กรุงเทพ อันดับ 1 สุดยอดเมืองท่องเที่ยวของโลก

 

 mastercard_worldwide_logo_3490

 

MasterCard Global Destination Cities Index 2013 เผยผลสำรวจสุดยอดจุดหมายปลายทางของโลกประจำปี 2556 ที่จัดทำขึ้นเป็นปีที่ 3 โดยมาสเตอร์การ์ด พบว่ากรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศไทย ได้รับตำแหน่งชนะเลิศเป็นอันดับหนึ่งสุดยอดเมืองท่องเที่ยวของโลก แซงหน้าแชมป์เก่าประจำปีที่แล้วอย่างกรุงลอนดอนไปอย่างฉิวเฉียดด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากกว่าเพียง 25,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 1 เพียงเท่านั้น ตามมาด้วยปารีส สิงคโปร์ และมหานครนิวยอร์ก ซึ่งติด 5 อันดับแรกของผลสำรวจเมื่อวัดจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2556

จากการสำรวจในครั้งนี้เผยให้เห็นเทรนด์ที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น จาก 132 เมืองทั่วโลกที่ติดอันดับ มีถึง 42 เมืองที่มาจากทวีปเอเชีย กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ครองอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ ฮ่องกง โซล เซี่ยงไฮ้ และโตเกียว โดย 5 ใน 10 อันดับเมืองแรกของผลสำรวจทั่วโลกในครั้งนี้มาจากเมืองในแถบพื้นที่ของประเทศจีน

แอน แครนส์ ประธานฝ่ายตลาดนานาชาติ มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ กล่าวว่า “ด้วยความโดดเด่นของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลสำรวจในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับสมดุลของตลาดโลกที่ปัจจัยส่วนใหญ่มาจากความรุ่งโรจน์ของตลาดเกิดใหม่ การเปลี่ยนแปลงในการขยายตัวที่เพิ่มมากขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ผู้คนจำนวนมากจากทั่วโลกได้มีส่วนร่วมในเศรษฐกิจโลกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน”

จาก 20 อันดับสูงสุดของสุดยอดเมืองปลายทางประจำปี 2556 นี้ มี 4 เมืองจาก 5 อันดับสูงสุด เป็นเมืองในแคมเปญ Priceless Cities ของมาสเตอร์การ์ด คือ ลอนดอน ปารีส สิงคโปร์ และนิวยอร์ก นอกจากเมืองเหล่านี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายแล้ว ยังเป็นสุดยอดเมืองสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้นๆ ด้วยเช่นกัน

ทางด้านนายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้กล่าวเกี่ยวกับการที่กรุงเทพฯ ได้เป็นสุดยอดเมืองอันดับ 1 ของผลสำรวจนี้ว่า “Amazing Thailand Always Amazes You สโลแกนการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่มีคำว่า ‘อเมซซิ่ง’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘น่าอัศจรรย์’ นั้น มุ่งเน้นเพื่อขยายความสนใจต่อประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงเมืองหลวงของประเทศอย่างกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นเมืองสุดยอดจุดหมายปลายทางของโลก”

 

ข้อมูลน่าสนใจอื่นๆ:

  • ผลสำรวจฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งโรจน์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ครองอันดับหนึ่ง พร้อมเมืองอื่นๆ ในทวีปเอเชีย 42 เมืองที่ติดอันดับสุดยอดจุดหมายปลายทางของโลกในปีนี้ โดยในจำนวนนี้ มี 12 เมืองที่มีอัตราของการเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และล้วนเป็นเมืองจากทางทิศตะวันออกและทิศใต้ของอิสตันบูลทั้งสิ้น
  • โตเกียวมีการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งมากในปี 2555 โดยฟื้นกลับมาได้ด้วยอัตราร้อยละ 20 จากการหดตัวอย่างรุนแรงถึงร้อยละ 20 เมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นผลพวงจากภัยพิบัติภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหว สึนามิ และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโรงงานผลิดไฟฟ้านิวเคลียร์ในเมืองฟุกุชิมา หากวัดจากอัตราจำนวนนักท่องเที่ยว โตเกียวจะอยู่ที่อันดับ 7 ในภูมิภาค และเป็นอันดับที่ 3 ในด้านการใช้จ่ายข้ามพรมแดน ส่วนเมืองซิดนีย์และเมลเบิร์นของประเทศออสเตรเลียติด 10 อันดับแรกด้านการใช้จ่าย (อันดับที่ 5 และ 10 ตามลำดับ) เทรนด์ดังกล่าวแสดงให้เห็นค่าครองชีพที่สูงขึ้นของเมืองทั้งสอง รวมทั้งแนวโน้มในระยะเวลาที่ชาวต่างชาติจะอยู่ท่องเที่ยวเมื่อได้มาเยือนทั้งสองเมืองนี้
  • ลอนดอนยังคงเป็นอันดับหนึ่งในยุโรปสำหรับเมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางเข้ามามากที่สุด ตามมาด้วยปารีส อิสตันบูล บาร์เซโลนา และมิลาน อัตราการเติบโตของอิสตันบูลอาจทำให้อิสตันบูลนำหน้าปารีสได้ในปี 2559 ส่วนเมืองที่มีการเติบโตเร็วที่สุดสำหรับการเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศในทวีปยุโรปตะวันตกคือเมืองเบอร์ลิน ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 17
  • สำหรับ 10 สุดยอดเมืองในละตินอเมริกา เม็กซิโกซิตี้ยังนำหน้าเป็นอันดับหนึ่งอยู่เช่นเคย แต่ความคงที่ดังกล่าวแฝงไว้ด้วยการเติบโตที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อดูจาก 5 อันดับแรก ลิมาจะเป็นเมืองที่เติบโตเร็วที่สุด ตามด้วยเซาเปาโล หากอัตราการเติบโตยังคงที่เช่นนี้ เซาเปาโลอาจจะนำเม็กซิโกซิตี้และบัวโนสไอเรสในปี 2560 และลิมาเองก็อาจแซงบัวโนสไอเรสในปี  2561 ได้เช่นกัน
  • ถ้าเมืองอิสตันบูลได้รับความนิยมมากขึ้นในทวีปยุโรป ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ดูไบจะเป็นคู่แข่งสำคัญจากตะวันออกกลางและแอฟริกา ซึ่งเมืองนี้ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งที่นำโด่งจากการจัดอันดับในภูมิภาค
  • ในทวีปอเมริกาเหนือ มหานครนิวยอร์กยังคงรักษาการเป็นเมืองปลายทางอันดับหนึ่งของภูมิภาค ตามมาด้วยลอสแอนเจลิสและไมอามี่ ส่วนโตรอนโตตามมาที่อันดับสี่และยังมีแนวโน้มว่าอัตราการเดินทางเชื่อมต่อทางอากาศจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับทวีปอเมริกาเหนืออีกด้วย