8 ค่านิยมผู้บริโภคปี 2015 ชอบ “รวยลัด” และ “ตั้งมาตรฐานสูง”

0

8-consumertrend2015

เอ็นไวโรเซล ไทยแลนด์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา และพฤติกรรมผู้บริโภค โดย สรินพร จิวานนท์ กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า เปิดผลวิจัย ค่านิยม 8 ประการของคนในปี 2015 ประกอบด้วย 1. อยากรวยลัด 2. งามภายนอก 3. ช่วยเหลือตัวเอง    4.ไม่ผูกมัด 5. อย่าปิดบัง 6. วัฒนธรรมเดียวกัน 7. มาตรฐานสูง  และ 8. ซื้อน้อยแต่ได้เยอะ แต่ละหัวข้อมีรายละเอียด ดังนี้

1. รวยลัด “RICHFICIENCY” RICH+SUFFICIENCY

หากสังเกตจากร้านขายหนังสือ หนังสือที่ติดอันดับ Best Seller หนังสือที่ขายดี 2 หมวดหมู่ใหญ่ คือ หนังสือเคล็ดลับที่ทำให้คุณรวย และแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จ หรือการจัดงาน Money Expo ครั้งล่าสุด อายุของผู้เข้าร่วมงานอายุน้อยลง รวมทั้งความสนใจจากเดิมที่เป็นการลงทุนในธุรกิจ เปลี่ยนเป็นความสนใจลงทุนในหุ้น เพราะว่าผู้บริโภคได้เห็นตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จจากสื่อมากมาย และคนเหล่านี้ก็มีอายุน้อยลงทุกทีๆ  อย่างไรก็ตามความรวยที่คนรุ่นใหม่ต้องการเป็นความรวยแบบฉาบฉวย รวยแบบด่วนๆ แต่ก็ไม่ต้องการถึงขนาดมีเงินพันล้าน แค่อยากมีกินมีใช้และสามารถท่องเที่ยวได้ การทำงานแบบ Full-Time Employee จะลดลงในอีก 6 ปีข้างหน้า การทำงานแบบ Part-Time หรือ Freelance น่าจะมีมากกว่าการทำงานเต็มเวลาอีก

2. งามภายนอก “EXTHETIC” EXTERNAL+AESTHETIC

จากงานวิจัย พบว่า ค่านิยมในสมัยนี้มักไม่ค่อยเห็นคุณค่าของความงามภายใน แต่มีค่านิยมเรื่องความงามภายนอกที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น เพื่อเป็นที่ยอมรับในสังคม มีผลต่อบทบาทหน้าที่การงาน และความสำเร็จ เราจึงจะเห็นการเติบโตของสถานเสริมความงาม แอพพลิเคชั่นเสริมแต่งรูปภาพ 45% ของผู้ที่โพสต์รูปลงในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คยอมรับรูปผ่านการตกแต่งด้วย Photoshop อีก 29% ใช้ Instagram และ 7% ใช้แอพพลิเคชั่น Camera360 การจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จต้องควบคู่กันทั้งเรื่องความสามรถและรูปร่างหน้าตาภายนอกไปพร้อมๆ กัน 

3. ช่วยเหลือตัวเอง (ไม่พึ่งพา) หรือ “YELP” Help Yourself

ปัจจุบันเรามีอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยเหลือทำให้กิจกรรมบางอย่างที่เดิมต้องพึ่งพา หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เดี๋ยวนี้ทำได้เองแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์แอพลิเคชั่นต่างๆ เช่น ไม้ถ่ายรูปเซลฟี่ แอพพลิเคชั่น หาเส้นทางเอง เที่ยวเอง การพูดคุยกันก็เป็นแบบ ส่งข้อความ หรือ 3D Printing ที่คนสามารถพรินต์ของที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หรือกระเป๋า ทำให้คนสามารถทำอะไรเองได้สารพัด โดยไม่ต้องง้อ และพึ่งใคร เมื่อพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ก็ห่างเหินกันมากขึ้น เด็กรุ่นใหม่ก็จะมีความเป็นตัวของตัวเองมาก และจะมั่นใจว่าช่วยตัวเองได้ ทำให้มีความแข็งกระด้าง เมื่อก่อน มีอะไรเด็กอาจปรึกษาพ่อ แม่ แต่ทุกวันนี้หันไปค้นหาใน google แทนเพื่อหาคำตอบ หรือการที่มีแอพพลิเคชั่นแผนที่ต่างๆ ก็ทำให้เราไม่ต้องพึ่งพา ไม่ต้องถามทางจากคนอื่นอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ที่เข้ามาเป็นตัวช่วยทำให้มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันลดลง

4. ไม่ผูกมัด “NOBLIGATION” NO+OBLIGATION

ตัวเลขการแต่งงานที่ลดลง แต่อัตราการหย่าร้างกลับเพิ่มขึ้น เป็นเพราะผู้คนสมัยนี้ไม่ต้องการการผูกมัดอีกต่อไป ผู้คนมีทางเลือกที่หลากหลาย สามารถเลือกสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของตัวเองได้ ผู้บริโภคไม่ชอบอยู่กับอะไรเดิมๆ นานๆ เนื่องจากถูกกระตุ้นด้วยข้อมูล ของใหม่ตลอดเวลา เช่น ทีวี ที่เดี่ยวนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ ฟรีทีวีอีกต่อไป แต่ยังมีทีวีดิจิตอล เข้ามาเป็นทางเลือก นอกจากนี้ยังมีอัตราการเติบโตของ RMF ที่เติบโตเพียงแค่ 1% เพราะต้องออมไปจนถึงอายุ 55 ปี ในขณะที่ LTF เติบโตมากกว่ามาก หรือแม้แต่การแยกตัวออกมาเป็นครอบครัวเดี่ยวทำได้ง่ายขึ้นจากการผ่อนคอนโดมิเนี่ยมมีราคาถูกและสะดวกกว่าเดิม สะท้อนกลับมาสู่การตลาด นั่นหมายถึง แบรนด์ไม่ควรออกโปรโมชั่นหรือสมาชิกระยะยาวอีกแล้ว

5. เปิดเผย ชัดเจน อย่าปิดบัง “SINCLEAR” SINCERE+CLEAR

ทุกวันนี้ข้อมูลหาได้ง่าย การแสดงความจริงใจ คือสิ่งที่ผู้บริโภคทุกวันนี้ต้องการ เราจะเห็นว่าทุกวันนี้ผู้บริโภคเชื่อรีวิว มากกว่าโฆษณาที่ถูกปรุงแต่งมาแล้ว ผู้บริโภคสืบค้นข้อมูลทั้งคุณภาพและราคาได้ง่ายดายเพียงแค่ไม่กี่คลิก เว็บไซต์ Tripadvisor  เติบโตอย่างรวดเร็วมากในช่วง 3-4  ปีมานี้ ขณะเดียวกันเราก็ระวังตัวมากขึ้น รวมทั้งเทคโนโลยีสมัยนี้ก้ทำให้เราสืบค้นและช่วยให้เราระวังตัวได้มากขึ้นเช่นกัน เช่น เรามีโทรศัพท์มือถือหรือกล้องติดหน้ารถเป็นเครื่องมือช่วยทำให้ความจริงปรากฏได้ง่ายขึ้น เรามีนักสืบพันทิปที่คอยเสาะแสวงหาความจริงในสังคม หรือแอพพลิเคชั่น LINE Who Call ที่ช่วยคัดกรอกใ้หเราเลยว่าสายที่โทรเข้ามาคือใคร รวมทั้งเราเคยชินกับการเปิดเผยตัวตนในโซเชี่ยลมีเดีย กล้าที่จะแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ Tim Cook ยังภูมิใจที่จะบอกเพศสภาพที่แท้จริงของตัวเอง สิ่งที่แบรนด์ต้องทำก็คือ แสดงความจริงใจ ไม่หลอกลวงผู้บริโภค

6. วัฒนธรรม เดียวกัน “BLENDSO” BLENDED+SOCIETY

ปัจจุบันเรามีวัฒนธรรมเดียวกันทั่วโลก เช่น K-Pop ที่โด่งดังอย่างมาก หรือกระแส Ice Bucket Challenge ที่ไม่นานก็พัฒนาจากกระแสในสหรัฐอเมริการเป็นกระแสโลกในระยะเวลาอันรวดเร็ว ข้อดีของเทรนดืนี้ก็คือ แนวคิดหรือคอนเซ็ปท์เดียวอาจจะให้ได้ทั่วโลก เช่น แคมเปญของโค้กที่เมื่อประสบความสำเร็จในประเทศหนึ่งก็ดัดแปลงไปทำในประเทศอื่นๆ ได้เลย ข้อเสียก็คือ ความมีเอกลักษณ์ส่วนตัวของแต่ละสังคมอาจลดลง

[youtube]https://www.youtube.com/watch?v=bPsNE7lxl_k[/youtube]

7. มาตรฐานสูง  “SUPERGENIC” SUPER+GENIC

ผลจากระบบขนส่งและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างมาก ทำให้ผู้บริโภคปัจจุบันสมารถมองหาสินค้าที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายและรวดเร็ว มีงานวิจัยที่ได้ผลสรุปว่า 55% ของลูกค้ายอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้บริการที่ดีขึ้น นอกจากนี้  68% ของผู้บริโภคเปลี่ยนยี่ห้อ อาจไม่ใช่เพราะเรื่องความไม่พอใจเรื่องผลิตภัณฑ์  มักเป็นเรื่อง ความไม่พอใจเรื่องการบริการ แบรนด์ต้องเข้าใจว่าปัจจุบันผู้บริโภคทรงอิทธิพลอย่างมาก แบรนด์ต้องใส่ใจกับเรื่องงานบริการพอๆ กับเรื่องคุณภาพของสินค้า

8. ซื้อน้อยแต่ได้เยอะ “EASEMORE” EASY+MORE

ทุกวันนี้ผู้บริโภคคุ้นชินกับอะไรที่ไม่ต้องพกพะรุงพะรัง มีเพียงอันเดียวทำได้ทุกอย่าง เช่น โทรศัพท์มือถือ แบรนด์ต้องให้ผู้บริโภคมากกว่าที่เคย สินค้าเดิมๆ ต้องทำหน้าที่ได้มากกว่าที่เคย เช่น กระเป๋าตังค์ ก็มีฟังก์ชั่นจดบันทึกรายรับรายจ่ายในตัว การสร้างแบรนด์อย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องพัฒนาที่ตัวสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้นด้วย 

บทสรุปสำหรับนักการตลาด

ผู้บริโภคมีความต้องการมากขึ้น ทั้งเรื่องของฟังก์ชั่นของสินค้า รวมทั้งบริการ นักการตลาดต้องยอมรับและเรียนรู้ผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด การสื่อสารกับผู้บริโภคต้องมีความจริงใจ เพราะปัจจุบันทั้งพฤติกรรมและเทคโนโลยีเกื้อหนุนให้ผู้บริโภคสืบค้นข้อมูล และสามารถแชร์ความรู้สึกทั้งในด้านดีและไม่ดีเกี่ยวกับแบรนด์ได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นโจทย์และความท้าทายของนักการตลาดในปี 2015 ซึ่งถ้าหากแบรนด์ใดสามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ก็จะกลายเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือก สำหรับแบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดก็ต้องรักษาสถานะนั้นต่อไปด้วยการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ   

Sarinphorn_Envirosellสรินพร จิวานนท์
กรรมการผู้จัดการ เอ็นไวโรเซล ไทยแลนด์