เป๊ปซี่ เพิ่มไลน์ผลิตทวงแชมป์น้ำดำ ปิดจุดอ่อนร้านอาหาร-ผนึก”เลย์”กวาดมาร์เก็ตแชร์

 

 pepsi_logo

 

เป๊ปซี่-โคล่าลั่นทวงแชมป์น้ำดำจากโค้กให้เร็วที่สุด ขอเวลา 1-2 ปี ฮึกเหิมหลังขึ้นเบอร์ 1 ในโมเดิร์นเทรดตั้งแต่เมษายน เชื่อหลังเปิดไลน์การผลิตฟูลสเกลต้นปีหน้า สามารถดึงผู้บริโภค คู่ค้าเดิมกลับมา เร่งปิดช่องโหว่ช่องทางเทรดิชั่นนอลเทรด ร้านอาหาร หวังกระจายสินค้าเพิ่มอีกเท่าตัว ชูกลยุทธ์ Power of One ผนึกเครื่องดื่ม-ขนมขบเคี้ยวเลย์ รุกตลาดเมืองไทย

ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธาน บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้งจำกัด เปิดเผยว่า บริษัทแม่เป๊ปซี่ให้ความสำคัญกับตลาดไทยอย่างมาก มองว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในอาเซียนจากงบฯลงทุนที่ทุ่มลงมาที่ไทยต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 2543-2555 ใช้งบฯ 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ และตั้งแต่ปี 2555-2558 ทุ่มงบฯ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 18,000 ล้านบาท หนึ่งในนั้นคือการสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง มูลค่า 5,200 ล้านบาท ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

ล่าสุดได้เปิดไลน์การผลิตที่ 6 และ 7 และเตรียมเปิดไลน์การผลิตตัวที่ 8 ในเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นอีก 81% โดยโจทย์สำคัญจากนี้ของเป๊ปซี่คือการเติมเต็มเรื่องกำลังการผลิตที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ในต้นปีหน้า หลังจากเปิดไลน์การผลิตตัวที่ 8 เป็นไลน์สุดท้าย ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตกลับมาเทียบเท่ากับที่ทางเสริมสุข ผู้ผลิตและบรรจุขวดเป๊ปซี่ในอดีตที่เคยผลิตให้ และคาดว่าจะสามารถดึงฐานลูกค้าผู้บริโภคและคู่ค้าเดิมกลับมาได้ โดยเชื่อว่าภายใน 1-2 ปีจากนี้จะสามารถทวงแชมป์น้ำดำกลับมาได้

ปัจจุบันตลาดน้ำอัดลมกว่า 43,000 ล้านบาท เป๊ปซี่อยู่ในอันดับ 2 ของตลาดน้ำดำ สัดส่วนตลาดแบ่งเป็นโมเดิร์นเทรด 40% ที่เหลืออีก 60% เป็นช่องทางเทรดิชั่นนอลเทรด ซึ่งรวมร้านอาหาร ปัจจุบันในช่องทางโมเดิร์นเทรด บริษัทสามารถขึ้นเป็นเบอร์ 1 ได้ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ในส่วนเทรดิชั่นนอลเทรด ต้องยอมรับว่าบริษัทยังไม่แข็งแกร่งในช่องทางดังกล่าว ปัจจุบันสามารถกระจายสินค้าเข้าร้านค้าโชห่วยได้ครอบคลุม 120,000 ร้านค้า คิดเป็น 80% ของจำนวนร้านทั้งหมด โดยตั้งเป้าเพิ่มอีกเท่าตัว ทั้งนี้ถือเป็นความท้าทายสำคัญ

“ตลาดมีอยู่แล้ว ลูกค้าของเราก็รออยู่ แต่ปัญหาจริง ๆ คือเรื่องกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอ แต่เชื่อว่าต้นปีหน้า หลังจากเปิดไลน์ที่ 8 เราจะกลับมาทวงส่วนแบ่งตลาดได้ จริง ๆ อาจยังไม่สามารถระบุเวลาได้ชัดเจน เพราะช่องทางเทรดิชั่นนอลเทรดและร้านอาหารมีตัวแปรหลายอย่าง แต่จะพยายามให้เร็วที่สุด ซึ่งการที่เรากลับมาเป็นเบอร์ 1 ในโมเดิร์นเทรดในเวลาเพียง 6 เดือน ทำให้เรากล้าที่จะฮึกเหิม”

ดร.สุรเกียรติ์กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เปิดตัวกลยุทธ์ “Power of One” คือการผนึกกำลังกันระหว่างกลุ่มเครื่องดื่มกับขนมขบเคี้ยว ในการทำกิจกรรมการตลาด และแชร์ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระหว่างกันเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ซึ่งจากข้อมูลพบว่าผู้บริโภค 40% รับประทานขนมขบเคี้ยวคู่กับน้ำอัดลม

 

Partnership source :  ประชาชาติธุรกิจ