ผ่าแผน “ภาวุธ” ตั้งกรุ๊ป “อีฟราสตรัคเจอร์”… เมื่อตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเป็นแค่สนามทดลอง

pawoot tarad efrastructure

หลังจากประสบความสำเร็จกับ “ตลาดดอทคอม” ที่ได้ญี่ปุ่นมาลงทุนร่วมด้วยจนกลายเป็นเคสที่น่าภูมิใจของคนไทย และขยายธุรกิจใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ  ผ่านไป 15 ปี ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ  ผู้ก่อตั้งฯ  ผุดภารกิจใหม่เตรียมบุกตลาด E-business  ในประเทศเพื่อนบ้าน AEC  ด้วยการเปิดตัว บริษัท อีฟราสตรัคเจอร์ จำกัด (efrastructure Inc.) ควบรวม 4 บริษัทเข้าไว้  ตั้งเป้าเป็นผู้นำอันดับหนึ่ง Total E-business Solution ในอาเซียน

อีคอมเมิร์ซ…มัน  มา แน่

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศอาเซียนมีมูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาทในปี 2557 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.84 หมื่นล้านบาทในปี 2558 หรือเติบโตขึ้นถึง 31% จากปี 2554 ซึ่งมีมูลค่าเพียง 9.9 พันล้านบาท โดยประเทศที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงสุด 4 อันดับแรก คือ อินโดนีเซีย 42% ฟิลิปปินส์ 28% ไทย 22% และมาเลเซีย 14% ในขณะที่ประเทศไทยมีประชากรทั้งสิ้น 67 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นจำนวน 31.2 ล้านคน หรือประมาณ 46% แต่มีการใช้เฟซบุ๊กสูงถึง 34 ล้านคน คิดเป็นอันดับ 7 ของโลก
ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุถึงภาพรวมของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย ในปี 2556 มีมูลค่าถึง 7.68 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.17% จากปี 2555 โดยเฉพาะธุรกิจในลักษณะของผู้ประกอบการกับผู้บริโภคโดยตรง หรือ B2C มีการเติบโตมากที่สุดคิดเป็นมูลค่า 1.82 แสนล้านบาทจาก 1.21 แสนล้านบาทในปี 2555 ในขณะที่ธุรกิจในลักษณะผู้ประกอบการภาคเอกชนกับภาครัฐ หรือ B2G มีมูลค่า 3.47 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3.4 แสนล้านบาทในปี 2555 ส่วนธุรกิจในลักษณะผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการ หรือ B2B มีมูลค่า 2.38 แสนล้านบาท ลดลงจาก 2.82 แสนล้านบาทในปี 2555 ลดลงจาก 2.82 แสนล้านบาทในปี 2555

โดยเทรนด์ที่น่าสนใจ คือ  ในเมืองนอกสินค้า FMCG เริ่มเปิดออนไลน์สโตร์เอง เช่น  P&G Shop  หรือเคสอย่าง สมาร์ทโฟนเซี่ยวมี่ (xiaomi) ขายโทรศัพท์ผ่านออนไลน์จำนวน 5,000 เครื่องใน  75 วินาที  และมีสถิติเสริมว่า 40% ของผู้ผลิตสินค้าคาดหวังว่าจะขายของตรงไปยังผู้บริโภคโดยไม่ผ่านตัวแทน  ดังนั้นอีคอมเมิร์ซมาแน่ๆ

 

ผนึกกำลังเป็น “หนึ่ง” 

บริษัท อีฟราสตรัคเจอร์ จำกัด หรือ เรียกสั้นๆว่า efra (อีฟรา)  เป็นบริษัทโฮลดิ้ง ที่นำเอาบริษัทในกรุ๊ปของตลาดดอทคอม ที่กระจายกันอยู่เข้ามารวมกันเป็นหนึ่งเดียว  เพื่อนำไปเสนอบริการให้กับลูกค้าได้ครบวงจร  ได้แก่  1. บริษัท เพย์ โซลูชั่นส์ จำกัด (Pay Solutions) ให้บริการระบบอี-คอมเมิร์ซที่ครอบคลุมการรับชำระเงินอย่างครบวงจรทั้งในระบบออนไลน์และออฟไลน์ 2. บริษัท เรดแร็งค์ จำกัด (RedRank) ให้บริการด้านการค้นหาออนไลน์ (Search Marketing) 3. บริษัท โซเชียลอิงค์ จำกัด (Zocial, Inc.) ให้บริการด้านการรวบรวมข้อมูล ตลอดจนวิเคราะห์ผลข้อมูลออนไลน์ทั้งในไทยและในอาเซียน และ 4. บริษัท คอมแพริซัน จำกัด (Comparison) ให้บริการด้านการเปรียบเทียบข้อมูลราคาสินค้าออนไลน์

“การรวมกรุ๊ปเป็น อีฟราสตรัคเจอร์  เพื่อขานรับและเป็นฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ของภาครัฐที่มีแนวโน้มจะเพิ่มบทบาทขึ้นเป็นหนึ่งในรูปแบบกิจกรรมทางเศรษฐกิจกระแสหลักในอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างมีศักยภาพ โดยถือเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอลและระบบออนไลน์อย่างครบวงจรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยและเอเชีย”

นอกจากจะเป็นการรวมตัวของบริษัทด้าน E-Commerce แล้วยังพาร์ทเนอร์กับ ดิจิตอลเอเย่นซี่ winter egency  ช่วยได้การวางแผนการตลาดดิจิตอล  และผู้พัฒนาซอพต์แวร์และระบบไอที  Thaiware  จึงเรียกได้ว่าเป็น ผู้ให้บริการด้านธุรกิจ E-Business แบบครบวงจร  (Total E-business Solution)

“การรวมตัวในแบบนี้ถือว่ายังไม่บริษัทไหนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ  เรามีตั้งแต่ทำเว็บไซต์  ทำการตลาด  ทำเสิรช์   ทำเพย์เม้นต์ ทำวิเคราะห์  บริการทุกบริการที่เรามีมันอินทริเกตเข้าด้วยกัน  อีฟราสตรัคเจอร์  จึงกลายเป็นโมเดลที่สมบรูณ์แบบ เป็น Ecosystem ที่เหมือนกับ Apple  ลูกค้าเดินอยู่ในลูปทั้งหมด ” ภาวุธ กล่าว

 

ตลาดไทย….แค่สนามทดลอง

ภาวุธ  เสริมว่า  เป้าหมายของการจัดกรุ๊ปครั้งนี้ไม่ใช่อยู่แค่ในประเทศไทย  แต่ต้องการนำพาบริษัทในเครือและพาร์ทเนอร์ไปออกไปต่างประเทศ  พร้อมกับอยากให้เป็นตัวอย่างบริษัทไทยที่ก้าวออกไปสู่ต่างประเทศ   โดยการขยายไปต่างประเทศ มีทั้งให้บริการผลิตภัณฑ์ในเครือ และขยายในแง่การซื้อบริษัทด้านออนไลน์ของต่างประเทศเข้ามาในกรุ๊ปด้วย  ขณะเดียวกันเครือข่ายของ efra จะช่วยสนับสนุนให้แบรนด์ไทย หรือ SME ไทย สามารถออกไปสู่ต่างประเทศไทยง่ายขึ้น

โดยแผนขยายไปต่างประเทศเริ่มจาก สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม พม่า  ตั้งเป้าภายใน 5 ปี ตั้งเป้าเป็นผู้นำอันดับหนึ่ง Total E-business Solution ในอาเซียน  โดยมีรายได้รวมประมาณ 400 ล้านบาท  พร้อมเตรียมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2562

“ตลาดไทยเป็นตลาดที่เราเอาไว้ทดลอง  ถ้าหากมันเวิร์คต้องรีบออกไปต่างประเทศ  เนื่องจากธุรกิจดิจิตอลพาเราออกไปต่างประเทศได้ง่าย ไม่ใช่เพียงตั้งรับอยู่แต่ในประเทศ  มิฉะนั้นแล้วต่างประเทศจะเข้ามาลุยบ้านเราเอง ….  ปกติมีแต่ต่างประเทศเข้ามาซื้อกิจการไทย  เราต้องออกไปซื้อกิจการเขากลับคืนมาบ้าง”

 

3 สิ่งต้องเตรียมก่อนโกอินเตอร์

หากแบรนด์ที่จะต้องการออกไปนอกประเทศ ที่สำคัญ คือ 1. ผู้บริหารหรือเจ้าของแบรนด์ ต้องมีทัศนคติและวิสัยทัศน์ด้านของออนไลน์เสียก่อน  ถ้าไม่เริ่มจากระดับบน ก็ไม่มีความหมาย  2. ในเมื่อเห็นโอกาสจากออนไลน์ จึงต้องกล้าลงทุน  และ 3. ต้องมีทีมงานช่วยกันทำ

 

 

เย้ๆๆ อีกหนึ่งช่องทางรับข่าวสารกับ Brand Buffet  ผ่าน LINE ไม่ตกหล่นทุกข่าวสำคัญ

  เพิ่มเพื่อนรัวๆ  ที่ ID :   @brandbuffet

เพิ่มเพื่อน