สินค้าแห่แตก “แบรนด์ลูก” ยุทธการ “กินรวบ” ทุกตลาด

sub brand marketing strategy

การขยายตัวของกำลังซื้อและเมืองที่เติบโตออกไปรอบนอก ทั้งชานเมือง และหัวเมืองหลัก เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความหลากหลายของตลาดและความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันจึงไม่แปลกที่ “ธุรกิจ” ไม่เพียงตอกย้ำแบรนด์อย่างต่อเนื่อง แต่ยังได้เห็นภาพความเคลื่อนไหวของการแตกแบรนด์ลูก-ส่งแบรนด์ใหม่ออกมาเสริมธุรกิจเพื่อเข้าถึงทุกกลุ่มลูกค้า และขยายฐานให้ครอบคลุมได้มากที่สุด และมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองหลาย ๆ ค่าย

 

เริ่มจาก “นารายา” แบรนด์ไทยที่โด่งดังระดับโลก ที่ล่าสุดเตรียมจะเปิดร้านใหม่ ในชื่อ “LA LA MA” by naraya ในศูนย์การค้า “สยามสแควร์ วัน” สยามสแควร์ศูนย์รวมวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ สำหรับขยายฐานลูกค้ามายังวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น เช่นเดียวกับการขยับขึ้นไปบุกตลาดระดับบนด้วยการแตกแบรนด์ “นารา บาย นารายา”

ในศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่อยู่ห่างกันไม่มากนัก เรียกได้ว่าเก็บตลาดได้ครบถ้วนทั้งบน-กลาง-แมส ควบคู่กับการสยายปีกภายใต้แบรนด์ “นารายา” ออกไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ประเทศ ทั้งยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชีย

เช่นเดียวกับ “แหลมเจริญ” จากจุดเริ่มต้นร้านอาหารซีฟู้ดเจ้าดังจากภาคตะวันออก ก้าวมาสู่การเปิดสาขาในศูนย์การค้าใจกลางเมืองเซ็นทรัลเวิลด์, สยามพารากอน และอีกในหลายๆ ศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ ขณะนี้ได้แตกแบรนด์ลูก “The Cape By แหลมเจริญซีฟู้ด” เพื่อใช้ในการขยายฐานลูกค้าให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

โดย The Cape By แหลมเจริญซีฟู้ด จะเป็นโมเดลร้านอาหารในรูปแบบกึ่งเรสเตอรองต์ เน้นให้บริการแบบ Quick Meal ด้วยเมนูหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกสรร ทั้งเมนูเซตและอาหารจานเดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มีชีวิตเร่งรีบ โดยเมนูอาหารและวัตถุดิบนั้นจะมาจากร้านแหลมเจริญซีฟู้ดทั้งหมด เพียงแต่ลดขนาดลง ทำให้บริโภคได้ง่ายขึ้น มาคนเดียวก็สามารถมาทานอาหารทะเลสดๆ ได้ในราคาสบายกระเป๋า แต่คุณภาพมาตรฐานเช่นเดียวกับแหลมเจริญซีฟู้ด

ที่สำคัญคือได้ทยอยเปิดให้บริการแล้วที่ศูนย์อาหาร “ฟู้ดรีพับลิค” ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 และสยามเซ็นเตอร์ ล่าสุดเปิดในเทสโก้ โลตัส บางใหญ่ ด้านเจ้าตลาดเชนแว่นตารายใหญ่ที่เปิดบริการมากกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ

“นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ห้างแว่นท็อปเจริญ จำกัด เจ้าของร้านแว่นตาท็อปเจริญ และแว่นบิวตี้ฟูล ขยายความกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่บริษัทใช้แบรนด์ “ท็อปเจริญ” และ “บิวตี้ฟูล” เปิดตลาดเพื่อเจาะกลุ่มแมสได้ครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว จากนี้ไปจะหันมาเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับบนมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์และรองรับความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม บริษัทได้เปิดตัวร้านใหม่ภายใต้ชื่อ “KAN” ในศูนย์การค้าเดอะ เมอร์คิวรี่ วิลล์ ชิดลม จับกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง-บน รวมถึงเตรียมเปิดร้านแว่น “ลักซ์ออพติค” ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อจับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ด้วย

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา “ท็อปเจริญ” ยังได้ซุ่มเงียบทยอยเปิดร้านแบรนด์ใหม่ในหลากหลายชื่อ อาทิ “อาย ไบรท์ บาย ท็อปเจริญ” และ “อาย คลาส บาย แว่นบิวตี้ฟูล” เป็นต้น

“แนวทางการขยายสาขาในอนาคต เราจะเน้นการพัฒนาโมเดลร้านให้ตรงกับคอนเซ็ปต์และกลุ่มทาร์เก็ตเป็นหลัก โดยอาจจะแตกออกมาเป็นแบรนด์ใหม่ ชื่อใหม่ หรือเป็นแบรนด์เดิมที่มีอยู่แล้วก็ได้ โดยแต่ละโมเดลสินค้าไม่เหมือนกัน” ผู้บริหารห้างแว่นท็อปเจริญย้ำ

แม้กระทั่งแบรนด์คาเฟ่ขนมหวานสุดชิก “อาฟเตอร์ยู” ได้ส่งแบรนด์ลูกแตกเป็นร้านไอศกรีมขึ้นมาเสริมธุรกิจ

“กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ” ผู้บริหารร้านขนมหวานเดสเสิร์ทคาเฟ่ “อาฟเตอร์ยู” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ร้านไอศกรีมสามารถทานได้เรื่อย ๆ และทานได้บ่อยกว่า เมื่อเทียบกับร้านขนมหวาน และทั้งคู่ล้วนต่างเป็นกลุ่มลูกค้าเดียวกัน ในรูปแบบร้านไอศกรีมซันเดย์ “Crumb by After You” ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ 1 สาขา และกำลังจะเปิดสาขา 2 ที่สยามสแควร์วัน

“เป็นอีกไลน์ธุรกิจของอาฟเตอร์ยู เพื่อให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้ามากขึ้น เนื่องจากเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่นำเอาขนมมาประกอบไอศกรีม ไม่ได้ราดด้วยซอสหรือท็อปปิ้งเหมือนไอศกรีมซันเดย์ปกติ คาดว่าต้องใช้เวลาให้ผู้บริโภคทำความรู้จักไม่ต่างจากอาฟเตอร์ยูในระยะแรก”

ไม่ต่างไปจากแบรนด์เครื่องสำอาง “ฮานาโกะ” ได้แตกซับแบรนด์ “โคโคโร่ ฮานาโกะ” สำหรับเจาะตลาดบอดี้ทรีตเมนต์คุณแม่และสาวยุคใหม่สอดรับกับเทรนด์ที่กำลังมาแรง

เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่มีความต้องการที่มากขึ้น “ธุรกิจ” จึงต้องเร่งปรับตัวทั้งเพื่อรักษาฐานส่วนแบ่งในตลาดเดิมและรุกคืบไปสู่ตลาดใหม่ๆ เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอ รวมทั้งเป็นการสร้างรายได้ใหม่ๆ อีกทางหนึ่งด้วย

 

Partner : ประชาชาติธุรกิจ