บริษัท แอลลี่ โลจิสติกส์ พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (Ally Logistic Property หรือ ALP) ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์อัจฉริยะ เปิดตัว “OMEGA 1 Bangna” คลังสินค้าอัจฉริยะยุคใหม่ของประเทศไทย บนพื้นที่รวมกว่า 260,000 ตารางเมตร ในทำเลยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจบางนา–EEC ช่วยให้ภาคธุรกิจไทยสามารถเข้าถึงระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติแบบครบวงจรได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบอัตโนมัติด้วยตนเอง
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะความท้าทายในภาคโลจิสติกส์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานและความคาดหวังของผู้บริโภคที่ต้องการรับสินค้าภายใน 24 ชั่วโมง แม้ภาคธุรกิจจะเล็งเห็นว่าระบบอัตโนมัติคือหัวใจสำคัญต่อการดำเนินงานในอนาคต แต่หลายองค์กรยังคงชะลอการลงทุน เนื่องจากกังวลเรื่องต้นทุนเงินลงทุนเริ่มต้น และข้อจำกัดด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและบริหารจัดการระบบแบบครบวงจร ซึ่ง OMEGA ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว
คุณชาลี ฉาง Co-Founder & CEO, Ally Logistic Property (ALP) กล่าวว่า “วันนี้อนาคตของธุรกิจโลจิสติกส์ไม่ได้อยู่ที่การมีพื้นที่คลังสินค้ามากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการมีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ลูกค้าจึงไม่ได้มองหาเพียงอาคารหรือพื้นที่จัดเก็บสินค้า แต่กำลังมองหาโซลูชันที่สามารถนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยยกระดับการดำเนินงานได้จริง
เราเชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ในยุคต่อไปต้องสามารถเติบโต และปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับธุรกิจของลูกค้าได้ บทบาทของ ALP จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นผู้ให้เช่าพื้นที่ แต่ต้องการเป็นพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว โดยลงทุนในระบบ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้ลูกค้าสามารถมุ่งเน้นกับธุรกิจของตนเองได้อย่างเต็มที่ และพร้อมขยายการดำเนินงานได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระการลงทุนระบบอัตโนมัติด้วยตนเอง”
ALP ขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าวผ่านโมเดลธุรกิจ Infrastructure-as-a-Service (IaaS) โดย ALP จะเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการอาคาร ฮาร์ดแวร์ระบบอัตโนมัติ ซอฟต์แวร์ ตลอดจนงานบำรุงรักษาทั้งหมด ขณะที่ผู้เช่าจ่ายค่าบริการตามการใช้งานจริงแทนการซื้อระบบ ช่วยให้ธุรกิจสามารถเริ่มปฏิบัติงานภายในคลังสินค้าอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนในระบบชั้นวาง เครนหุ่นยนต์ หรือแบกรับระยะเวลาคืนทุนที่ยาวนานจากการลงทุนระบบอัตโนมัติแบบดั้งเดิม
ภาพรวมของ OMEGA 1 Bangna
● พื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 260,000 ตารางเมตร รองรับพื้นที่จัดเก็บได้มากกว่า 160,000 ตำแหน่งพาเลท และตั้งบนทำเลยุทธศาสตร์ตามแนวระเบียงโลจิสติกส์ บางนา–EEC
● ระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายแนวตั้งอัตโนมัติสูง 40 เมตร (AS/RS)
● ระบบเครน AS/RS ความเร็วสูง: ปฏิบัติการได้เร็วกว่าการใช้รถโฟล์กลิฟต์และแรงงานคนถึง 3 เท่า พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับการปฏิบัติงานในคลังสินค้าทั่วไป
● ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ ALPOS: แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์กรรมสิทธิ์เฉพาะของ ALP ที่เชื่อมต่อระบบบริหารคลังสินค้า (WMS), หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติเข้าด้วยกันในแพลตฟอร์มข้อมูลเดียวอย่างไร้รอยต่อ
● ออกแบบตามมาตรฐาน LEED Gold: มุ่งสู่การรับรองอาคารสีเขียวระดับสากล เพื่อส่งมอบพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีคุณภาพสูงและยั่งยืนสำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ALP ยัง ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินและกลุ่มธุรกิจชั้นนำทั้งในไทยและระดับโลก ได้แก่ CapitaLand Investment Limited กลุ่มผู้จัดการการลงทุนในสินทรัพย์จริงชั้นนำระดับโลกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์, พฤกษา โฮลดิ้ง (Pruksa Holding) ในประเทศไทย, Cathay Life Insurance สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่แห่งไต้หวันและพันธมิตรผู้ร่วมลงทุนหลักของ ALP และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพแห่งชาติมาเลเซีย (EPF)
นอกจากนี้ ในปี 2022 ALP ได้ร่วมลงทุนในกองทุน CapitaLand SEA Logistics Fund ด้วยมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 400 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในสิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศไทย โดยตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ALP และพันธมิตรได้ลงทุนสะสมรวมกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมเตรียมจัดสรรเงินลงทุนเพิ่มเติมเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ALP ก่อตั้งขึ้นในไต้หวันเมื่อปี 2014 โดยมีความเชี่ยวชาญด้านคลังสินค้าอัตโนมัติ AS/RS และโครงสร้างพื้นฐาน
โลจิสติกส์มายาวนานกว่า 10 ปี ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ALP บริหารจัดการคลังสินค้ากว่า 20 แห่งทั่วเอเชีย คิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 1,300,000 ตารางเมตร พร้อมโครงการคลังสินค้าอัจฉริยะ OMEGA ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและวางแผนพัฒนาอีก
5 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัทได้ตั้งเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาคลังสินค้าอัจฉริยะรวม 48 แห่งใน 8 ประเทศ ขยายพื้นที่บริหารจัดการแตะ 8,000,000 ตารางเมตร ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ





