สสว. รายงานสถานการณ์ SMEs เดือนกุมภาพันธ์ 2557 [PR]

OSMEP_SME

สสว. เผยเดือนกุมภาพันธ์ 2557 SMEs ได้ดุลการค้าระหว่างประเทศ 392.65 ล้านบาท ตลาดส่งออกใหญ่ยังคงอยู่ที่ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ส่วนกลุ่ม AEC มีมาเลเซียและอินโดนีเซียเป็นตลาดหลัก สินค้าส่งออกสำคัญ คือ อัญมณี พลาสติก และเครื่องจักร ขณะที่การจัดตั้งกิจการใหม่จำนวน 4,854 ราย โดยมี กิจการก่อสร้างอาคารและอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัย จัดตั้งสูงสุด ส่วนการยกเลิกกิจการลดลงร้อยละ 55

นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า  สสว. ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ SMEs ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ทั้งด้านการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการจัดตั้งและยกเลิกกิจการของ SMEs พบว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ SMEs ในเดือนนี้ ยังคงมาจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลต่อการประกอบการโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว รายได้เกษตรกรลดลงอันเนื่องมาจากการรับจำนำข้าวและภัยแล้ง ซึ่งส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่มีความระมัดระวังมากขึ้น แต่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก ส่งผลดีต่อสถานการณ์ด้านการส่งออกของ SMEs

โดยสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ พบว่า การส่งออกของ SMEs มีมูลค่า 146,946.58 ล้านบาท หดตัวลงจากเดือนมกราคมที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 6.64 แต่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2556 คิดเป็นร้อยละ 5.72 มูลค่าการส่งออกของ SMEs ต่อมูลค่าการส่งออกรวม คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.85 ตลาดที่ SMEs ไทย ส่งสินค้าออกไปมากที่สุด ได้แก่ จีน มีมูลค่า 17,030.34 ล้านบาท รองลงมา คือ ญี่ปุ่น มูลค่า 13,581.83 ล้านบาท สหรัฐอเมริกา มูลค่า 11,400.57 ล้านบาท มาเลเซีย มูลค่า 9,777.12 ล้านบาท และอินโดนีเซีย มูลค่า 8,460.33 ล้านบาท สินค้าส่งออก 5 อันดับแรก ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ ยางและของที่ทำด้วยยาง ยานยนต์และส่วนประกอบ

ขณะที่ การนำเข้าของ SMEs เดือนกุมภาพันธ์ มีมูลค่า 146,553.93 ล้านบาท หดตัวลงจากเดือนมกราคมที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 22.19 และหดตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2556 คิดเป็นร้อยละ 30.20 มูลค่าการนำเข้าของ SMEs ต่อมูลค่าการนำเข้ารวม คิดเป็นร้อยละ 27.57 โดยตลาดที่ SMEs นำเข้าสินค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และสาธารณรัฐเกาหลี ตามลำดับ สินค้าที่นำเข้ามากที่สุด ได้แก่ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก เหล็กและเหล็กกล้า ตามลำดับ

“การค้าระหว่างประเทศของ SMEs ในเดือนกุมภาพันธ์ อยู่ในสถานการณ์เกินดุล คิดเป็น 392.65 ล้านบาท เมื่อพิจารณาช่วงปี 2557 (ม.ค.-ก.พ.) พบว่า ตลาดหลักสำคัญในการส่งออกของ SMEs ไทยส่วนใหญ่ ขยายตัวเพิ่มขึ้น ยกเว้น สหรัฐอเมริกาและมาเลเซีย ผลจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักดังกล่าว ส่วนตลาดนำเข้าเกือบทั้งหมดมีการหดตัวลง ยกเว้นมาเลเซียที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น” นายปฏิมา กล่าว

สำหรับการจัดตั้งและยกเลิกกิจการ SMEs เดือนกุมภาพันธ์ 2557 พบว่า มีกิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ จำนวน 4,854 ราย หดตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนมกราคมที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 8.7 และหดตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2556 คิดเป็นร้อยละ 15.4 ประเภทกิจการที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่มากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย อสังหาริมทรัพย์เพื่อพักอาศัย ขายส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ ก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย บริการอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร

ส่วนการจดทะเบียนยกเลิกกิจการ มีจำนวน 644 ราย ลดลงจากเดือนมกราคมที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 54.6 และลดลงเมื่อเทียบกันเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 3.0 ประเภทกิจการที่มีการยกเลิกมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารไม่ใช่ที่พักอาศัย การขายสลากกินแบ่ง อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เพื่อพักอาศัย ธุรกิจจัดนำเที่ยว บริการด้านอาหารในภัตตาคาร

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโต เข้มแข็งและยั่งยืน นอกจากการดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งมีผู้ประกอบารติดต่อเข้ามาที่ สสว. Call Center 1301 และติดต่อไปธที่ธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมโครงการเป็นจำนวนมากแล้ว ล่าสุด สสว. ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อหาแนวทางในการออกผลิตภัณฑ์เพื่อประกันความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก และอยู่ระหว่างศึกษามาตรการทางภาษีสำหรับ SMEs เพื่อลดภาระและจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น