หลังเข้ารับตำแหน่ง President คนใหม่กลุ่มเซ็นทรัลอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด “คุณวัลยา จิราธิวัฒน์” ได้ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งใหม่ในการขับเคลื่อน เซ็นทรัล กรุ๊ป สยายปีกเติบโต โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศอย่างเวียดนาม ซึ่งถือเป็น Statigic Country หลักอีกหนึ่งแห่ง
หลัง “กลุ่มเซ็นทรัล” เข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนามตั้งแต่ปี 2012 กับเม็ดเงินลงทุนรวมมากกว่า 49,000 ล้านบาท (1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากค้าปลีกสู่ Ecosystem ที่ครบวงจร ทั้ง Food Retail, Non-food Retail และ Property พร้อมมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มอีก 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.16 แสนล้านบาท) ทั้งในส่วนของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เพื่อขยายอาณาจักรให้เติบโตต่อไป
วิสัยทัศน์แม่ทัพคนใหม่ เปิดศักยภาพ “เวียดนาม” สู่การเติบโตระยะยาว
คุณวัลยา จิราธิวัฒน์ ได้เริ่มต้นฉายภาพวิสัยทัศน์การนำทัพกลุ่มเซ็นทรัลหลังจากนี้ว่า นอกเหนือจากการที่กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการเดินหน้าพัฒนาโครงการต่างๆ ขยายไปในหลายภูมิภาคทั่วโลกแล้ว หนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญสูงสุดคือประเทศเวียดนาม ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นอย่างยิ่ง ทั้งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่เติบโตในระดับสูงถึง 7-8% จำนวนประชากรที่ก้าวข้าม 100 ล้านคน และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปิดรับการจับจ่ายใช้สอยผ่านระบบค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Retail หรือ Modern Trade) ได้เป็นอย่างดี
ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2555 กลุ่มเซ็นทรัลมองเห็นศักยภาพของตลาดเวียดนามที่มี Long-term Growth Potential ด้วยขนาดตลาดและแนวโน้มที่น่าสนใจทั้งมิติเศรษฐกิจ การขยายตัวของเมือง กำลังซื้อที่สูงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับ Modern Retail ในวงกว้าง ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเมืองใหญ่อย่าง ฮานอย หรือ นครโฮจิมินห์ แต่ขยายไปสู่เมืองรองทั่วประเทศ ส่งผลให้ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลได้ปักหมุดรากฐานและขยายการลงทุนในเวียดนามครอบคลุมหลากหลายธุรกิจ
โดยมี เซ็นทรัล รีเทล เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่ทุ่มเงินลงทุนในการพัฒนาธุรกิจไปแล้วรวมมากกว่า 49,000 ล้านบาท พร้อมขยายจากธุรกิจค้าปลีกสู่การสร้างอีโคซิสเต็มที่ครบวงจร ควบคู่กับการส่งต่อโอกาสและสร้างรายได้ให้ประชากรชาวเวียดนามผ่านการจ้างงานกว่า 13,000 ตำแหน่ง โดยมีสัดส่วนพนักงานชาวเวียดนามสูงถึง 99.5% ตลอดจนสร้างประโยชน์และรายได้ให้แก่อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องตลอดทั้งซัพพลายเชน”
“ด้วยความเชื่อมั่นและมองเห็นโอกาสมานาน กลุ่มเซ็นทรัลจึงได้เข้าไปลงทุนและขยายธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับ 15 ปี โดยขยายครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ของประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีแนวยาวและมีเมืองชายทะเลอยู่เป็นจำนวนมาก เริ่มต้นตั้งแต่เมืองหลักอย่าง ฮานอย, โฮจิมินห์ซิตี้ และดานัง ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะกระจายตัวเข้าสู่หัวเมืองรองทั่วทุกภูมิภาคจนถึงปัจจุบัน”
กลุ่มเซ็นทรัล เล็งเห็นว่า เวียดนามไม่ได้มีดีเพียงแค่เรื่องขนาดของตลาดเท่านั้น แต่ยังมีแนวโน้มเชิงบวกอันโดดเด่นทั้งในแง่ของตัวเลข GDP ที่ขยายตัวต่อเนื่อง สังคมเมืองที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตลอดจนกำลังซื้อของผู้คนในประเทศที่ยกระดับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้บริโภคพร้อมเปิดรับวิถีชีวิตและการช้อปปิ้งแบบค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญให้กลุ่มเซ็นทรัลเดินหน้าแผนงานได้อย่างเต็มกำลัง
“เรามองเห็นศักยภาพของตลาดเวียดนาม ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาดตลาด แต่มีแนวโน้มที่น่าสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ ที่ GDP เติบโตต่อเนื่อง และมีการขยายตัวของเมือง กำลังซื้อที่สูงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับ Modern Retail ในวงกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในเมืองใหญ่ อย่าง Hanoi หรือ Ho Chi Minh City แต่ขยายไปสู่เมืองรองทั่วประเทศ”
ปัจจุบัน เซ็นทรัล รีเทล ครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตในประเทศเวียดนามเมื่อพิจารณาในด้านยอดขาย โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 เซ็นทรัล รีเทล สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ของยอดขายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในช่องทาง Supermarket และ Hypermarket ได้สูงถึง 40.1% ซึ่งนับเป็นสัดส่วนส่วนแบ่งทางการตลาดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจฟู้ดของเซ็นทรัล รีเทล ในเวียดนาม
ส่องขุมกำลัง “เซ็นทรัล” ใน “เวียดนาม” 8 ปี สร้างยอดขายแล้วกว่า 3.3 แสนล้านบาท
หากย้อนดูผลงานในช่วง 8 ปีล่าสุด (ปี 2018–2025) เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม สามารถสร้างยอดขายรวมได้มากกว่า 330,000 ล้านบาท พร้อมครองส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 40% ไว้อย่างเหนียวแน่น รายได้ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ยังได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนต่อยอดธุรกิจในแขนงต่างๆ ของกลุ่มเซ็นทรัล ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศ ผ่านการจ้างงานบุคลากรในท้องถิ่น ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนพนักงานมากกว่า 13,000 คน และคิดเป็นสัดส่วนพนักงานชาวเวียดนามสูงถึง 99.5% นับเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับครัวเรือนชาวเวียดนามได้อย่างมหาศาล
คุณโอลิวิเยร์ แลงเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ได้กล่าวเสริมถึงการเปลี่ยนแปลงและสัญญาณบวกของตลาดว่า เซ็นทรัล รีเทล มองเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวเวียดนามที่กำลังเติบโตอย่างน่าจับตา ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่ความคุ้มค่าในการตัดสินใจซื้อสินค้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญอย่างลึกซึ้งกับเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ที่ได้รับกลับไป
การเจาะตลาดของเซ็นทรัล รีเทล จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเร่งขยายสาขาให้ครอบคลุมทั้งในเมืองหลักและเมืองรองเท่านั้น หากแต่มุ่งมั่นพัฒนาอีโคซิสเต็มให้สามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้บริโภคได้ในทุกช่วงชีวิตอย่างแท้จริง ผ่าน 3 เสาหลักทางธุรกิจ ได้แก่
- กลุ่มธุรกิจฟู้ด (Food Retail): นำทัพโดยฟอร์แมตที่หลากหลายเพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ GO! Hypermarket, TOPS Market, mini go! ไปจนถึง Lan Chi Mart
- กลุ่มธุรกิจนอนฟู้ด (Non-food Retail): การยกทัพร้านค้าและแบรนด์ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และสปอร์ตระดับโลกเข้ามาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ อาทิ Supersports, Kubo, Dyson, Columbia, Crocs, Hoka, Speedo และ Under Armour
- การสร้างสรรค์ประสบการณ์และยกระดับพื้นที่ไลฟ์สไตล์ผ่านศูนย์การค้า GO! Mall อย่างครบวงจร
กางแผนลงทุนทุ่ม 1.16 แสนล้าน ผนึกกำลัง CRC, CPN สร้างการเติบโตระยะยาว
เพื่อต่อยอดความสำเร็จและยกระดับการเติบโตมากขึ้น ล่าสุดกลุ่มเซ็นทรัลได้ทุ่มงบประมาณรวม 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเม็ดเงินราว 1.16 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของทุกกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ เซ็นทรัล รีเทล (CRC), เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และโรงแรมเซ็นทารา (Centara) โดยแบ่งกรอบระยะเวลาการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ
ในส่วนของ เซ็นทรัล รีเทล (CRC) ได้วางแผนการลงทุนในกรอบระยะเวลา 3-5 ปี ด้วยการเตรียมงบประมาณลงทุนเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หรือคิดเป็น 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 49,000 ล้านบาท) โดยมีเป้าหมายหลักในการขยายสาขาของ GO! Hypermarket เพิ่มขึ้นอีกกว่า 50 สาขาภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่กลุ่มเซ็นทรัลมีเครือข่ายสาขาอยู่แล้วกว่า 500 สาขา ครอบคลุม 26 จังหวัดในเวียดนาม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการขยายให้ครอบคลุมทั้งสิ้น 34 จังหวัดตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ พร้อมขยายธุรกิจอื่นๆ ของเซ็นทรัล รีเทล ควบคู่กันไป
ด้าน เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ซึ่งได้วางกรอบการลงทุนในระยะ 5-10 ปี ได้นำเอาความสำเร็จอันยิ่งใหญ่จากการพัฒนาโครงการศูนย์การค้านอกประเทศแห่งแรกอย่าง Central i-City ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มาเป็นฐานความพร้อมสำหรับการขยายโครงการศูนย์การค้าสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยได้จัดตั้งทีมงานพิเศษลงพื้นที่เพื่อประเมินศักยภาพของพื้นที่ต่างๆ เช่น ในนครโฮจิมินห์ ฮานอย และดานัง ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนด้านกฎระเบียบต่างๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน ก็พร้อมที่จะผลักดันโครงการให้มีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังมี กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา (Centara) ก็เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวและบริการ โดยปัจจุบันเซ็นทารามีการบริหารโรงแรมในประเทศเวียดนามอยู่แล้วจำนวน 52 แห่ง และมีแผนที่จะเปิดให้บริการโรงแรมเพิ่มเติมอีก 2 แห่งภายในช่วงสิ้นปีนี้ รวม 977 ห้อง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการบางส่วนในไตรมาส 4 ปี 2569 นี้
“เป้าหมายของกลุ่มเซ็นทรัลยังคงมองการลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง มีการเตรียมความพร้อมด้านเม็ดเงินลงทุนไว้อย่างเต็มที่ แต่จำเป็นต้องประเมินความพร้อมของประเทศควบคู่กันไปด้วย ทั้งในแง่ของฟอร์แมตการลงทุน กฎหมาย และกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ (Regulation) ซึ่งการเดินเกมต้องดำเนินไปอย่างระมัดระวัง” คุณวัลยากล่าว









