เอสเปิด 3 กลุยทธ์แนวรบ “ซัมเมอร์” สุดขั้วลุยตลาดน้ำอัดลม [PR]

Est summer

บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ประกาศปักธงเอสขึ้นแท่น “น้ำอัดลมสุดขั้วของเมืองไทย” ทุ่มงบ 300 ล้านบาท เปิด 3 แนวรบ “ซัมเมอร์สุดขั้ว” ตะลุยตลาดน้ำอัดลม ส่ง 2 นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ครั้งแรกในตลาดน้ำอัดลม “เอส เบิ้ม” และ “เอส ยักษ์” ชูจุดขายเหนือคู่แข่งด้วย “ปริมาณมากกว่า คุ้มค่ากว่า” พร้อมปรับโฉม 3 บรรจุภัณฑ์ใหม่รับเทรนด์ตลาดโลก เดินหน้าผนึก 31 พันธมิตรชั้นนำ แนะนำ “เอส สลีคแคน” ในช่องทางเช่นโรงแรม-ภัตตาคาร-ศูนย์อาหารตลอดเดือนเมษายน พร้อมคอนเน็กต์เจนเอสกับปฏิบัติการสงกรานต์มันส์…สาดสุดขั้วใน 5 โลเกชั่นสุดโดน

นายฐิติวุฒิ์ บุลสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เอส มีการเติบโตอย่างสุดขั้วหลังจากวางตลาดไป 1 ปีเต็ม จากการเป็นน้ำอัดลมแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล และได้รับการตอบรับดีเยี่ยมจากผู้บริโภคทั่วประเทศ จนทำให้เอสเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาดน้ำอัดลมของเมืองไทย

นอกจากนี้ เอสยังเป็นแบรนด์น้ำอัดลมที่มีการรับรู้สุดขั้วเข้าถึงผู้บริโภค 100% ทั่วไทย จึงบอกได้อย่างมั่นใจว่า “ไปที่ไหน ใครๆ ก็รู้จักเอส”  ในปี 2557 นี้ เสริมสุขมุ่งผลักดันแบรนด์เอสให้ผงาดขึ้นเป็น “น้ำอัดลมสุดขั้วของเมืองไทย” หรือ “Thailand’s Coolest Soft Drink”

เอสรู้ใจวัยรุ่นยุคนี้ดีว่าเป็นเจเนอเรชั่นของเอส เราจึงมุ่งคอนเน็กต์กับวัยรุ่นเจนเอสด้วยการเผยโฉมแบรนด์คาแรกเตอร์ผ่านคอนเซ็ปท์ “เอสเวิลด์ โลกยุคใหม่ ขอเราสร้างเอง โดยได้นำเสนอประสบการณ์โลกใหม่ในแบบเอสที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น เปิดเวทีให้วัยรุ่นเจนเอสได้เดินตามความฝันและฟันฝ่าความท้าทายด้วยการแสดงความสุดขั้วในแบบของตัวเอง ไม่ยึดติดกับโลกเก่าๆ ผ่านการสื่อการตลาดทุกช่องทาง

ส่ง 3 แนวรบซัมเมอร์สุดขั้วพิชิตตลาดน้ำอัดลม

แม้ผู้บริโภคจะมีทางเลือกในการดับกระหายมากมาย โดยเฉพาะในตลาดน้ำอัดลมที่มีผู้เล่นอินเตอร์และเอสรวมอยู่ด้วย แต่ “เอสเป็นทางเลือกของน้ำอัดลมที่ดีที่สุดสำหรับหน้าร้อนนี้” ด้วยปัจจัยความแข็งแกร่งของเอสในฐานะน้ำอัดลมแบรนด์ไทยคุณภาพมาตรฐานสากล ด้วยศักยภาพของเสริมสุข ในการนำประสบการณ์ของโลกใหม่ โลกสุดขั้วแบบเอสเวิลด์มาให้ผู้บริโภคได้สัมผัส และที่สำคัญเอสยังคำนึงถึงความคุ้มค่าตอบโจทย์ผู้บริโภคและลูกค้าได้โดนใจสุดขั้ว

แนวรบสุดขั้วที่ 1: เพิ่มบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย เจาะทุกช่องทางขาย

เอสแนะนำ 2 นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สุดคุ้มใหม่ครั้งแรกในตลาดน้ำอัดลม “เอส เบิ้ม” และ “เอส ยักษ์” ที่โดดเด่นเหนือคู่แข่งในด้าน “ปริมาณที่มากกว่า” “คุ้มค่าเงินมากกว่า” และ “ให้กำไรดีกว่า” น้ำอัดลมยี่ห้ออื่น โดยจัดทัพให้ “เอส เบิ้ม” ขวดแก้ว 16 ออนซ์ ราคา 9 บาท และ “เอส ยักษ์” ขวดพีอีที 1.6 ลิตร ราคา 25 บาท

นอกจากนี้ ยังส่งบรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ 3 ขนาด ต้อนรับเทรนด์บรรจุภัณฑ์ใหม่ของธุรกิจเครื่องดื่มทั่วโลก ได้แก่ 1) “เอส สลีคแคน 325 มล.” ราคา 14 บาท โดดเด่นด้วยขนาดบางกระชับ ดีไซน์เท่ทันสมัย ตอบโจทย์เจนเอสตัวยงที่ชอบดื่มน้ำอัดลมแบบ on-the-go  2) “เอส สลีคแคน 250 มล.” ราคา 10 บาท ขนาดกระชับมือ ดีไซน์ทันสมัยกับเมจิกไพรส์ 10 บาท ซื้อง่ายไม่ต้องทอนตอบโจทย์คนมีสไตล์ชอบดื่มเอสเบาๆ และ 3) “เอส คูลแฮนด์” ขวดแก้วชนิดไม่คืนขวด 250 มล. ราคา 10 บาท ตอบโจทย์คนชอบดื่มน้ำอัดลมแบบวันช็อตรวดเดียวจบจากขวดแก้วแช่เย็นๆ

แนวรบสุดขั้วที่สอง: ผนึกเชนโฮเรก้าแนะนำขนาดใหม่

“เราเปิดตัว เอส สลีคแคน อย่างสุดขั้วไม่ซ้ำใคร ด้วยการจับมือกับ 31 พันธมิตรเชนโรงแรม-ภัตตาคาร-ศูนย์อาหารชั้นนำ อาทิ เซ็นทรัล ฟู้ดปาร์ค เทอร์มินัล 21 โออิชิราเมน ฮอทพอท บุฟเฟ่ต์ ยำแซ่บ แบล็คแคนยอน และเอแอนด์ดับบลิว เป็นต้น เพื่อแนะนำ เอส สลีคแคน โฉมใหม่ในฐานะ “คู่แซ่บจานอร่อย” ในเอ้าท์เลทรวมกว่า 500 สาขาให้กับลูกค้าเกือบ 2 แสนคนทั่วประเทศ ซึ่งโปรโมชั่นพิเศษนี้ เพียงลูกค้าสั่งอาหารจานอร่อยครบตามกำหนดก็จะได้รับ “เอส สลีคแคน” ไปทดลองดื่มทันทีตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 เมษายนนี้เท่านั้น”

แนวรบสุดขั้วที่สาม: ร่วมมือจัดเทศกาลสงกรานต์มันส์…สาดสุดขั้ว

เอสจับมือพันธมิตรเปิดปฏิบัติการ “สงกรานต์มันส์…สาดสุดขั้ว” ให้เจนเอสได้ต้อนรับปีใหม่ไทยอย่างสุดขั้วบน 5 โลเกชั่นมันส์ ตลอด 3 วัน 3 คืน ได้แก่ ถนนข้าวสาร ถนนข้าวเหนียว พัทยา อุดรธานี และจันทบุรี โดยร่วมรณรงค์การเล่นน้ำอย่างสร้างสรรค์ด้วยการจัดสเตชั่นเล่นน้ำสาดสุดขั้วที่ถนนข้าวสาร และสไลเดอร์สุดมันส์แลนด์มาร์คสาดสุดขั้วบริเวณถนนข้าวเหนียว ทั้งนี้ เอสจะให้บริการน้ำเล่นสงกรานต์ในร้านค้าใน 5 โลเกชั่นดังกล่าว พร้อมทั้งจัดโปรโมชั่นท้าซัมเมอร์ ซื้อเอสพร้อมกระติกน้ำดีไซน์สุดคูลตลอดหน้าร้อนนี้

นายฐิติวุฒิ์ ทิ้งท้ายว่า “เรามั่นใจว่า จากแคมเปญแนวรบซัมเมอร์สุดขั้วในครั้งนี้ ประกอบกับแคมเปญสุดขั้วต่างๆ ของเอสที่จะมีขึ้นตลอดทั้งปี จะทำให้เอสขยายฐานแฟนประจำ และครองใจวัยรุ่นเจนเอสได้มากขึ้น โดยเราตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขาย 15% และเพิ่มมาร์เก็ตแชร์เป็น 15% ภายในปี 2015”