ถอดบทเรียน “บอดี้สแลม” อีเวนต์-โชว์บิซร้อน ๆ หนาว ๆ

bodyslam event concert

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์สำหรับการยุติทัวร์คอนเสิร์ต ปรากฏการณ์ “ดัม-มะ-ชา-ติ” ของวงร็อกมหาชน “บอดี้สแลม” ที่เปิดแสดงได้เพียง 9 จังหวัดจากที่วางไว้ 30 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งการแสดงจังหวัดสุดท้ายจะปิดฉากลงที่ภูเก็ตวันที่ 1 ก.พ. 2558 เกิดอะไรขึ้น เมื่อ “บอดี้สแลม” ต้องปิดทัวร์ครั้งนี้ลงที่นครราชสีมาเป็นจังหวัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา

จากกรณีนี้ “ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม” ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การยุติ “ดัม-มะ-ชา-ติ” มาจากหลายปัญหา รวมถึงการวางแผนการตลาดที่กระชั้นชิด ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นจะแก้ไขและพัฒนาให้ดีขึ้น อีกส่วนหนึ่งมาการตัดสินใจลดราคาบัตรเหลือ 399 บาท กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายให้ต้องยุติคอนเสิร์ตลง

ก่อนหน้านี้ “ยุทธนา บุญอ้อม” กรรมการผู้จัดการธุรกิจโชว์บิซ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่า จากเศรษฐกิจชะลอตัวตั้งแต่ต้นปี ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคต่างจังหวัดยังไม่ฟื้น กระทบต่อยอดขายบัตรในบางจังหวัด และผู้จัดลดราคาบัตรไม่ได้ เพราะประกาศไปแล้วว่าจะจัดสเกลเดียวกันทั่วประเทศ จึงต้องใช้โปรโมชั่นเข้ามาช่วย ซึ่งการจัดทัวร์คอนเสิร์ตในอนาคตคงต้องปรับโมเดลใหม่

แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจอีเวนต์-โชว์บิซ วิเคราะห์ว่า “ดัม-มะ-ชา-ติ” มีเจตนาดีที่จะนำเสนอโปรดักชั่นดีแต่ด้วยกำลังซื้อและราคาบัตรที่สูง ไม่สอดรับกับกำลังซื้อต่างจังหวัด รวมถึงต้นทุนโปรดักชั่นที่แกรมมี่ต้องแบกรับก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ

การประเมินของผู้จัดงานครั้งนี้อาจผิดพลาด เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ “บอดี้สแลม” แสดงคอนเสิร์ตทั่วประเทศและมีผู้ชมทะลัก ซึ่งอยู่ในลักษณะร่วมกับผู้สนับสนุน ทำให้ขายบัตรได้ในเพียง 100 บาท

แหล่งข่าวยังวิเคราะห์เพิ่มว่า บทเรียนจากบอดี้สแลม สะท้อนกำลังซื้อช่วงปลายปีนี้ชัดเจน และหลายรายไม่ได้ประเมินมาก่อนว่าจะมีผู้จัดรายใหม่กระโดดเข้ามามากขนาดนี้ โดยไตรมาส 4 ปีนี้ถึงไตรมาส 1 ปีหน้าจะมีงานทะลักถึง 100 งาน ประกอบกับช่วง 2 เดือนท้ายนี้มีวันหยุดยาว ผู้บริโภคบางส่วนก็วางแผนใช้จ่ายไปแล้ว

“เมื่อคอนเทนต์เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคก็มีทางเลือกสุดท้ายก็เกิดการแชร์ผู้ชม แชร์กำลังซื้อกันอลหม่าน เชื่อว่าภาพรวมทั้งจำนวนผู้ชม ขายบัตร และสปอนเซอร์ชิปของผู้จัดทุกงานจะลดลงแน่ คาดว่าจะมีผู้รอดจากสมรภูมินี้ 60% ของผู้จัดทั้งหมด”

ฟากผู้จัดงาน “วินิจ เลิศรัตนชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ให้มุมมองว่า จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้จัดอีเวนต์-โชว์บิซชะลอการจัดงานลง ก่อนที่จะกลับมาคึกคักอีกครั้งในไตรมาส 4 ในแง่กำลังซื้อถือว่ายังมีอยู่ เพียงแต่ว่าผู้จัดงานจะสามารถชิงกำลังซื้อได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับคอนเทนต์ และโมเดลธุรกิจของแต่ละบริษัทด้วย

จากประสบการณ์การจัดงานในต่างจังหวัด เริ่มตั้งแต่ “30 ปี คาราบาว” ในปี 2554 จัดไป 100 งานทั่วประเทศ ตามด้วย “แก๊ง 3 ช่า คาร์นิว้าว”” 50 จังหวัด พบว่าแต่ละจังหวัดมีกำลังซื้อต่างกัน ซึ่งอีเวนต์-โชว์บิซในต่างจังหวัด จะเป็นโมเดลไหนก็ตาม เชื่อว่าทุกโมเดลยังเดินต่อไปได้

“ญาณกร อภิราชกมล” กรรมการบริหาร บริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด กล่าวว่า จำนวนอีเวนต์-โชว์บิซที่เพิ่มขึ้นช่วงโค้งสุดท้ายนี้ไม่สอดรับกับจำนวนผู้บริโภคและกำลังซื้อช่วงนี้ สำหรับเทศกาลดนตรีหน้าหนาว “Season of Love Song 5” จัดขึ้น ณ สวนผึ้ง ถือว่าขายบัตรได้ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ คือ 15,000 ใบ คาดว่าก่อนงานจะขายบัตรได้ 12,000 ใบ

“ปีที่แล้วย้ายพื้นที่จัดงาน จากสวนผึ้งรีสอร์ทเป็นตลาดน้ำ Veneto ทำให้บัตรขายดี ดังนั้นปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ค่อนข้างสูง แต่สุดท้ายก็คงต้องปรับเป้าหมายลง ถือว่าอยู่ในมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับปีก่อน”

เมื่อวงร็อกระดับ “บอดี้สแลม” ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน สิ้นแสง พ่ายทางกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เริ่มอ่อนกำลังลง บรรดาผู้จัดงานธุรกิจอีเวนต์-โชว์บิซช่วงปลายปีนี้ก็คงเริ่มออกอาการร้อน ๆ หนาว ๆ ด้วยเช่นกัน

 

Partner :  ประชาชาติธุรกิจ