแอพฯ พร้อมให้คนแชร์บรรยากาศคอนเสริต์สดๆด้วยภาพถ่ายคุณภาพดีๆได้ทันที ไอเดียนี้จึงเป็นไอเดียขายความแตกต่างเรื่องคุณภาพของกล้องทั้งสองแบบผ่านการจำลอง Virtual Experience บน Real Experience ได้อย่างลงตัวและแยบยล

[vimeo]https://vimeo.com/131470354[/vimeo]

4) Debattle (Sveriges Radio)

ปี 2014 การเลือกตั้งของสวีเดนใกล้เข้ามา หน้าที่หลักของสถานีวิทยุ Sveriges Radio ที่เคยเป็นสื่อเรื่องให้ข้อมูลการเมืองเริ่มเสื่อมมนต์ขลังลง ส่วนหลักๆเป็นเพราะวัยรุ่นไม่ค่อยจะฟังวิทยุแล้วและวัยรุ่นก็มองว่าการเมืองเป็นเรื่องน่าเบื่อ ทางสถานีนี้เลยคิดแอพฯขึ้นมาหนึ่งอันเพื่อกระตุ้นให้วัยรุ่นหันมาสนใจเรื่องการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามามากขึ้น โดยหยิบคำปราศัยบางส่วนของนักการเมืองมาให้ลองเล่นแต่งเพลงแรพฯโต้ตอบกันระหว่างสองนักการเมือง มาแนวนี้วัยรุ่นก็ชอบ และก็หวังว่าวัยรุ่นจะหันมาสนใจฟังคำปราศัยนโยบายของนักการเมืองเพิ่มมากขึ้น

[vimeo]https://vimeo.com/109681174[/vimeo]

5)  Base Phoneaddress (Base)    

ปกติเวลาพูดถึง Home Address ที่เราไว้ใช้บอกเวลาสั่งอาหารประเภทดิลิเวอรี่จะเป็นที่อยู่บ้านไม่ก็ออฟฟิส แต่ความเป็นจริงเราก็ไม่ได้อยู่บ้านหรือบางทีอาจเดินเล่นอยู่ที่สวนสาธารณะ ก็จะไม่สามารถสั่งได้เพราะเราไม่มีที่อยู่แน่นอน จะดีกว่าไหมถ้าเรา Disrupt ความคิดเรื่องที่อยู่นี้ให้กลายเป็นตัวเราเองไม่ใช่บ้านหรือที่ออฟฟิส และตัวที่จะบอกว่าที่อยู่ของเราอยู่ตรงไหนก็คือพิกัดที่เราอยู่บนสมาร์ทโฟนของเรานั่นเอง บริการที่อยู่เคลื่อนที่นี้เป็นของค่ายมือถือ Base ของเบลเยี่ยม ซึ่งการระบุที่อยู่แบบนี้เมื่อถูกเชื่อมต่อเข้ากับผู้ให้บริการต่างๆได้อย่างครอบคลุม ก็จะทำให้เรามีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

[vimeo]https://vimeo.com/129677771[/vimeo]

6)  BackMeApp (Always)  

แบรนด์ใหญ่ๆหลายๆแบรนด์มักมองหาความกังวลใจในสังคม (Tension) ของกลุ่มเป้าหมาย และหาวิธีเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้ อย่างเช่นแบรนด์ที่เข้าใจผู้หญิงอย่าง Always รู้ว่าผู้หญิงหลายๆคนต้องกลับบ้านดึกบนทางเปลี่ยวๆซึ่งเกิดอันตรายได้ง่าย จึงออกแอพฯตัวหนึ่งที่ให้ผู้หญิงก่อนจะกลับบ้านให้เรียกหาเพื่อนช่วยคอยมอนิเตอร์บนมือถือจนกว่าจะถึงบ้าน ด้วยระบบ GPS บนมือถือเมื่อไหร่ที่มีเหตุการณ์ที่ดูแปลกๆ อาทิ หยุดเดินเกินสองนาที หรืออยู่ๆออกจาก Track ที่กำหนดไว้ก็จะเตือนเพื่อนๆให้โทรไปหาทันที

7)  Nzdronie (Tourism New Zealand)  

ไอเดียนี้ดูแล้วเหมือนมีคอนเซ็ปป์รากเหง้ามาจากบริการถ่ายรูปลงจานที่วางขายตามสถานที่เที่ยวต่างๆ แต่ในยุคโซเชียลนี้ทางการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ก็ได้ให้บริการที่มีรูปแบบคล้ายกันแต่วิธีการไม่เหมือนกัน โดยเป็นบริการให้ Drone ถ่ายวีดีโอให้ ซึ่งการถ่ายจะมีรูปแบบเฉพาะตัว คือเริ่มจากภาพโคลสอัพ จากนั้นจะบินถอยออกไปให้เห็นวิวทิวทัศน์ต่างๆโดยรอบ ด้วยความเก๋ของมันเพราะไม่ทุกคนที่เคยสัมผัสการถ่ายด้วย Drone ก็ทำให้วีดีโอเหล่านี้ถูกแชร์ไปในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ส่วนนิวซีแลนด์ก็ได้ขายทิวทัศน์ที่เห็นในมุมที่กว้างขวางเช่นเดียวกัน

[vimeo]https://vimeo.com/111369910[/vimeo]

8) Move Update. The Open Source Project (Mcdonald´s)

แบรนด์อย่าง McDonald’s เป็นแบรนด์ที่ขยันทำ Branded Game เพื่อขออยู่ในใจกลุ่มเป้าหมายเด็กหรือวัยรุ่น แต่ว่าการเล่นเกมอย่างเดียวทาง McDonald’s ก็มองว่าไม่ดี เพราะทำให้คนไม่ได้ออกกำลังกาย ไอเดียนี้เป็นแนวๆ CSR เริ่มจากการส่งเสริมให้เด็กวัยรุ่นหันมาออกกำลังกายมากขึ้น วิธีการคือเชื่อมต่อกับแอพฯที่เอาไว้วัดการออกกำลังกายต่างๆแล้วเปลี่ยนค่าวิ่งหรือออกกำลังกายต่างๆเป็นโบนัสในเกม โดยเริ่มจากเกมของ McDonald’s เองก่อน ความเจ๋งของไอเดียนี้คือการต่อยอดที่แจก Source code ให้กับนักพัฒนาเกมอื่นๆให้เอามาใช้ต่อไป ในอนาคตบางทีถ้าอยากผ่านด่านเกมดังๆอาจจะต้องออกไปวิ่งผลาญแคลอรี่ก่อนจึงจะเล่นต่อไปได้ ถ้ามีจริงผู้ปกครองคงชอบ

9) The Unforgotten (Illinois Council Against Handgun Violence)  
เหยื่อผู้เสียชิวิตจากเหตุอาวุธปืน (Gun Violence) มีหลายหมื่นคนในแต่ละปี หลายๆครั้งเป็นเหตุระทึกขวัญที่กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ชิคาโก โปรเจค Unforgotten เป็นโปรเจคที่ไม่อยากให้การสูญเสียชีวิตของผู้รับเคราะห์นั้นสูญไปอย่างไร้ค่า แต่ควรเป็นบทเรียนให้โลกได้ตระหนักรู้ถึงอันตรายของการมีปืนไว้ในครอบครอง โปรเจคนี้เป็น Art Exhibition กลางแจ้งตามท้องถนนจัดแสดงหุ่นที่ใส่เสื้อผ้าเดียวกับที่ผู้เสียชิวิตสวมใส่ในวันที่เกิดเหตุการณ์ เพียงแต่หุ่นนั้นไม่มีศีรษะและใบหน้าเปรียบเสมือนกับชิวิตที่หายไปอย่างง่ายดายด้วยเสียงปืน เมื่อเราใช้มือถือส่องไปที่ Name Tag ของหุ่นก็จะเห็นเรื่องราวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายขณะมีชีวิตอยู่ และหายใครเห็นด้วยกับโปรเจคก็ไปลงชื่อ petition ได้

10)  Pay Per Love (Teatreneu)

ก่อนหน้าที่ทางเครือโรงละคร Teatreneu ออกแคมเปญ Pay per Laugh จ่ายค่าดูตามเสียงหัวเราะที่ฮือฮามาก่อนหน้านี้ โดยการที่ให้คนมาดูละครแบบฟรีๆเพียงแต่ว่าที่นั่งจะมีระบบ Face Detection คอยตรวจจับว่าหัวเราะครั้งใดก็ชาร์จค่าชมไปทีละนิด สาเหตุที่ออกมาก็คือเพราะรัฐบาลขึ้นภาษีการดูละครมหาโหดจนคนหนีไปทำอย่างอื่น มาคราวนี้กลับมาต่อยอดของเดิมโดยเหน็บแนมรัฐบาลที่เพิ่มภาษีการดูละครแต่กลับไปลดภาษีโรงแรม Motel และบริการ Dating เสียฉิบ วิธีการต่อยอดก็คือชวนคนโสดมาดูละครที่นี่ แต่ก่อนเริ่มแสดงแต่ละคนต้องใส่โปรไฟล์ของตัวเองบน tablet ที่อยู่บนที่นั่งแบบเดียวกับแอพฯ Tinder ทีนี้แทนที่จะไปดูว่าใครมีความชอบเหมือนกัน ก็ปล่อยให้การดูละครดำเนินไปจนจบ เมื่อจบละครระบบจะทำการจับคู่เพศตรงข้ามว่าใครหัวเราะในซีนแบบเดียวกัน ในนัยยะที่ว่าเป็นคนที่มีอารมณ์ขันแบบเดียวกันชีวิตคู่ก็น่าดูสนุก หากเราเลือกตอบรับก็เหมือนแอพฯ Tinder เลยก็คือชวนไปเดทกัน นอกจากจะได้ค่าดูตามการหัวเราะแล้ว ยังได้ค่าดูเพิ่มจากคนที่ยอมรับการจับคู่อีก เหมือนบริการ dating ไม่มีผิด

[vimeo]https://vimeo.com/127904921[/vimeo]

11)  South Korean-North Korean translator (Dream Touch For All) 

เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้นั้นอยู่ใกล้กันแต่ก็มีความแตกต่างกันมาก อย่างเช่นภาษาของเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้แม้จะดูเผินๆเหมือนกันแต่หลายๆคำก็ไม่เหมือนกันเลย และในเกาหลีใต้เองก็มีชาวเกาหลีเหนือลี้ภัยมาราว 27,000 คนที่ประสบปัญหานี้ ที่แม้แต่ Google Translate ก็ช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ โปรเจคนี้จึงพัฒนาแอพฯที่ช่วยให้ชาวเกาหลีเหนืออ่านภาษาเขียนของเกาหลีใต้ได้ดียิ่งขึ้น เพียงแค่สแกนไปลงบนคำศัพท์ก็จะเปลี่ยนภาษาให้ชาวเกาหลีใต้เข้าใจได้ทันที

https://www.youtube.com/watch?v=ym3HnjBxPsw

12)  OWLET (OWLET Baby Care)

พ่อแม่ลูกอ่อนมักมีปัญหาตื่นมาดูลูกตอนดึกๆด้วยความกังวล ไอเดียนี้คือ Smart Socks ที่เชื่อมต่อข้อมูลเข้ามือถือของพ่อแม่ด้วยเทคโนโลยีที่ไว้ใช้แทรคข้อมูลต่างๆแบบเดียวกับ Wearable Device ที่เราใช้ๆกัน โดยถุงเท้าอัจฉริยะนี้สามารถสวมให้เด็กขณะนอนหลับ ระบบจะเช็คข้อมูลการเต้นของหัวใจและระดับออกซิเจน เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมาพ่อแม่ก็จะได้รับการแจ้งเตือนทันที วิธีนี้ก็ทำให้พ่อแม่สามารถนอนหลับพักผ่อนแบบคลายความกังวลใจ

https://www.youtube.com/watch?v=cA_NBd-_zwM

[xyz-ihs snippet=”LINE”]

————————————————————————————-

Kittipat Jobsอาชีพเป็นนักวางกลยุทธ์ด้านดิจิตอลให้เอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ชอบศึกษาความเป็นไปและปรากฏการณ์ใหม่ๆของโลกสังคมออนไลน์ ชีวิตส่วนตัวมักปิดมือถือออกเดินทางท่องโลกกว้าง  เพราะมีความเชื่อว่าชีวิตไม่สามารถอยู่ได้ด้วยออนไลน์เพียงอย่างเดียว (www.kittipatm.com)

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ตกลง อ่านเพิ่มเติม