เอ็นไวโรเซล บริษัทวิจัยยักษ์ใหญ่ของโลก เผยผลสำรวจ กรณีคดีเกาะเต่า ยันเมืองไทยยังน่าเที่ยว แต่ติดลบเรื่องภาพลักษณ์คนไทย [PR]

0

ENVIROSELL THAILAND

เอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) สำรวจความคิดเห็นจากนักท่องเท่ยวชาวยุโรป รวมทั้งสหราชอาณาจักร 1,835 คน แบ่งเป็นชาวอังกฤษ 618 คน และประเทศอื่นในยุโรป จำนวน 1,217 คน โดยผลสำรวจกระจายในแต่ละกลุ่มอาชีพและกลุ่มผู้ที่บรรลุนิติภาวะ ในช่วง 13 ตุลาคม -16 ตุลาคม 2557 เกี่ยวกับเหตุการณ์ กรณีเกาะเต่า ที่ทำให้เกิดกระเสข่าวเกี่ยวกับคดีมากมาย ทั้งในจอและโลกออนไลน์นั้น ในความจริงแล้ว ต่างชาติยังคงมองว่าความสวยงามของสถานที่ในประเทศไทยยังเหมือนเดิม ซึ่งไม่กระทบการตัดสินใจมาเที่ยวเมืองไทยของนักท่องเที่ยว แต่กลับพบผลติดลบเรื่องภาพลักษณ์คนไทย ที่ลดความน่ารัก และอัธยาศัยไมตรีลงไป

          บริษัท เอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทวิจัยยักษ์ใหญ่ระดับโลก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวยอร์ค และอีกหลายสาขาทั่วโลก ทำการสำรวจความเชื่อมั่นกับนักท่องเที่ยว ภายหลังมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เกาะเต่า พบว่า

  • มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรที่รับรู้ข่าวเกี่ยวกับคดีเกาะเต่าถึง 94% และอีก 73%ในประเทศอื่นของยุโรป
  • ในจำนวนนี้ มีนักท่องเที่ยว 10% ที่มีแผนจะมาเมืองไทยใน 6 เดือน – 2 ปีข้างหน้า
  • 61% ยืนยันไม่เปลี่ยนแผน ในขณะที่ 39% รอติดตามข่าวคดีเกาะเต่า เพื่อตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่าจากเหตุการณ์นี้ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเป็นอย่างมาก
  • นอกจากนี้ 66% ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ยังคงติดตามข่าวคดีเกาะเต่าต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุด
  • 74% พบว่า ไม่ได้ติดใจกับระบบการจัดการ หรือการติดตามคดีเกาะเต่า แต่ยังคงมี 26% ที่ยังคงติดใจ เพราะส่วนหนึ่งได้ยินกระแสเรื่องความไม่โปร่งใสของคดีนี้ ดังนั้น การสร้างกระแสข่าวที่เป็นด้านลบต่างๆ ที่มาจากทั้งคนไทยเอง เกี่ยวกับคดีนี้ อาจส่งผลต่อการจดจำภาพลบที่มีต่อประเทศไทยในระยะยาว
  • แต่อย่างไรก็ดี 85% ของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป รวมถึง สหราชอาณาจักร ยังคงชื่นชอบประเทศไทย ด้วยเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยว อาหารไทย และเอกลักษณ์ความเป็นไทย

ENVIROSELL THAILAND _survey

การเก็บข้อมูลในช่วงกลางปี 2557 ของ บริษัทเอ็นไวโรเซล ประเทศไทย ในเรื่องของการท่องเที่ยวประเทศไทย (ก่อนเกิดเหตุ) เปรียบเทียบหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น พบว่า

  • ภาพลักษณ์ต่อสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยยังไม่กระทบมากนักแต่จากการสำรวจพบว่าเสน่ห์อันน่ารัก ความมีอัธยาศัยไมตรีของคนไทยในสายตาชาวต่างชาติ ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญถึง 9% รวมถึงคะแนนความเชื่อมั่นในความปลอดภัยก็ลดลง5% เช่นเดียวกัน
  • กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังอยากมาเที่ยวประเทศไทยถึง 68% แม้จะมีความรู้สึกว่าความมีอัธยาศัยไมตรีอันดีของคนไทยจะลดลง
  • ชาวต่างชาติเข้าใจว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวเอง ก็ต้องรู้จักที่จะป้องกันตัวเองด้วย
  • และอีกกว่า 30% คิดว่า อาชญากรรมด้านการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับบางประเทศ ทั้งยังเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะทำให้มาตราการ ระบบรักษาความปลอดภัยภายในประเทศไทยเข้มงวดมากขึ้น
  • สำหรับสิ่งที่เร่งด่วนที่นักท่องเที่ยวอยากให้ประเทศไทยจัดการมากที่สุด เรียงตามลำดับคือ 1)จัดระบบรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ  2) มีศูนย์คอยช่วยเหลือ นักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยว  3) มีบทลงโทษที่รุนแรง และเอาจริงสำหรับกลุ่มคนที่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว  4) มีการจัดระเบียบทัวร์เอเจนต์ แท็กซี่ ให้มีความน่าเชื่อถือ และซื่อสัตย์
  • ส่วนช่องทางในการรับรู้ข่าวสารของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ 50% โทรทัศน์ 43% โดยเฉพาะจากทาง BBC ช่องทางเหล่านี้ จึงเป็นช่องทางสำคัญที่จะทำความเข้าใจกับผู้สื่อข่าว เพื่อ คอยติดตามการนำเสนอข่าวที่ถูกต้องอย่างใกล้ชิด

จากผลสำรวจ สรุปได้ว่า ภาพลักษณ์ประเทศไทย และคนไทยยังไม่ถึงกับบอบช้ำมาก นั่นก็เป็นเพราะชาวต่าวชาติยังชื่นชอบประเทศไทย ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ อีกมากมาย เช่น กรุงเทพ ภูเก็ต สมุย กระบี่ เชียงใหม่ ที่ไม่ใช่เกาะเต่าเท่านั้น สำหรับกระแสข่าวเรื่องเกาะเต่านั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเพียงเล็กน้อย นักท่องเที่ยวยังรู้คงสึกดีกับประเทศไทย แต่ความรู้สึกเรื่องของอัธยาศัยไมตรี สยามเมืองยิ้มของคนไทยกลับลดลง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ที่ต้องร่วมมือกัน สร้างภาพลักษณ์ที่ดี กอบกู้ชื่อเสียงประเทศ ด้วยการต้อนรับ และความมีมิตรไมตรีที่ดี รวมถึงนำความเป็นสยามเมืองยิ้มของคนไทยกลับคืนมา